ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สถานการณ์การเพาะปลูกในพื้นที่จังหวัดฉะเชิงเทรา โดยเฉพาะในอำเภอบางน้ำเปรี้ยวเริ่มส่งสัญญาณอย่างหนัก หลังพบว่าราคาปัจจัยการผลิตที่สำคัญอย่างปุ๋ยเคมีเริ่มปรับตัวสูงขึ้นสวนทางกับรายได้จากการขายข้าว ส่งผลให้เกษตรกรต้องแบกรับภาระต้นทุนที่หนักอึ้งในฤดูกาลผลิตที่กำลังจะมาถึงนี้
จากการตรวจสอบสถานการณ์การจำหน่ายปุ๋ยเคมีล่าสุดพบว่า ปุ๋ยสูตร 46-0-0 หรือปุ๋ยยูเรีย ในบางพื้นที่มีการปรับราคาจำหน่ายขึ้นแล้วถึงกระสอบละ 50 บาท เนื่องจากโรงงานผลิตมีการกำหนดโควต้าการจำหน่ายในบางสูตร ทำให้สินค้าเริ่มมีปริมาณจำกัดจนผู้ประกอบการร้านค้าจำหน่ายปุ๋ยหลายแห่งจำเป็นต้องประกาศจำกัดปริมาณการซื้อของลูกค้าในแต่ละครั้ง เพื่อกระจายสินค้าให้เกษตรกรสามารถเข้าถึงได้อย่างทั่วถึงและป้องกันการกักตุนสินค้าในช่วงที่ความต้องการตลาดพุ่งสูง ขณะเดียวกัน เสียงสะท้อนจากกลุ่มเกษตรกรผู้ทำนาส่วนใหญ่ระบุว่า ปัจจุบันการประกอบอาชีพทำนาเป็นไปด้วยความยากลำบาก เนื่องจากราคาข้าวเปลือกเจ้าที่ขายได้ยังคงทรงตัวอยู่ในระดับเดิมไม่มีการปรับเพิ่มขึ้น แต่ในทางกลับกันราคาต้นทุนการผลิตกลับพุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ไม่เพียงแต่ราคาปุ๋ยเท่านั้น แต่ยังรวมถึงราคาสินค้าอุปโภคบริโภคและอาหารสดในตลาดที่ขยับตัวสูงขึ้นตามไปด้วย โดยเฉพาะเนื้อหมูแดงที่ปรับราคาขึ้นแรงถึงกิโลกรัมละ 10 บาท รวมถึงผักสดอย่างต้นหอมและผักบุ้งจีนที่พาเหรดกันขึ้นราคาในสัปดาห์นี้ ซ้ำเติมภาวะค่าครองชีพของครอบครัวเกษตรกรให้วิกฤตยิ่งขึ้น
โดยต่อกรณีดังกล่าว ทางจังหวัดฉะเชิงเทราได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด ทั้งในส่วนของร้านจำหน่ายปุ๋ยเคมีและสถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิง เพื่อป้องกันการฉวยโอกาสกักตุนสินค้าหรือขึ้นราคาโดยไม่เป็นธรรม
โดยได้มีการกำชับผู้ประกอบการทุกรายให้ปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยราคาสินค้าและบริการอย่างเคร่งครัด หากพบพฤติกรรมที่ไม่โปร่งใสหรือการปฏิเสธการจำหน่ายจะมีการดำเนินการทางกฎหมายทันที พร้อมกันนี้ยังได้ขอความร่วมมือให้เกษตรกรเลือกซื้อปุ๋ยเท่าที่จำเป็นต่อการใช้งานเพื่อลดแรงกดดันด้านราคาในระยะสั้น ทั้งนี้หากประชาชนหรือเกษตรกรพบเห็นการจำหน่ายสินค้าในราคาที่ไม่เป็นธรรม สามารถแจ้งเหตุได้ที่สายด่วนกรมการค้าภายใน 1569 หรือติดต่อโดยตรงที่สำนักงานในพื้นที่เพื่อดำเนินการแก้ไขปัญหาอย่างเร่งด่วนต่อไป



