สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงมัสกัต ประเทศโอมาน เมื่อวันที่ 13 มี.ค. ว่า นายบาดร์ อัลบูไซดี รมว.การต่างประเทศโอมาน ซึ่งเคยเป็นคนกลางในการเจรจาระหว่างสหรัฐกับอิหร่านถึง 3 รอบ ก่อนสงครามระหว่างสหรัฐ-อิสราเอล กับอิหร่าน ปะทุเมื่อวันที่ 28 ก.พ. ที่ผ่านมา กล่าวว่า สงครามครั้งนี้เกิดขึ้น “ภายใต้บริบทที่กว้างกว่านั้น” ซึ่งรวมถึงความพยายามที่จะขัดขวางการสถาปนารัฐปาเลสไตน์ และบ่อนทำลายทุกประเทศหรือสถาบัน ที่ให้การสนับสนุนความเป็นรัฐของปาเลสไตน์

ขณะเดียวกัน อัลบูไซดีเรียกร้องให้กลุ่มประเทศอาหรับในแถบอ่าวเปอร์เซีย ทบทวนหลักการด้านการป้องกันประเทศของตนเอง โดยตั้งข้อสังเกตว่า “กำลังมีการถกเถียงกันอย่างกว้างขวางในภูมิภาค เกี่ยวกับประสิทธิภาพของมาตรการความมั่นคงบางอย่างที่มีอยู่เดิม” และเสริมว่า “ผู้มีบทบาทสำคัญหลายรายในตะวันออกกลาง” ต่างตระหนักดีว่า มีแผนการจ้องเล่นงานภูมิภาคแห่งนี้อยู่

อย่างไรก็ตาม ทุกฝ่ายกำลังประเมินสถานการณ์และเดิมพันว่า การเลือกยืนข้างสหรัฐ อาจช่วยกดดันให้รัฐบาลอชิงตันเองปรับเปลี่ยนการตัดสินใจ และการดำเนินนโยบาย

อนึ่ง โอมาน ซึ่งเป็นหนึ่งในพันธมิตรของสหรัฐในตะวันออกกลาง นิยามสงครามครั้งนี้ว่า “ผิดกฎหมาย” และ “ผิดศีลธรรม” และเตือนว่า รัฐบาลวอชิงตันจะไม่มีทางได้ข้อตกลงที่ดีกว่าจากการทำสงคราม เมื่อเทียบกับการเจรจาอย่างสันติ.

เครดิตภาพ : AFP