วันที่ 11 ก.ค. นางสุขสมรวย วันทนียกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ (กทบ.) ลงพื้นที่เพื่อมอบนโยบายการดำเนินงานกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ ในพื้นที่อำเภอชุมแพ จังหวัดขอนแก่น เน้นย้ำเร่งดำเนินการ “โครงการไทยช่วยไทย เพิ่มทุน ดอกเบี้ยคนละครึ่ง” เพื่อการลดต้นทุนทางการเงิน เพิ่มสภาพคล่อง ช่วยให้ประชาชนสามารถนำเงินไปต่อยอดการประกอบอาชีพ สร้างรายได้ และยกระดับคุณภาพชีวิตได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ซึ่งในรอบแรกได้อนุมัติเงินเพิ่มทุนให้แก่กองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองที่ยื่นคำขอเข้ามาและผ่านการตรวจสอบคุณสมบัติเป็นไปตามหลักเกณฑ์ของโครงการ จำนวน 570 กองทุน ครอบคลุม 16 จังหวัด วงเงินเพิ่มทุนรวม 38,530,000 บาท
นอกเหนือจากมาตรการลดภาระดอกเบี้ยแล้ว ยังได้เปิดเผยถึงแผนการเชิงรุกในการเคลียร์ “งานค้างประวัติศาสตร์” ที่ยืดเยื้อมานานกว่า 14 ปี (ตั้งแต่ปี 2555) ในโครงการฟื้นฟูและจัดสรรเงินเพิ่มทุน 1,000,000 บาท (ล้านที่ 2) ให้แก่กองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองทั่วประเทศ คิดเป็นมูลค่ารวมสูงถึง 3,400 ล้านบาท โดยได้ประกาศจุดยืนเด็ดขาด มอบนโยบายเร่งรัดให้สำนักงานกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ (สทบ.) เร่งสะสางและกวาดบ้านด่วน
ซึ่งล่าสุดสำนักงานกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ ได้ขานรับลูกระดมทีมผู้บริหารระดับสูงทั้งส่วนกลาง และสาขาเขตทั่วประเทศ มาร่วมเวิร์กชอปจัดทำโรดแมปการดำเนินงานแบบควบคู่ คือ “ฟื้นฟูไปพร้อมกับเพิ่มทุน” ในระยะที่ 3

นางสุขสมรวย กล่าวว่า เดินหน้าปฏิรูปและแก้ไขปัญหากองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองทั่วประเทศ โดยมุ่งเน้นไปที่การปราบปรามและขจัดปัญหาการทุจริต การยักยอกทรัพย์ รวมถึงการนำเงินกองทุนไปใช้ผิดวัตถุประสงค์ ซึ่งถือเป็นอุปสรรคสำคัญที่ทำลายระบบเศรษฐกิจฐานราก และพรากโอกาสไปจากพี่น้องประชาชน เพื่อสอดรับรัฐบาลยุคปัจจุบันมีนโยบายงดเว้นความโปร่งใสไม่ได้ (Zero Tolerance)
โดยกองทุนหมู่บ้าน จะต้องเป็นแหล่งทุนที่สะอาดและพึ่งพาได้ของชุมชนอย่างแท้จริง หากพบว่ามีการใช้อำนาจหน้าที่ในทางมิชอบ หรือมีกลุ่มบุคคลใดแสวงหาผลประโยชน์จากเงินของส่วนรวม จะดำเนินมาตรการขั้นเด็ดขาดทั้งทางแพ่งทางอาญา และทางวินัยโดยไม่มีข้อยกเว้น ดำเนินการทันที ดังนี้
1.เปิดช่องทางร้องเรียนตรง ยื่นหลักฐานผ่านระบบออนไลน์ 24 ชั่วโมง ผ่านทางเว็บไซต์อย่างเป็นทางการที่ www.villagefund.or.th โดยประชาชน สมาชิก หรือผู้พบเห็นความผิดปกติ สามารถส่งข้อมูล รายละเอียด หรือเอกสารหลักฐานเข้ามาในระบบได้ทันที ซึ่งข้อมูลทั้งหมดจะถูกเก็บเป็นความลับขั้นสูงสุดเพื่อความปลอดภัยของผู้แจ้งเบาะแส
2.ส่งต่อขุนพลกฎหมาย ดึง “อัยการ-ตำรวจ” ร่วมทำคดีเด็ดขาด เมื่อระบบได้รับเรื่องร้องเรียน สทบ. จะตั้งทีมเอกซเรย์ข้อมูลอย่างเร่งด่วน หากตรวจสอบแล้วพบว่ามีมูลความจริงและเข้าข่ายการกระทำความผิดทางกฎหมาย จะไม่มีการประนีประนอมใดๆ ทั้งสิ้น โดย สทบ. จะรวบรวมพยานหลักฐานทั้งหมด ส่งต่อเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมอย่างรวดเร็ว โดยประสานงานร่วมกับ สำนักงานอัยการ และ เจ้าหน้าที่ตำรวจ ในพื้นที่ เพื่อดำเนินคดีทางกฎหมายอย่างถึงที่สุดจนถึงขั้นติดคุกและยึดทรัพย์สินที่ยักยอกไปกลับคืนสู่ชุมชน
“เงินกองทุนหมู่บ้าน คือภาษีของประชาชนและเป็นเส้นเลือดฝอยในการหล่อเลี้ยงเศรษฐกิจชุมชน ใครที่คิดจะทุจริต ยักยอก หรือนำเงินไปใช้ผิดวัตถุประสงค์เพื่อประโยชน์ส่วนตัว ต้องไม่มีที่ยืน ยุคนี้เราทำงานร่วมกับฝ่ายกฎหมาย ทั้งตำรวจและอัยการ เพื่อจัดการคนผิดให้เร็วที่สุด จึงขอเชิญชวนพี่น้องประชาชนร่วมกันเป็นหูเป็นตา หากพบสิ่งผิดปกติ แจ้งเข้ามาที่เว็บไซต์ของ สทบ. ได้ทันที เพื่อร่วมกันล้างบางทุจริตและคืนกองทุนที่โปร่งใสให้ชุมชนของเรา”
นางสุขสมรวย กล่าวเน้นย้ำ แจ้งเบาะแสและร้องเรียนการทุจริตได้ที่: www.villagefund.or.th หรือ สำนักงานกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ (สทบ.)



