เมื่อวันที่ 9 มี.ค. 69 ที่ หอประชุมอำเภอแม่สะเรียง จังหวัดแม่ฮ่องสอน ซึ่งมีการประชุมกำนันผู้ใหญ่บ้านประจำเดือนมีนาคม นายสุภัค อมรใฝ่วจี ผู้ใหญ่บ้านขุนแม่สอง ตำบลเสาหิน อำเภอแม่สะเรียง เป็นตัวแทนผู้นำชุมชนและชาวบ้านในพื้นที่ชายแดนเสาหินที่ได้รับผลกระทบด้านการสัญจร เดินทางเข้ายื่นหนังสือถึง นายวรศักดิ์ พานทอง นายอำเภอแม่สะเรียง เพื่อขอให้พิจารณาเปิดเส้นทางตัดใหม่สำหรับการเดินทางของประชาชน

ในหนังสือระบุว่า ชาวบ้านขุนแม่สอง บ้านห้วยกองเป๊าะ และหมู่บ้านใกล้เคียง มีความประสงค์ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องพิจารณาเปิดเส้นทางใหม่จากจุดสกัดขุนแม่สอง ตำบลเสาหิน อำเภอแม่สะเรียง ไปยังบ้านห้วยกองเป๊าะ ตำบลแม่ลาหลวง อำเภอแม่ลาน้อย จังหวัดแม่ฮ่องสอน เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนในการสัญจรของประชาชน

ปัจจุบันแม้จะมีเส้นทางที่ใช้สัญจรอยู่ แต่ต้องใช้รถยนต์สมรรถนะสูงในการเดินทาง เนื่องจากต้องขับรถตามลำห้วยแม่สุน้อยเป็นระยะทางประมาณ 5 กิโลเมตร จากนั้นเป็นเส้นทางภูเขาสูงชันและถนนดิน บางช่วงแคบจนรถไม่สามารถวิ่งสวนทางกันได้ แม้ระยะทางรวมเพียง 19 กิโลเมตร แต่ต้องใช้เวลาเดินทางถึง 2 ชั่วโมงในฤดูร้อน และนานถึง 3-4 ชั่วโมงในช่วงฤดูฝน

โดยเฉพาะช่วงฝนตก น้ำในลำห้วยแม่สุน้อยจะเพิ่มระดับสูงขึ้น ทำให้การขับรถผ่านลำห้วยมีความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุ บางครั้งมีผู้ป่วยต้องเสียชีวิตระหว่างทาง เนื่องจากไม่สามารถเดินทางออกจากพื้นที่ได้ทันเวลา นอกจากนี้ยังส่งผลกระทบต่อเจ้าหน้าที่รัฐ เช่น ครู เจ้าหน้าที่สาธารณสุข ตำรวจตระเวนชายแดน รวมถึงหน่วยงานต่างๆ ที่ต้องใช้เส้นทางดังกล่าวเช่นกัน

ด้าน นายพัฒนา บูชาปกรณ์กุศล นายกองค์การบริหารส่วนตำบลเสาหิน เปิดเผยว่า อบต.เสาหินจะจัดทำหนังสือถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอีกช่องทางหนึ่ง เพื่อร่วมผลักดันให้เกิดการเปิดใช้เส้นทางดังกล่าว เนื่องจากรับทราบถึงความยากลำบากของประชาชนในพื้นที่เป็นอย่างดี และต้องการให้ชาวบ้านสามารถเดินทางได้อย่างปลอดภัย
ขณะที่ นายวรศักดิ์ พานทอง นายอำเภอแม่สะเรียง กล่าวว่า ทางอำเภอจะดำเนินการส่งเรื่องเส้นทางดังกล่าวไปยังหน่วยงานที่รับผิดชอบ เพื่อพิจารณาแนวทางการดำเนินการตามขั้นตอนของทางราชการต่อไป
ทั้งนี้ เส้นทางดังกล่าวถือเป็นทางเลือกสำคัญของชาวบ้านชายขอบในพื้นที่บ้านขุนแม่สองและหย่อมบ้านใกล้เคียง โดยเฉพาะในช่วงฤดูฝนที่อาจเกิดน้ำป่าไหลหลาก ซึ่งประชาชนใช้เป็นเส้นทางหลีกหนีภัย ปัจจุบันมีราษฎรกว่า 126 ครัวเรือน รวมประชากร 568 คน ที่ยังคงเฝ้ารอความหวังให้เส้นทางนี้ได้รับการพิจารณาเปิดใช้อย่างเป็นทางการ เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของคนในพื้นที่
อย่างไรก็ตาม ชุมชนได้ยื่นหนังสือผ่านฝ่ายปกครองอำเภอแม่สะเรียง รวมถึงสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 16 สาขาแม่สะเรียง เพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องพิจารณาดำเนินการต่อไป.



