“เมืองสยาม และบางกอก” ที่ใครๆก็พูดถึงมาตั้งแต่ในอดีตว่ามีความสวยงาม ทั้งวัดวาอาราม ผู้คนที่มีอัธยาศัยไมตรีจิตที่ดี อาหารเลิศรส จนทำให้ใครหลายคนจากหลายเชื้อชาติ อยากมาสัมผัส มาท่องเที่ยว ณ ดินแดนแห่งนี้ หรือแม้กระทั่งใครที่เคยมาแล้วส่วนใหญ่ก็อยากจะกลับมาอีก

สิ่งที่ทำให้การันตีได้ว่า กรุงเทพมหานคร(กทม.) เมืองหลวงของประเทศไทย ยังเป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยวหลากชาติหลายภาษา นั่นก็คือ รางวัลต่างๆในเวทีสากลที่สากลที่เคยได้รับมา อาทิ ในปี2024 คว้าอันดับ 1 เมืองที่ดีที่สุดในเอเชียแปซิฟิก (Best Cities in Asia-Pacific) จาก นิตยสาร Travel+Leisure Luxury Awards Asia Pacific 2024 นิตยสารท่องเที่ยวและไลฟ์สไตล์ชั้นนำแนวหน้าของเอเชีย , ปี2025 กทม.ได้รับการจัดอันดับให้เป็นเมืองท่องเที่ยวที่ดีที่สุดในเอเชีย ประจำปี 2025 จากรายงาน Best in Travel 2025 โดยเว็บไซต์ท่องเที่ยวระดับนานาชาติ Smart Travel Asia ซึ่งจัดอันดับจากผลการสำรวจความคิดเห็นของนักเดินทางทั่วโลก ซึ่งในปีนั้นเอง กทม.ยังครองแชมป์เป็นอันดับ 1 ต่อเนื่องเป็นปีที่สองอีกด้วย

ส่วนในปีนี้ กทม.ยังสามารถคว้าอันดับ 1 เมืองที่ดีที่สุดของทวีปเอเชีย ประจำปี 2026 (Best Cities in Asia 2026) จากผลการโหวตของผู้อ่านนิตยสาร DestinAsian อีกครั้ง โดยในปี2024 นั้น กทม.เองเคยได้รับรางวัลนี้มาแล้วครั้งหนึ่ง

และยังคว้าอันดับที่ 8 ของโลก และพุ่งทะยานเป็นอันดับ 2 ของเอเชีย ซึ่งผลคะแนนนี้มาจากเหล่านักเขียนและผู้ที่คลุกคลีกับเสน่ห์ของเมืองแบบใกล้ชิดจากการจัดอันดับของ Time Out ในการฉลองครบรอบ 10 ปีในหัวข้อ Time Out Best Cities สำหรับ 10 อันดับเมืองที่ดีที่สุดในโลกปี 2026 ได้แก่ 1. เมลเบิร์น 2. เซี่ยงไฮ้ 3. เอดินบะระ 4. ลอนดอน 5. นิวยอร์ก 6. เคปทาวน์ 7. เม็กซิโกซิตี้ 8. กรุงเทพมหานคร 9. โซล 10. โตเกียว โดยในการจัดอันดับครั้งนี้จ.เชียงใหม่ยังติดอันดับ 32 ของโลกด้วย ส่วน 10 อันดับเมืองที่ดีที่สุดในเอเชียปี 2026 ได้แก่ 1. เซี่ยงไฮ้ 2. กรุงเทพมหานคร 3. โซล 4. โตเกียว 5. ฮ่องกง 6. สิงคโปร์ 7. ฮานอย 8. ปักกิ่ง 9. เชียงใหม่ 10. โฮจิมินห์ซิตี้

นายเอกวรัญญู อัมระปาล โฆษกของ กทม. เปิดเผยถึงรางวัลที่กทม.ได้รับในครั้งนี้ว่า กทม.คว้าอันดับ 1 เมืองที่ดีที่สุดของทวีปเอเชีย ประจำปี 2026 (Best Cities in Asia 2026) ในการประกาศผลรางวัล Readers’ Choice Awards 2026 จากผลการโหวตของผู้อ่านนิตยสาร DestinAsian นิตยสารท่องเที่ยวและไลฟ์สไตล์ระดับหรูชั้นนำในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ซึ่งในหมวดหมู่เมืองที่ดีที่สุดนี้ ยังมีเมืองอื่น ๆ ใน 10 อันดับแรก อาทิ อันดับ 2 โตเกียว (ญี่ปุ่น) อันดับ 3 สิงคโปร์
โดยเหตุผลหลักที่ กทม.สามารถคว้าอันดับ 1 มาได้ ด้วย 4 ความโดดเด่นที่นิตยสาร DestinAsian นิยามให้ คือ
1.ความมีเสน่ห์แบบขั้วตรงข้ามที่ลงตัว : กทม.ถูกยกย่องว่าเป็นเมืองที่มีความยืดหยุ่นและเปิดกว้าง ด้วยการผสมผสานระหว่างรากเหง้าทางวัฒนธรรมที่เข้มแข็ง เช่น วัดวาอารามที่สวยงามและตลาดน้ำ กับความทันสมัยระดับโลก อย่างห้างสรรพสินค้าสุดหรูและตึกระฟ้าได้อย่างน่าทึ่ง
- สวรรค์แห่งอาหารระดับโลก : โดยผู้อ่านเทคะแนนโหวตให้กทม.ในฐานะจุดหมายปลายทางด้านอาหารที่ครบเครื่องที่สุด ไม่ว่าจะเป็น
- Street Food ที่รู้จักกันเป็นอย่างดีว่าคือสวรรค์ของอาหารริมทางที่มีชื่อเสียงไปทั่วโลก
- Fine Dining ที่มีการเติบโตของร้านอาหารระดับสูงและเชฟรุ่นใหม่ที่นำเสนออาหารแนว Progressive หรืออาหารที่ใช้ทั้งความคิดสร้างสรรค์ และนวัตกรรม มายกระดับวัตถุดิบหรือเมนูคุ้นเคยให้กลายเป็นประสบการณ์ใหม่ที่คาดไม่ถึง ซึ่งได้รับการยอมรับในระดับสากล
3.ประสบการณ์การท่องเที่ยวที่หลากหลาย : เพราะกรุงเทพฯ มี “ทางเลือก” ที่ตอบโจทย์นักเดินทางทุกกลุ่ม ทั้งการพักผ่อน มีโรงแรมหรูระดับ Ultra-luxury และโรงแรมบูติกที่ได้รับรางวัลมากมาย และ ไลฟ์สไตล์หลากหลาย ตั้งแต่ย่านศิลปะสมัยใหม่ ย่านประวัติศาสตร์ ไปจนถึงสถานบันเทิงยามค่ำคืนที่ติดอันดับโลก
4.การต้อนรับและจิตวิญญาณของเมือง ด้วยบรรยากาศของ “เมืองหลวงแห่งรอยยิ้ม” ที่มีความสนุกสนานและเป็นอิสระ รวมถึงการบริการที่ประทับใจในทุกระดับ ตั้งแต่คนขับรถตุ๊กตุ๊กไปจนถึงพนักงานโรงแรม 5 ดาว เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ผู้อ่านจากทั่วเอเชียแปซิฟิกโหวตให้กรุงเทพฯ เป็นอันดับ 1 ติดต่อกันหลายปี

โฆษก กทม. กล่าวเพิ่มว่า จากข้อมูลดังกล่าว จึงทำให้สามารถวิเคราะห์ได้ว่า ที่กรุงเทพฯ คว้ารางวัล ‘เมืองที่ดีที่สุด อันดับ 1’ มาได้ เพราะเป็นเมืองที่ เที่ยวสนุก กินอร่อย พักสบาย และมีเสน่ห์ไม่เหมือนใครในทุกหัวมุมถนน ซึ่งนอกจากรางวัลนี้จะสะท้อนความเชื่อมั่นของนักท่องเที่ยวทั่วโลกแล้ว ยังเป็นแรงผลักดันให้เรามุ่งมั่นพัฒนาให้กรุงเทพฯ เป็นเมืองที่ ‘น่าเที่ยว’ สำหรับผู้มาเยือน และเป็นเมืองที่ ‘น่าอยู่’ สำหรับทุกคนอย่างยั่งยืนต่อไป
ขณะที่ นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯกทม. ก็เคยได้กล่าวถึงเสน่ห์ของเมืองกรุงไว้ว่า กรุงเทพฯ มีรอยยิ้ม ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญ เราเป็นมิตรกับทุกคน เราเป็นเมืองเป็นมิตรที่สุดในโลก รวมทั้ง กทม.มีสิ่งแวดล้อมที่ปลอดภัย โดยมีเทคโนโลยีมากมายที่พัฒนาเพื่อความปลอดภัย เช่น ติดตั้งกล้อง CCTV 60,000 กว่าตัวทั่วกรุง พัฒนาไฟ LED กว่าแสนกว่าดวงให้สว่างไสว เป็นต้น

ที่ผ่านมา กทม.พยายามปรับปรุง เปลี่ยนแปลง ฟื้นฟู ทั้งโครงสร้างพื้นฐาน เช่น ทางเท้า การสัญจรที่ปลอดภัย สำหรับคนทุกกลุ่ม ทุกเพศวัย พัฒนาระบบขนส่งสาธารณะให้เชื่อมต่อเข้าสู่แหล่งท่องเที่ยวโดยง่าย ค้นหาอัตลักษณ์ของแต่ชุมชน เพื่อให้สามารถกระจายนักท่องเที่ยวไปยังแหล่งอื่นเพิ่มเติม เพื่อเพิ่มรายได้ให้แก่ชุมชนต่างๆไม่กระจุกเพียงแค่ สถานที่ยอดฮิตบางจุด การเปิดพื้นที่สาธารณะให้คนออกมาทำกิจร่วมกัน เช่น ดนตรีในสวน งานศิลปะฝาผนัง สตรีทอาร์ท รวมทั้งการจัดระเบียบพื้นที่แผงค้าหาบเร่แผงลอย เพื่อให้เป็นเมืองเดินได้ เดินดี น่าเดิน การเปิดพื้นที่ให้กองถ่ายมาใช้ถ่ายทำภาพยนตร์ โฆษณา MV เป็นต้น
แต่อย่างไรก็ตาม ยังคงมีบางเรื่องราวที่ กทม.พยายามแก้ไขมานาน และปัจจุบันยังคงเป็นปัญหา พบเจออยู่บ่อยๆ ทั้ง ขอทานที่นั่งขอเงินในย่านท่องเที่ยว คนไร้บ้านที่ก่อเหตุทำร้ายแย่งชิงทรัพย์สิน แม้กระทั่งการโก่งราคาสินค้ากับนักท่องเที่ยว บางจุดจำหน่ายของแพง หรือแม้แต่รถโดยสารทั้งรถแท๊กซี่ รถตุ๊กตุ๊ก ที่คิดราคาค่าโดยสารไม่เป็นธรรม ทำให้กลายเป็นมุมมืดของกานท่องเที่ยว ซึ่งสิ่งต่างๆเหล่านี้ กทม.ไม่สามารถทำเองด้เพียงหน่วยงานเดียว ต้องบูรณาการร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง บังคับใช้กฏหมายอย่างจริงจัง อีกทั้งคนในสังคมถ้าพบเจอต้องแจ้งภาครัฐให้ดำเนินการทันที ไม่เพิกเฉยปล่อยผ่าน เพื่อให้วันข้างหน้า เมืองหลวงแห่งนี้จะได้กลายเป็นเมืองน่าอยู่สำหรับทุกคนอย่างแท้จริง.
ทีมข่าวชุมชนเมืองรายงาน



