เมื่อวันที่ 11 มี.ค.ตามที่ปลัดกระทรวงศึกษาธิการได้มอบหมายให้เข้าร่วมเสวนาในงาน “MDCU MedUMORE The Global Phenomenon” ซึ่งคณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จัดขึ้น

ดร.เกศทิพย์ ศุภวานิช อธิบดีกรมส่งเสริมการเรียนรู้ (สกร.) ได้เข้าร่วมปฏิบัติภารกิจตามที่ได้รับมอบหมาย โดยร่วมเสวนาพิเศษในหัวข้อ “Standardizing the Future: AI & Global Recognition” (ยกระดับมาตรฐานสู่อนาคต เมื่อ AI พลิกโฉมการศึกษาแพทย์ไทย) ร่วมกับผู้ทรงคุณวุฒิจากหลายภาคส่วน ได้แก่ นายแพทย์รุ่งเรือง กิจผาติ รักษาราชการแทนเลขาธิการสำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ (ปส.) ผู้แทนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม พล.อ.อ. นพ. อิทธพร คณะเจริญ เลขาธิการแพทยสภา ศ. ดร. นพ.สมบัติ ตรีประเสริฐสุข รองอธิการบดี ด้านแผนและการงบประมาณ ยุทธศาสตร์และการขับเคลื่อน และบริหารความเสี่ยง จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ศ. ดร.พลกฤษณ์ แสงวณิช คณบดีวิทยาลัยส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิตเพื่อประชาชนแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (Chula XL) รศ.ดร. พญ.โสฬพัทธ์ เหมรัญช์โรจน์ รองคณบดีด้านนวัตกรรมแนวบูรณาการและเทคโนโลยีดจิทัล คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย รศ. นพ.กำพล สุวรรณพิมลกุล ผู้ช่วยคณบดีด้านการบริการวิชาการและการศึกษานานาชาติ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

ในการเสวนาครั้งนี้ อธิบดีกรมส่งเสริมการเรียนรู้ได้แลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับ การสร้างความเท่าเทียมและลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล โดยสะท้อนมุมมองของกระทรวงศึกษาธิการว่า การเปิดโอกาสให้เด็กและประชาชนทุกคนสามารถเข้าถึงการเรียนรู้อย่างทั่วถึงและเป็นธรรม คือเป้าหมายสำคัญของการพัฒนาประเทศ ซึ่ง เทคโนโลยีดิจิทัลและปัญญาประดิษฐ์ (AI) จะเป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยให้การเข้าถึงองค์ความรู้เกิดขึ้นได้อย่างรวดเร็ว ทันสมัย และพร้อมเพรียงกันทั่วประเทศ

อธิบดี สกร. กล่าวเพิ่มเติมว่า การพัฒนาศักยภาพของผู้เรียนในยุคดิจิทัลจำเป็นต้องคำนึงถึงพัฒนาการตามช่วงวัย โดยเฉพาะการเสริมสร้างทักษะด้านดิจิทัลและ AI ที่สอดคล้องกับพฤติกรรมการเรียนรู้ของผู้เรียนในโลกยุคใหม่ ขณะเดียวกันยังต้องแก้ไขความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาที่เกิดขึ้นในพื้นที่ห่างไกล ซึ่งปัจจุบันมีการพัฒนาการจัดการเรียนรู้จากระบบการศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียม (DLTV) ไปสู่การเรียนรู้ผ่านระบบดิจิทัล เพื่อช่วยแก้ปัญหาการขาดแคลนครูและสร้างมาตรฐานการเรียนรู้ที่ใกล้เคียงกันทั่วประเทศ

นอกจากนี้ ยังได้สะท้อนบทบาทของ กรมส่งเสริมการเรียนรู้ (สกร.) ซึ่งมีพันธกิจในการดูแลการเรียนรู้ของประชาชนทุกช่วงวัย ภายใต้แนวคิด “สกร. อยู่ในใจทุกครัวเรือน” โดยมุ่งใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเป็นเครื่องมือสำคัญในการขยายโอกาสทางการเรียนรู้ให้กับประชาชนทั่วประเทศ ผ่านกลไกของครู สกร. ที่ปฏิบัติงานอยู่ในทุกตำบล ทำหน้าที่เป็นผู้แนะนำและสนับสนุนการเรียนรู้ รวมถึงการใช้เทคโนโลยีและแอปพลิเคชันที่เป็นประโยชน์ต่อการดำเนินชีวิต

พร้อมกันนี้ สกร. ยังมีแนวทางในการเชื่อมโยงผลการเรียนรู้จากกิจกรรมต่าง ๆ เข้าสู่ระบบ ธนาคารหน่วยกิต (Credit Bank) เพื่อเปิดโอกาสให้ประชาชนสามารถสะสมและเทียบโอนการเรียนรู้ได้อย่างยืดหยุ่น รวมทั้งดำเนินงานเชิงรุกผ่านเครือข่ายครูและบรรณารักษ์ในการเข้าถึงประชาชนในระดับชุมชนและครัวเรือน เพื่อส่งเสริมการเรียนรู้ที่ตอบโจทย์ชีวิตจริง

ทั้งนี้ เวทีเสวนาดังกล่าวเป็นพื้นที่สำคัญในการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้เกี่ยวกับการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลและ AI เพื่อยกระดับมาตรฐานการศึกษาและการพัฒนากำลังคนให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของโลกในอนาคต โดย กรมส่งเสริมการเรียนรู้ได้ปฏิบัติภารกิจตามที่ได้รับมอบหมายเสร็จสิ้นเรียบร้อยแล้ว