เมื่อเวลา 07.30 น. วันที่ 3 มิ.ย. 69 ศูนย์วิทยุกองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดเชียงใหม่ ได้รับแจ้งจากพลเมืองดีว่า มีผู้ลืมกระเป๋าใส่เงินไว้บริเวณข้างตู้เอทีเอ็ม ธนาคารกสิกรไทย สาขาช้างคลาน ขอให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าตรวจสอบและติดตามหาเจ้าของ โดยจุดพบกระเป๋าอยู่บริเวณข้างตู้เอทีเอ็ม ธนาคารกสิกรไทย สาขาช้างคลาน ตำบลช้างคลาน อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ จึงประสานเจ้าหน้าที่สายตรวจเข้าตรวจสอบทันที

เมื่อเจ้าหน้าที่เดินทางไปถึง พบพลเมืองดีกำลังยืนเฝ้ากระเป๋าสีดำอยู่ โดยภายในพบเงินสด 60,000 บาท ขณะเดียวกันยังพบเจ้าของกระเป๋าเดินทางมายังจุดเกิดเหตุและยืนรอพบเจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่แล้ว เจ้าหน้าที่จึงทำการตรวจสอบข้อเท็จจริงและสอบถามบุคคลที่เกี่ยวข้อง

จากการสอบถามพลเมืองดี ทราบว่า ได้เดินทางมาทำธุรกรรมทางการเงินที่ตู้เอทีเอ็ม ธนาคารกสิกรไทย สาขาช้างคลาน และสังเกตเห็นกระเป๋าสีดำถูกวางทิ้งไว้ข้างตู้เอทีเอ็ม เมื่อตรวจสอบพบว่าภายในมีเงินสดจำนวนมาก จึงพยายามประกาศตามหาเจ้าของในบริเวณใกล้เคียง แต่ไม่มีผู้ใดแสดงตัวเป็นเจ้าของ จึงตัดสินใจนั่งเฝ้ากระเป๋าเงินไว้เป็นเวลากว่า 20 นาที กระทั่งไม่พบผู้มารับคืน จึงโทรศัพท์แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจให้เข้ามาตรวจสอบ

ด้านผู้ประกอบการเจ้าของเงิน ให้การกับเจ้าหน้าที่ตำรวจว่า ก่อนเกิดเหตุได้มอบเงินจำนวนกว่าแสนบาท ให้ลูกจ้างนำไปฝากผ่านตู้เอทีเอ็มระบบรับฝากเงิน โดยแยกใส่มาในกระเป๋า 2 ใบ ต่อมาลูกจ้างกลับมาที่ร้าน และแจ้งว่าดำเนินการฝากเงินเรียบร้อยแล้ว

อย่างไรก็ตาม หลังจากผ่านไปประมาณ 20 นาที เจ้าของเงินได้ตรวจสอบยอดเงินในระบบ พบว่าจำนวนเงินที่เข้าบัญชีไม่ครบตามที่มอบหมายให้ไปฝาก จึงสอบถามลูกจ้างอีกครั้ง ก่อนที่ลูกจ้างจะตกใจและยอมรับว่า ลืมกระเป๋าเงินอีกใบซึ่งวางไว้ข้างตู้เอทีเอ็ม โดยเข้าใจผิดว่าดำเนินการฝากเงินเสร็จเรียบร้อยทั้งหมดแล้ว เนื่องจากระหว่างการฝากเงินต้องรอระบบทำงานและทยอยใส่ธนบัตรเข้าเครื่อง จึงเผลอลืมกระเป๋าอีกใบที่วางอยู่ด้านข้างตู้เอทีเอ็ม

ภายหลัง เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ตรวจสอบเอกสาร หลักฐาน และบันทึกภาพไว้เป็นหลักฐานอย่างละเอียด จนมั่นใจว่าเป็นเจ้าของตัวจริง สามารถแสดงตัวตนและหลักฐานการทำธุรกรรมได้อย่างชัดเจน จึงดำเนินการให้พลเมืองดีส่งมอบกระเป๋าเงินคืนแก่เจ้าของอย่างเป็นทางการ โดยเจ้าของเงินได้กล่าวขอบคุณพลเมืองดีที่ช่วยดูแลทรัพย์สินไว้จนได้รับคืนครบถ้วน

ขณะที่ประชาชนและชาวบ้านที่อยู่ในบริเวณดังกล่าว ต่างร่วมชื่นชมความซื่อสัตย์และความมีน้ำใจของพลเมืองดีรายนี้ ที่ไม่เพียงไม่แตะต้องทรัพย์สินของผู้อื่น แต่ยังสละเวลานั่งเฝ้ากระเป๋าเงินและประสานตำรวจช่วยติดตามหาเจ้าของ จนทำให้เงิน 60,000 บาท ได้กลับคืนสู่เจ้าของอย่างปลอดภัย สะท้อนให้เห็นถึงแบบอย่างที่ดีของสังคมไทย ที่ยังคงมีคนดีคอยช่วยเหลือกันในยามจำเป็น.