สำนักข่าวเอเอฟพี รายงานจากกรุงเตหะราน ประเทศอิหร่าน เมื่อวันที่ 10 มี.ค. ว่า สภาผู้เชี่ยวชาญของอิหร่าน ประกาศให้โมจตาบา เป็นผู้นำสูงสุดคนใหม่ โดยเพิกเฉยต่อคำขู่ลอบสังหารของอิสราเอล และคำเตือนจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ ที่ว่าเขาต้องมีส่วนร่วมในการเลือกผู้นำคนใหม่ของอิหร่าน
“การแต่งตั้งอยาตอลเลาะห์ โมจตาบา คาเมเนอี ส่งข้อความหนึ่งที่ชัดเจนไปยังต่างประเทศว่า ระบบกำลังรวมตัวกัน และไม่ได้ล่มสลาย” นายอาลี วาเอซ จากอินเตอร์เนชั่นแนล ไครซิส กรุ๊ป (ไอซีจี) กล่าว
ขณะที่ นายคลีเมนต์ เทอร์ม จากสถาบันระหว่างประเทศเพื่อการศึกษาอิหร่าน ระบุว่า ความเคลื่อนไหวดังกล่าวเป็น “การเลือกเชิงสัญลักษณ์” พร้อมกับเสริมว่า การรักษาชื่อ “คาเมเนอี” มีความสำคัญอย่างมาก สำหรับโฆษณาชวนเชื่อของระบอบการปกครองของอิหร่าน
As Mojtaba Khamenei assumes power in Iran, the clerical establishment is framing the death of his father, Ayatollah Ali Khamenei, as martyrdom for Islam and casting the new supreme leader as heir to the Islamic Republic’s legacy of resistance. https://t.co/EDQ43xmAlb
— The Wall Street Journal (@WSJ) March 10, 2026
“ความเกลียดชังต่ออิสราเอลและสหรัฐ เป็นส่วนหนึ่งในอุดมการณ์ของระบอบการปกครอง ไม่ได้ผูกมัดกับบุคคลใดบุคคลหนึ่ง และการขึ้นสู่อำนาจของโมจตาบา แสดงให้เห็นว่าผู้ครองอำนาจคือ กลุ่มอนุรักษนิยมสุดโต่งที่สุดในระบบอิหร่าน ซึ่งหลังจากที่เอาตัวรอดในประเทศโดยใช้ความหวาดกลัวและความรุนแรง พวกเขากำลังใช้ความรุนแรงในต่างประเทศ เพื่อยืดเวลาการปกครอง” เทอร์ม กล่าวเพิ่มเติม
ทั้งนี้ วาเอซกล่าวว่า การเลือกโมจตาบา วัย 56 ปี เป็นผู้นำสูงสุดของอิหร่านคนใหม่ ถือเป็นการส่งข้อความถึงรัฐบาลวอชิงตันว่า แรงกดดันทางเศรษฐกิจ การทูต และการทหารทั้งหมดที่สหรัฐใช้กับอิหร่าน เป็นเพียงการแทนที่คาเมเนอีคนหนึ่ง ด้วยคาเมเนอีอีกคนหนึ่งเท่านั้น.
เครดิตภาพ : AFP



