หลังงจาก วานนี้ 9 มี.ค. ความเคลื่อนไหว ราคาหุ้น บริษัท บีซีพีจี จำกัด (มหาชน) ร่วงลงอย่างหนัก ปิดที่ 5.30 บาท ลดลง 25.35% หรือลดลง 1.80 บาท ด้วยมูลค่าซื้อขาย 504.61 ล้านบาท จากราคาเปิด 6.80 บาท ขึ้นไปสูงสุดของวันอยู่ที่ 6.95 บาท นักวิเคราะห์มองว่า ส่วนหนึ่งคาดว่า เป็นผลจากสื่อต่างประเทศแห่งหนึ่ง ระบุว่า ตำรวจสิงคโปร์และธนาคารกลางสิงคโปร์ (MAS) เข้าตรวจค้นบริษัทจัดการกองทุน Capital Asia Investments (CAI) และจับกุมกรรมการ 2 คน หลังสงสัยเกี่ยวข้องกับเครือข่ายฟอกเงินข้ามชาติ โดยทางการยึดทรัพย์จากบัญชีธนาคารและบัญชีหลักทรัพย์มูลค่ากว่า 160 ล้านดอลลาร์สิงคโปร์ ประมาณ 124 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และพบข้อบกพร่องร้ายแรงในระบบ AML/internal control ของบริษัท
ทั้งนี้ในรายงานข่าวระบุว่า บริษัท CAPITAL ASIA INVESTMENTS PTE. LTD. เป็นผู้ถือหุ้นใหญ่อันดับ 2 ของ BCPG โดยถือหุ้น 168,437,500 หุ้น คิดเป็นสัดส่วน 5.62%
ล่าสุดวันที่ 10 มี.ค. บมจ.บีซีพีจี ได้ชี้แจงในเรื่องดังกล่าวว่า ตามที่ราคาหุ้น BCPG มีการปรับตัวลดลงในช่วงก่อนปิดตลาด เมื่อวันที่ 9 มีนาคม 2569 นั้น บริษัท บีซีพีจี จำกัด (มหาชน) ขอเรียนชี้แจงว่า บริษัทไม่พบปัจจัยพื้นฐานหรือเหตุการณ์สำคัญใดๆ ที่มีผลกระทบต่อการดำเนินธุรกิจหรือฐานะทางการเงินของบริษัทฯ โดยการดำเนินธุรกิจ การบริหารจัดการ และความคืบหน้าของโครงการต่าง ๆ ยังคงดำเนินไปตามปกติอย่างต่อเนื่องบนพื้นฐานของความมั่นคงและเสถียรภาพขององค์กร
โดยบริษัทฯ ยังคงเดินหน้าพันธกิจหลักในการพัฒนาและลงทุนด้านพลังงานสะอาด พร้อมต่อยอดสู่การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานแห่งอนาคต เพื่อสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านสู่ระบบพลังงานที่ยั่งยืนทั้งในระดับประเทศและระดับภูมิภาค โดยมีเป้าหมายสำคัญในการผลักดันเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ และสร้างคุณค่าอย่างยั่งยืนให้แก่สังคม สิ่งแวดล้อม ผู้ถือหุ้น และผู้มีส่วนได้เสียทุกภาคส่วน ทั้งยังยึดมั่นในหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดี (Good Corporate Governance) และมาตรฐานความโปร่งใสในทุกกระบวนการดำเนินงาน

ทั้งนี้ จากการกำหนดรายชื่อผู้ถือหุ้นที่มีสิทธิได้รับเงินปันผลประจำปี 2568 (Record Date) ในวันที่ 5 มีนาคม 2569 บริษัทฯ ได้ปรับปรุงข้อมูลรายชื่อผู้ถือหุ้น บนเว็บไซต์ www.bcpggroup.com เป็นที่เรียบร้อยแล้ว

บริษัท บริษัท บีซีพีจี จำกัด (มหาชน) เป็นบริษัท ประกอบธุรกิจผลิตไฟฟ้าจากพลังงานสะอาดที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โดยเป็นผู้ประกอบการและลงทุนในโครงการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ พลังงานลม พลังน้ำ และก๊าซธรรมชาติ ในประเทศไทย สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว สาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม สาธารณรัฐจีน (ไต้หวัน) และสหรัฐอเมริกา มีกำลังการผลิตประมาณ 2,000 เมกะวัตต์
สำหรับบริษัทศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ (ประเทศไทย) จำกัด หรือ TSD เป็นหน่วยงานในกลุ่มตลาดหลักทรัพย์ฯ ทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางรับฝากหลักทรัพย์, นายทะเบียนหุ้น, และให้บริการหลังการซื้อขายในระบบไร้ใบหุ้น (Scripless) แก่นักลงทุนและบริษัทจดทะเบียน เพื่อให้การโอนและการเก็บรักษาหลักทรัพย์มีความปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ



