เมื่อวันที่ 9 มี.ค. พลอากาศเอก มนัท ชวนะประยูร ผู้อำนวยการสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (กพท.) กล่าวในการเสวนาเรื่อง “ศักยภาพ และความพร้อมของอุตสาหกรรมการบินไทย สู่การเป็น Aviation Hub” ว่า ภาพรวมอุตสาหกรรมการบินของประเทศไทยกำลังฟื้นตัวต่อเนื่อง เมื่อเทียบกับช่วงก่อนการแพร่ระบาดของโควิด-19 เมื่อปี 2562 โดยมีการขยายตัวทั้งในด้านจำนวนเที่ยวบิน และความต้องการบุคลากรในอุตสาหกรรมฯ โดยในปี 2569 สายการบินในไทย จะมีการนำเข้าเครื่องบินใหม่มาให้บริการประมาณ 60 ลำ

พลอากาศเอก มนัท กล่าวต่อว่า เครื่องบิน 1 ลำ ต้องใช้บุคลากรเพิ่มขึ้นไม่ใช่แค่นักบิน และลูกเรือ ประมาณ 20 คนต่อลำ แต่ยังต้องการช่างซ่อมบำรุงอากาศยาน บุคลากรภาคพื้น เจ้าหน้าที่ด้านความปลอดภัย และผู้เชี่ยวชาญด้านระบบเทคโนโลยีที่สนับสนุนการดำเนินงานของสนามบินอีกจำนวนมาก ดังนั้นสถาบันการศึกษาจำเป็นต้องเร่งผลิตบุคลากร โดยต้องไม่ใช่เน้นที่ปริมาณอย่างเดียว แต่ต้องผลิตบุคลากรที่มีคุณภาพด้วย ซึ่งเป็นปัจจัยที่สร้างความเชื่อมั่นให้กับสายการบิน และนักท่องเที่ยวทั่วโลก เพื่อรองรับการผลักดันประเทศไทยสู่การเป็นศูนย์กลาง (ฮับ) การบินของภูมิภาค

ด้านนายสิทธิเดช มัยลาภ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท สกาย ไอซีที จำกัด (มหาชน) หรือ SKY ผู้ให้บริการเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมการบิน และการบริหารจัดการท่าอากาศยาน กล่าวว่า บริษัทฯ ลงทุนกว่า 10 ล้านบาท จัดทำห้องปฏิบัติการสนามบินอัจฉริยะ (SKY Aviation Lab) แห่งแรกในไทย โดยร่วมกับ คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ (มก.) ให้นิสิตเรียนรู้จากเทคโนโลยีที่ใช้จริง และสถานการณ์จริงในสนามบิน เพื่อเตรียมพร้อมให้บุคลากรรุ่นใหม่มีทักษะสูง ปฏิบัติงานได้ทันที เป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนไทยสู่การเป็นฮับการบินของภูมิภาค

ห้องปฏิบัติการ SKY Aviation Lab เป็นพื้นที่จำลองกระบวนการเดินทางของผู้โดยสาร (Passenger Journey Simulation Zone) ด้วยระบบอัจฉริยะ ตั้งแต่การเช็กอิน โหลดสัมภาระ การตรวจสอบข้อมูลผู้โดยสาร จนถึงขั้นตอนการขึ้นเครื่องบิน เป็นเครื่องมือสำคัญที่ทำให้นิสิตเห็นภาพรวม และเข้าใจความเชื่อมโยงของระบบนิเวศการบินอย่างเป็นระบบ ตั้งแต่กระบวนการจัดการผู้โดยสารในส่วนหน้าด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัย ไปจนถึงการบริหารจัดการข้อมูลหลังบ้าน ซึ่งทักษะการตัดสินใจบนพื้นฐานของ Bog Data เป็นหัวใจสำคัญของอุตสาหกรรมการบินในปัจจุบัน ที่จะช่วยพัฒนา และยกระดับสนามบินของไทยให้มีประสิทธิภาพตามมาตรฐานสากล อย่างไรก็ตามบริษัทฯ จะใช้ห้องแล็บแห่งนี้ เป็นพื้นที่ในการทดสอบเทคโนโลยีใหม่ก่อนนำไปใช้จริงในอุตสาหกรรมการบินด้วย

นายสิทธิเดช กล่าวอีกว่า บริษัทฯ ได้มีการติดตั้งระบบอัตโนมัติ และระบบสแกนใบหน้า ที่ท่าอากาศยาน 6 แห่งของ ทอท. เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการผู้โดยสาร ซึ่งช่วยลดระยะเวลาในขั้นตอนต่างๆ ได้อย่างมาก ปัจจุบันเตรียมติดตั้งให้กับท่าอากาศยาน 7 แห่งของกรมท่าอากาศยาน (ทย.) ด้วย ได้แก่ สนามบินอุดรธานี, สนามบินขอนแก่น, สนามบินตรัง, สนามบินพิษณุโลก, สนามบินนครศรีธรรมราช, สนามบินกระบี่ และสนามบินอุบลราชธานี เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการบริหารจัดการผู้โดยสาร รองรับการเติบโตของอุตสาหกรรมการบิน และยกระดับมาตรฐานการให้บริการของสนามบินไทยให้เทียบเท่าสนามบินชั้นนำของโลก.