วานนี้ (4 พ.ค.) สำนักข่าวต่างประเทศรายงานสถานการณ์ในเมืองกัปดากด์ ประเทศฝรั่งเศส (Cap d’Agde) หนึ่งในวิมานแห่งนักนิยมการเปลือยกายของโลก บัดนี้กำลังเผชิญภาวะประชากรล้นทะลัก เนื่องจากมีนักท่องเที่ยวรุ่นใหม่ที่เดินทางมาในพื้นที่และมีพฤติกรรมอื้อฉาว โดยรวมกลุ่มกันทำกิจกรรมทางเพศตามชายหาดแบบไม่สนใจป้ายห้ามและสายตาผู้อื่น

หญิงชาวอังกฤษคนหนึ่งซึ่งในรายงานข่าวระบุเพียงชื่อว่า “บาร์บารา” เธอเป็น “นักนิยมธรรมชาติ” หรือผู้ที่ชื่นชอบการเปลือยกายและมาเยือนสถานที่แห่งนี้พร้อมสามีอย่างต่อเนื่องมานานร่วมสามทศวรรษ บาร์บาราเผยกับสำนักข่าวเดอะซันว่า ความเปลี่ยนแปลงในตอนนี้ได้สร้างรอยร้าวที่แบ่งแยกชัดเจนระหว่างกลุ่มนักนิยมการเปลือยกายแบบดั้งเดิมกับนักท่องเที่ยวรุ่นใหม่ที่มุ่งเน้นเพียงกิจกรรมทางเพศ 

แม้พื้นที่นี้จะได้สมญาว่า “เมืองชีเปลือย” และคนในท้องถิ่นจะคุ้นชินกับการเห็นผู้คนเดินเปลือยกายไปตามท้องถนนหรือนั่งรับประทานอาหารในร้านอย่างเสรีมานาน แต่ตอนนี้ เหล่านักนิยมธรรมชาติรุ่นเก่ากำลังไม่พอใจอย่างมาก โดยระบุว่า สิ่งที่กำลังเกิดขึ้นในปัจจุบันคือ มหกรรมกามกิจที่เปิดเผยโจ่งแจ้งกลางชายหาดอย่างไม่เลือกที่ทาง แม้จะมีป้ายประกาศห้ามเรื่อง “การสำแดงความอนาจารทางเพศ” พร้อมบทลงโทษปรับอย่างหนักติดตั้งอยู่โดยรอบ แต่ชาวเมืองต่างกล่าวเป็นเสียงเดียวกันว่ามาตรการเหล่านั้นแทบจะไร้ผล

บาร์บารากล่าวทิ้งท้ายด้วยความระอาว่า ตอนนี้เธอเลือกที่จะมาเยือนที่นี่เพียงแค่ในช่วงฤดูร้อนเท่านั้น และยืนกรานที่จะไม่เหยียบหาดทรายเด็ดขาด โดยเธอให้เหตุผลว่า “ทั้งหน่วยรักษาความปลอดภัย ไลฟ์การ์ด และตำรวจ จะประจำการอยู่บนหอคอยตลอดทั้งวันในช่วงเดือนเหล่านั้น” 

ทั้งนี้ในช่วงฤดูกาลที่คึกคักที่สุด กัปดากด์ซึ่งอยู่ห่างจากเมืองมงต์เปลิเยร์เพียงหนึ่งชั่วโมง สามารถดึงดูดผู้มาเยือนได้มากถึงวันละ 40,000 คน

ที่มา : nypost.com

เครดิตภาพ : GETTY IMAGES