“ทีมข่าวนวัตกรรมขนส่งเดลินิวส์” รายงานว่า องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) ได้จัดส่งแผนงานการเตรียมพื้นที่อู่จอดโครงการเช่ารถโดยสารประจำทางปรับอากาศพลังงานสะอาด(EV) จำนวน 1,520 คัน ระยะเวลาเช่า 7 ปี วงเงิน 14,905 ล้านบาท จำนวน 12 อู่ ให้บริษัท นครชัยแอร์ จำกัด คู่สัญญาแล้ว เป็นอู่ใหม่ 7 แห่ง ใช้พื้นที่หน่วยงานของรัฐในสังกัดกระทรวงคมนาคม 5 แห่ง และเอกชน 2 แห่ง
1)สถานีเคหะ
2)สถานีคลองบางไผ่ 3
3)ปู่เจ้าสมิงพราย
4)คลองเตย
5)สถานีขนส่งสายใต้ปิ่นเกล้า
6)ไทรน้อย
7)เชียงราก
รองรับได้ 574 คัน
ที่เหลือ 946 คัน ใช้พื้นที่อู่เดิมของขสมก. 5 แห่ง
1)อู่รังสิต
2)อู่สวนสยาม
3)อู่บางเขน
4)อู่แสมดำ
5)อู่มีนบุรี

ขสมก.อยู่ระหว่างหารือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเรื่องการลงนามสัญญาเช่าอู่จอด คาดว่าจะทยอยลงนามสัญญาเช่าได้หมดภายในเดือนมี.ค. นี้ ณะเดียวกันได้เตรียมประกาศร่างขอบเขคงาน(TOR) ปรับปรุงพัฒนาพื้นที่อู่จอดทั้ง 12 แห่ง วงเงินประมาณ 663 ล้านบาท พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวก อาทิ ห้องน้ำบริการ ใช้เวลาปรับปรุงเสร็จภายใน 180 วัน เพื่อส่งมอบพื้นที่ให้คู่สัญญาเข้าติดตั้งสถานีประจุไฟฟ้าและแจ้งกำหนดเริ่มงานให้เอกชน (Notice to Proceed: NTP) ประมาณเดือนเม.ย. นี้เพื่อเริ่มผลิตรถและติดตั้งสถานีประจุไฟฟ้ารวม 434 หัวจ่าย
กำหนดส่งมอบ
ลอตแรก 500 คัน พร้อมระบบอัดประจุไฟฟ้า 144 หัวจ่าย ภายใน 300 วันหรือประมาณเดือน มี.ค. 2570
ลอต 2 ส่งมอบ 500 คัน พร้อมระบบอัดประจุไฟฟ้า 144 หัวจ่าย ภายใน 330 วัน หรือภายในเดือน เม.ย. 2570
ลอต 3 ส่งมอบ 520 คันพร้อมระบบอัดประจุไฟฟ้า 146 หัว ภายใน 360 วันหรือภายในเดือน พ.ค. 2570

นำมาบรรจุรถให้บริการประชาชนทดแทนรถโดยสารธรรมดา(รถร้อน) 1,520 คัน ที่จะปลดระวางเพื่อลดมลพิษใช้พลังงานสะอาดตามนโยบายรัฐบาล ลดต้นทุนเชื้อเพลิง70%หรือปีละประมาณ 1,500 ล้านบาท ลดปัญหาค่าเหมาซ่อม100% จากที่เคยรับภาระปีละประมาณ 1,800 ล้านบาท หากไม่ส่งมอบรถตามกำหนดคิดค่าปรับรายวัน0.20%ของราคารถที่ยังไม่ได้ส่งมอบ และราคาระบบอัดประจุไฟฟ้าต่อวันตามจำนวนที่ส่งไม่ครบ รวมทั้งต้องชดเชยความเสียหายจากการขาดรายได้ค่าโดยสารวันละ 10,000 บาทต่อคันด้วย



