เมื่อวันที่ 8 มี.ค. 69 ที่ห้องประชุมชั้น 3 สภ.หางดง จ.เชียงใหม่ พล.ต.ท.กฤตธาพล ยี่สาคร ผบช.ภ.5 พร้อมด้วย พล.ต.ต.ยุทธนา แก่นจันทร์ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดเชียงใหม่ และ พ.ต.อ.จักรียุทธ โชติวชิระพงศ์ ผกก.สภ.หางดง จ.เชียงใหม่ ร่วมกันแถลงผลการจับกุมตัว นายภาณุวัฒน์ อายุ 31 ปี ชาว จ.ขอนแก่น ผู้ต้องหาก่อเหตุฆ่า น.ส.ยุพา หรือน้องแพรว อายุ 22 ปี สาวเสิร์ฟอยู่ร้านอาหาร เสียชีวิตในบ้านเช่า หมู่ 10 ต.น้ำแพร่ อ.หางดง จ.เชียงใหม่

พล.ต.ท.กฤตธาพล กล่าวว่า นายปอนด์ เป็นแฟนลูกพี่ลูกน้องของน้องแพรว และเป็นคนที่มีอารมณ์ทางเพศสูง มีคลิปและของต่างๆไว้ช่วยตัวเองหากมีอารมณ์ทางเพศ และหากอยู่กับแฟนก็จะลงกับแฟน ซึ่งนายปอนด์ นั้นเป็นคนขอนแก่น เดินทางมาเชียงใหม่พร้อมกับแม่ เพื่อมาเรียนหนังสือและรับจ้างเฝ้าสวนให้กับอดีตนายตำรวจผู้ใหญ่รายหนึ่ง ซึ่งเสียชีวิตไปแล้ว และได้รับค่าจ้างเป็นเงิน 12,000 บาทต่อเดือน เป็นค่าดูแลสวนลำไยที่เกิดเหตุและมีบ้านอยู่ในสวน และอีกที่หนึ่งอยู่ที่ย่านเจ็ดยอด อ.เมือง จ.เชียงใหม่ นายปอนด์ จะมีหน้าที่ดูแลความสะอาด ดูแลสวนลำไย ตัดแต่งกิ่งไม้ ฉีดยาฆ่ายา ฉีดยาป้องกันปลวก
กระทั่งวันที่ 5 มี.ค. ได้เข้ามาฉีดปลวกที่สวนลำไย ที่เกิดเหตุ และวันที่ 6 มี.ค. เข้ามาตัดแต่งกิ่งไม้ แล้วนำเลื่อยไปฝากไว้ที่ร้านขายของชำและขายเหล้าดองด้วย ซึ่งนายปอนด์ ได้แวะดื่มเหล้าที่ร้าน จากนั้นก็ได้มาที่บ้านสวน แต่เกิดอารมณ์ทางเพศขึ้น จึงคิดถึงน้องแพรว จึงเดินขึ้นไปที่บนบ้านน้องแพรว แต่ประตูห้องน้องแพรว ไม่มีลูกบิดล็อกประตู เป็นบานสไลด์ จึงเข้าไปแล้วเห็นน้องแพรว นอนห่มผ้าอยู่ ก็เข้าไปแล้วรีบเอาผ้าห่มคลุมตัวน้องแพรวไว้ ไม่อยากให้รู้ว่าเป็นใครเข้ามา แต่น้องแพรว ดิ้นรนต่อสู้แล้วร้องเสียงดังเลยเอามือบีบคอเพื่อให้เงียบเสียง แต่น้องแพรวยังไม่หยุดขัดขืน จึงเอาสายไฟที่หนีบผมรัดคอ กระทั่งเสียงเงียบไปแล้ว ตอนนั้นยังไม่รู้ว่าน้องแพรว เสียชีวิต ก็ได้ถอดกางเกงออก แต่เห็นว่าใส่ผ้าอนามัย แล้วมีเลือด จึงหยุดไม่ได้ก่อเหตุ

จากนั้นก็แกล้งทำเป็นว่ามีคนร้ายเข้ามาขโมยของ แล้วก็ไปพังประตูลูกบิดบ้านพักของตนเองอีกหลังหนึ่งที่อยู่ในสวน ก่อนจะเอาทินเนอร์มาเช็ดตามจุดต่างๆ เพื่อลบลอยนิ้วมือ ระหว่างที่จะหลบหนี ได้ออกมาพบเจอกับไรเดอร์ที่ออกมาส่งของให้กับน้องแพรว ที่บริเวณหน้าบ้านพอดี ก็ได้เอาเงินจากกระเป๋าน้องแพรว จ่ายเป็นค่าของ 200 บาท กระทั่งไรเดอร์กลับ ก็เอาหมวกและกระเป๋าสะพายของน้องแพรว ไปทิ้ง เพราะคิดว่าทุกเช้าจะมีรถเก็บขยะมาเก็บไป ต่อมาก็ได้ทำเป็นว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้นและกลับไปอยู่บ้านที่เจ็ดยอด
กระทั่งต่อมามีคนมาเจอศพน้องแพรว จึงได้มากับแฟนสาวมาถึงที่เกิดเหตุ แล้วยังมาแสดงตัวเป็นพยาน แต่ทางเจ้าหน้าที่ก็ทำการสืบสวนและตั้งประเด็นไว้ 3 เรื่องทั้งเรื่องข่มขืน เรื่องฆ่าชิงทรัพย์ และเรื่องชู้สาว ตอนแรกคิดว่าจะเป็นแฟนเก่าของน้องแพรว เพราะเคยทำร้ายน้องแพรว ตอนที่คบกัน แต่จากการติดต่อและก็ยินยอมมาพบเจอเพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจ ประกอบกับตรวจสอบไทม์ไลน์ ก็ยืนยันได้ว่าไม่เกี่ยวข้อง ส่วนแฟนใหม่อีกราย ก็ไม่เกี่ยว แต่ช่วงที่มีการสอบสวนนายปอนด์ ก็แสดงให้เห็นว่ามีพิรุธ และก็ไทม์ไลน์ไม่ตรง โดยเฉพาะเรื่องที่มีไรเดอร์มาส่งของให้กับน้องแพรว กับจุดที่นายปอนด์ให้การเรื่องสถานที่อยู่ ไม่ตรงกัน เมื่อจำนนต่อหลักฐาน ก็ยอมรับสารภาพว่าได้ก่อเหตุจริง

ผบช.ภ.5 กล่าวว่า คดีนี้สาเหตุหลักเกิดมาจากความต้องการทางเพศและต้องการจะเข้าไปข่มขืน ไม่ได้ต้องการชิงทรัพย์ เพราะเป็นคนมีความต้องการทางเพศสูง แต่เพราะน้องแพรวขัดขืนต่อสู้ จึงได้บีบคอและรัดคอ จากนั้นก็ทำตัวเป็นพยาน แต่ด้วยหลักฐานที่ชัดเจนจึงต้องรับสารภาพ หลังจากนี้ทางเจ้าหน้าที่ก็จะควบคุมตัวสอบสวนเพิ่มเติมแล้ว ส่งดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า สำหรับครอบครัว และญาติของน้องแพรว รวมถึงประชาชนที่มาคอยดูหน้าฆาตกร เมื่อเห็นนายปอนด์ ที่ถูกควบคุมตัวลงมาจากห้องแถลงข่าว ก็พยายามที่จะเข้าไปประชาทัณฑ์ แต่ทางเจ้าหน้าที่ก็ควบคุมสถานการณ์ไว้ได้ ซึ่งทุกคนต่างตะโกนด่านายปอนด์ ว่าฆ่าโหดเหี้ยม ทำไมถึงทำกับน้องแบบนั้น ไม่ใช่คน

ด้านพ่อของน้องแพรว กล่าวว่า หลังจากที่ตำรวจจับกุมผู้ต้องหาได้แล้ว ก็ดีใจที่ตำรวจติดตามจับกุมได้ แต่อยากถามกับผู้ต้องหาว่าทำไมถึงทำกับลูกสาวตนเองแบบนี้ และอยากให้ผู้ต้องหามาขอขมาศพ และอยากให้เจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินคดีถึงที่สุด



