วันที่ 11 มี.ค. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คมนาคม เปิดเผยหลังเป็นประธานการประชุมศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ศบก.) ว่า กระทรวงพาณิชย์รายงานสถานการณ์เรื่องปุ๋ยยูเรีย ยืนยันไม่ขาดตลาด พยายามจัดหาปุ๋ยมาเพิ่มเติม โดยกระทรวงพาณิชย์ ดำเนินการอยู่ อะไรที่เป็นสินค้าควบคุม รัฐบาลพยายามควบคุมให้ได้
ส่วนกรณีราคาน้ำมันอาจต้องลอยตัวบ้าง เช่น เบนซิน ขณะที่ดีเซล นายกฯ อนุทิน ได้ประกาศคงไว้ 15 วัน ถึงเวลานี้เหลืออีก 4-5 วัน เมื่อถึงเวลานั้นนายกฯ จะประชุมอีกครั้งว่าจะทำอย่างไร ซึ่งดีที่สุดปล่อยให้เป็นไปตามกลไกตลาด เพราะตั้งแต่นายกฯ อนุทิน ชาญวีรกูล เข้ามารับตำแหน่ง ขณะนั้นน้ำมันดีเซลอยู่ที่ 32 บาทต่อลิตร ดังนั้นการจะกลับไปที่ 32 บาทอีกครั้ง ไม่ควรจะเป็นปัญหาให้สินค้าอะไรที่ต้องเพิ่มขึ้น
“ในยุคนายกฯ เศรษฐา ทวีสิน ราคาดีเซล 34 บาท แต่ราคาสินค้าขึ้นลอยไปตรงนั้น พอราคาพลังงานลด 29.94 บาทต่อลิตร ขอความเป็นธรรมผู้ประกอบการ การที่ราคาพลังงานลด พวกคุณไม่ได้ลดลง แต่พลังงานเริ่มไต่ กรุณาอย่าเพิ่งขึ้นราคา ขอให้หันหน้ามาคุยกับรัฐบาล แน่นอนรัฐบาล และนายกฯ ได้ตั้งทีมงาน กระทรวงพาณิชย์หารือผู้ประกอบการต่างๆ ทุกอย่างการขึ้นราคา อยู่ในการควบคุมกระทรวงพาณิชย์”
อย่างไรก็ตามหากราคาลอยตัวถึง 40 บาท อาจต้องมานั่งคุยกัน โดยผู้ประกอบการ สมาคมต่างๆ ทำหนังสือมาถึงนายกฯ และรัฐบาลพร้อมที่จะปรึกษาหารือกับผู้ประกอบการทุกสาขา
นายพิพัฒน์ กล่าวว่า กรณีข่าวปิดสถานีบริการน้ำมัน 4 ทุ่มนั้น ยืนยันไม่มี อาจเป็นความเข้าใจผิดหรือสื่อสารผิด ทุกอย่างยังเป็นปกติ ขณะที่กระทรวงพลังงานยืนยันว่าไทยจะหาแหล่งพลังงานอื่นนอกเหนือจากช่องแคบฮอร์มุซได้ โดยปกติไทยจะมีการนำเข้าพลังงานจากตะวันออกกลาง 50% ส่วนอีก 50% มาจากช่องทางอื่น ดังนั้นไม่ว่าราคาจะลอยตัวอย่างไรจะหาแหล่งพลังงานอื่นได้
ส่วนแอลเอ็นจียืนยันไม่มีปัญหา เพราะผลิตในไทยได้ และอีกช่องทางท่อแก๊สร่วมมาเลเซีย ขอให้ผลิตมามากขึ้นและขอให้ไทยซื้อสัดส่วนเพิ่มขึ้นด้วย และสหรัฐไม่ปิดกั้นผู้ซื้อจากรัสเซีย เพราะกระทรวงต่างประเทศ เจรจาซื้อจากรัสเซีย ซึ่งหากทำได้จะทดแทนได้



