เมื่อวันที่ 12 มี.ค. ที่เรือนจำกลางคลองเปรม ถนนงามวงศ์วาน แขวงลาดยาว เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร น.ส.แพทองธาร ชินวัตร หรือ “อิ๊งค์” อดีตนายกรัฐมนตรี พร้อมด้วย นายปิฎก สุขสวัสดิ์ หรือ “ปอ” คู่สมรส และนายวิญญัติ ชาติมนตรี ทนายความประจำตัว ได้เดินทางเข้าเยี่ยมนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ในฐานะตัวแทนครอบครัว ซึ่งการเข้าเยี่ยมในครั้งนี้ถือเป็นครั้งที่ 47 โดยปัจจุบันนายทักษิณได้ถูกคุมขังอยู่ภายในเรือนจำ ครบ 6 เดือน กับอีก 2 วัน ทั้งนี้บริเวณหน้าเรือนจำยังมีกลุ่มเพื่อนร่วมรุ่นสมัยโรงเรียนมงฟอร์ตวิทยาลัย จ.เชียงใหม่ รหัส MC 08 และกลุ่มมวลชนคนเสื้อแดงจำนวนมากมารอให้กำลังใจและต้อนรับ

ต่อมาเวลา 10.35 น. น.ส.แพทองธาร พร้อมคู่สมรสและทนายความได้เดินทางออกมาจากเรือนจำภายหลังเสร็จสิ้นการเข้าเยี่ยม โดย น.ส.แพทองธาร ได้ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนถึงอาการป่วยของนายทักษิณว่า หลังจากสัปดาห์ที่แล้วประสบปัญหาด้านสุขภาพ ขณะนี้อาการดีขึ้นตามลำดับ ส่วนกรณีสถานการณ์ความขัดแย้งในสงครามตะวันออกกลาง รวมถึงประเด็นทางการเมืองนั้น นายทักษิณ ไม่ได้มีการพูดคุยหรือฝากข้อความใด ๆ ออกมาเป็นพิเศษ

เมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงความรู้สึกของครอบครัวต่อเกณฑ์การพักโทษของนายทักษิณที่จะมาถึงในช่วงเดือนพฤษภาคม น.ส.แพทองธารยอมรับว่าอยากให้คุณพ่อได้ออกมาแล้ว พร้อมกันนี้ยังได้เข้าไปพูดคุยกับกลุ่มเพื่อนร่วมรุ่นเอ็มซีศูนย์แปดที่มาคอยให้กำลังใจ โดยระบุว่าใกล้ถึงเวลาที่นายทักษิณจะได้ออกจากเรือนจำแล้ว จึงอยากให้ทุกคนอยู่เป็นกำลังใจให้กันต่อไป ขณะที่มวลชนเสื้อแดงได้แจ้งว่าจะมีการรวมตัวค้างคืนที่หน้าเรือนจำ ซึ่งจัดขึ้นเป็นประจำทุกสัปดาห์ โดย น.ส.แพทองธาร ได้ยิ้มตอบรับอย่างเป็นมิตรและยกมือไหว้ลามวลชนก่อนขึ้นรถเดินทางกลับ

ทางด้าน นายวิญญัติ ชาติมนตรี ทนายความประจำตัว ได้ให้รายละเอียดถึงกระบวนการพิจารณาพักโทษว่า ขณะนี้ได้ดำเนินการยื่นเอกสารเรียบร้อยหมดแล้ว ซึ่งขั้นตอนต่อไปต้องผ่านการพิจารณาของคณะอนุกรรมการทั้ง 3 คณะตามลำดับ ส่วนกรณีที่สื่อถามว่าหากมติของทั้ง 3 คณะไม่ตรงกันจะเป็นอย่างไรนั้น ตนไม่ทราบในรายละเอียดเนื่องจากเป็นเพียงผู้ปฏิบัติ ต้องรอสอบถามผู้ที่เกี่ยวข้อง แต่เชื่อว่าจะมีทางออกที่เหมาะสม

ทั้งนี้ตามหลักเกณฑ์หากผ่านการพิจารณา นายทักษิณจะครบกำหนดและสามารถออกจากเรือนจำได้ในวันที่ 11 พฤษภาคม เวลาประมาณ 07.00 น. เนื่องจากนายทักษิณถูกคุมขังมาครบ 8 เดือนตามเงื่อนไข แต่ตนขอใช้คำว่า “ถ้า” เพราะไม่อาจก้าวล่วงการตัดสินใจของคณะอนุกรรมการได้ ซึ่งต้องปล่อยให้เป็นไปตามการพิจารณาคุณสมบัติและหลักเกณฑ์เป็นสำคัญ ส่วนแนวโน้มการปล่อยตัวจะเป็นไปในทิศทางบวกหรือสีเขียวหรือไม่นั้น ตนยังไม่สามารถยืนยันได้ในขณะนี้

นอกจากนี้ นายวิญญัติ ยังได้ตอบข้อซักถามถึงความคืบหน้ากรณีการแจ้งความดำเนินคดีกับกลุ่มผู้ที่สร้างข่าวปลอมหรือ Fake News ต่อนายทักษิณว่า ขณะนี้กำลังอยู่ระหว่างดำเนินการและจะได้เห็นผลอย่างแน่นอน เพราะผู้ที่ปล่อยข่าวปลอมเพื่อหวังยอดไลก์ หวังผลให้คนติดตาม หรือเพื่อทำลายล้างทางการเมืองช่วงเลือกตั้ง จะต้องรับผิดชอบต่อการกระทำดังกล่าว สำหรับคำถามที่ว่าผู้ที่จะถูกดำเนินคดีรับทราบเรื่องหรือยังนั้น อีกไม่นานจะมีการแจ้งให้ทราบ โดยตนจะเลือกดำเนินการเฉพาะตัวหลัก ๆ ที่กระทำการโดยไม่สุจริต เนื่องจากการไล่ฟ้องประชาชนทุกคนเป็นเรื่องที่ยุ่งยากลำบาก จึงต้องมีการคัดกรองก่อน