วันที่ 11 มี.ค. นายโชติช่วง ศูรางกูร อุปนายกสมาคมไทยบริการท่องเที่ยว (TTAA) และรองกรรมการผู้จัดการ บริษัท หนุ่มสาวทัวร์ จำกัด เปิดเผยว่า ในวันที่ 19 มี.ค. นี้ จะเข้าพบตัวแทนจากกระทรวงการคลัง เพื่อหารือถึงแนวทางปรับปรุงอัตราภาษีที่มีความซ้ำซ้อน อย่างภาษีมูลค่าเพิ่ม หรือแวต ที่เก็บกับคนไทยซื้อธุรกิจนำเที่ยว หรือซื้อทัวร์ไปต่างประเทศ เนื่องจากในปัจจุบันคนไทยซื้อทัวร์ไปเที่ยวต่างประเทศจะต้องเสียแวตในไทย และยังต้องไปเสียแวตให้กับประเทศปลายทาง ซึ่งเป็นแวตที่ใช้จ่ายบริโภคนั้นๆ มองว่าเป็นการเสียภาษีซ้ำซ้อน ไม่เป็นธรรม เพราะเสียในประเทศแล้วยังต้องเสียต่างประเทศอีก
ทั้งนี้ การเข้าพบทีมกระทรวงการคลัง ในครั้งนี้ เพื่อต้องการให้ปรับปรุงเงื่อนไขเก็บภาษีแวตที่มีการกำหนดมาในอดีต ซึ่งระบุไว้ว่าภาษีแวตจะเก็บจากการบริโภคในประเทศ ยกเว้นธุรกิจนำเที่ยวไปต่างประเทศ ซึ่งเชื่อว่าหากไม่มีภาษีแวตให้กับคนซื้อทัวร์ จะทำให้ราคาทัวร์ถูกลง ขณะที่ยังย้ำว่าไม่ควรเก็บภาษีซ้ำซ้อนที่ไม่เป็นธรรมกับประชาชน และต้องการให้ลดอัตราภาษีนิติบุคคล จากปัจจุบัน 20% เป็นเหลือ 10% เพื่อช่วยผู้ประกอบการ
“ตัวอย่างคนไทยซื้อทัวร์ไปเที่ยวเวียดนามในราคา 20,000 บาท แต่จ่ายจริงเมื่อบวกแวตเข้าไปจะอยู่ที่ 21,400 บาท ทั้งที่ความเป็นจริงการบริโภคอยู่ในเวียดนามที่เก็บภาษีแวตจากการใช้จ่ายแล้ว ทำให้มองว่าเรื่องนี้ไม่เป็นธรรม ซึ่งทางสมาคมฯ ได้พยายามแก้มาเป็น 10 ปีแล้ว พยายามผลักดันให้ไม่มี หรือ 0% และที่ผ่านมาได้หารือ และคุยกับอธิบดีกรมสรรพากรคนก่อนหน้านี้ แต่ถูกตีตก ซึ่งจากการศึกษาต่างประเทศ ส่วนใหญ่ไม่ได้เก็บภาษีแวตส่วนนี้ เหตุผลเพราะไม่ได้บริโภคในประเทศ”



