ที่ห้องฝึกอบรมไม้ใหญ่รีสอร์ท ตำบลสระแก้ว อำเภอเมืองกำแพงเพชร นายชาธิป รุจนเสรี ผู้ว่าราชการจังหวัดกำแพงเพชรในฐานะผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดกำแพงเพชร (ฝ่ายพลเรือน) มอบหมายให้ นายอนุชา พัสถาน รองผู้ว่าราชการจังหวัดกำแพงเพชร เป็นประธานในพิธีเปิดการฝึกอบรมโครงการกิจกรรมเสริมสร้างเครือข่ายความมั่นคงด้านการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยของ กอ.รมน. โดยมี พันเอกพงศธร เมืองแก่น รอง ผอ.รักษาความมั่นคงภายในจังหวัดกำแพงเพชร (ฝ่ายทหาร) พร้อมด้วยคณะวิทยากรโครงการอาสาพัฒนาและป้องกันตนเองฯ สำนักงานตำรวจสันติบาลจังหวัดกำแพงเพชร อาจารย์มหาวิทยาลัยราชภัฎกำแพงเพชร และผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมเป็นเกียรติในพิธี  โดยมี จ่าเอกทินกร ราษี รองหัวหน้าชุดครูฝึกฯ กล่าวรายงาน

นายอนุชา เปิดเผยว่า ปัจจุบันสถานการณ์สาธารณภัยมีความรุนแรงและซับซ้อนมากขึ้น ทั้งอุทกภัย วาตภัย และอัคคีภัย การเตรียมความพร้อมของเครือข่ายภาคประชาชนจึงเป็นสิ่งสำคัญ โดยเฉพาะกลุ่มเยาวชนที่เป็นพลังสะอาดและมีความเชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยี ซึ่งจะช่วยให้การบริหารจัดการภัยพิบัติในระดับพื้นที่เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ

ซึ่งการฝึกอบรมในครั้งนี้ มีผู้เข้าร่วมเป็นนิสิตและผู้นำนักศึกษาจาก มหาวิทยาลัยราชภัฏกำแพงเพชร จำนวน 57 คน โดยเนื้อหาการอบรมมุ่งเน้นผลสัมฤทธิ์ 3 ด้านหลัก ได้แก่ การสร้างความรู้ความเข้าใจบทบาทหน้าที่ตามแผนป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ และแผนของ กอ.รมน. , การบริหารจัดการในการเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานร่วมกันระหว่างหน่วยงานภาครัฐและมวลชนเครือข่ายในทุกระดับ และการมีส่วนร่วมโดยปลูกฝังให้เยาวชนนำความรู้ไปประยุกต์ใช้และเป็นที่พึ่งให้กับชุมชนของตนเองได้อย่างยั่งยืน นอกจากผู้เข้ารับการฝึกจะได้รับความรู้ความเข้าใจแล้ว ยังเป็นการฝึกทบทวนแนวทางปฏิบัติการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลในการสนับสนุนการบริหารจัดการสาธารณภัย เพื่อลดความซ้ำซ้อนและเพิ่มความรวดเร็วในการเข้าถึงพื้นที่ประสบภัยตามนโยบายรัฐบาลดิจิทัล (Digital Government) โดยมีการสาธิต และฝึกปฏิบัติการใช้งาน แอปพลิเคชัน “พ้นภัย” ซึ่งเป็นระบบสนับสนุนการแจ้งเหตุและติดตามสถานการณ์แบบเรียลไทม์ นอกจากนี้ยังมีการเรียนรู้เทคนิคการจดจำบุคคลที่น่าสงสัย และกรปฐมพยาบาลและกาารช่ววยยฟื้นคืนนชีพเบื้องต้น กิจกรรมครั้งนี้ถือเป็นการสร้างเครือข่ายมวลชนที่เข้มแข็ง ซึ่งจะทำให้นิสิตนักศึกษาสามารถนำความรู้ไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน และเป็นแกนนำในการช่วยเหลือชุมชนของตนเองได้อย่างเป็นรูปธรรมและยั่งยืนต่อไป