“เดลีโฟกัส” ตามเกาะติดเปิดประเด็น ปัญหาราคามะพร้าวน้ำหอม ราคาตกต่ำแบบผิดปกติ จนทำให้มีการขยายประเด็นไปถึง “ล้ง” รับซื้อมะพร้าว กระทั่งทำให้ตำรวจ ปอศ. ลงพื้นที่ตรวจสอบ จ.ราชบุรี ประเดิมจับกุม “กลุ่มทุนข้ามชาติ” สวมสิทธิคนไทยเข้าครอบงำธุรกิจเกษตรสงวน บิดเบือนราคารับซื้อ จนส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพราคามะพร้าวน้ำหอมทั่วประเทศ ล่าสุด นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รมว.พาณิชย์ ประชุมด่วนผู้เกี่ยวข้องอุตสาหกรรมมะพร้าวน้ำหอม ระดมสมองหาทางออกเร่งแก้ปัญหาแบบครบวงจร ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น
เมื่อวันที่ 13 มี.ค. นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เปิดเผยความคืบหน้าการตรวจสอบ “นอมินี” ล้งมะพร้าว จ.ราชบุรี ว่า การตรวจสอบในพื้นที่จังหวัดราชบุรี นอกจากเรื่องล้งแล้ว ยังมีการตรวจสอบเรื่อง “น้ำมะพร้าวน้ำหอมปลอม” โดยพบลักษณะการนำน้ำมะพร้าวแกงมาผสม หรือการใช้หัวเชื้อผสมน้ำแล้วแต่งกลิ่น แต่โฆษณาว่าเป็นน้ำมะพร้าวน้ำหอม 100% ถือว่าผิดรายละเอียดตามที่แจ้งไว้ และเป็นปัญหาใหญ่ที่อาจกระทบต่อภาพลักษณ์ ทำลายตลาดน้ำมะพร้าวไทยไปยังต่างประเทศอย่างมาก นอกจากนี้ทาง ตำรวจสอบสวนกลาง ยังพบหลักฐานมีการทำสัญญาเช่าที่ดินเพื่อปลูกมะพร้าวจำนวนหลายแปลงซึ่งกำลังอยู่ระหว่างการรวบรวมข้อมูล


นายพูนพงษ์ กล่าวว่า เตรียมออกคำสั่งใหม่เพื่อเพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสอบการถือหุ้นแทนชาวต่างชาติหรือนอมินี โดยคาดว่าจะมีการประกาศภายในสัปดาห์หน้าและเริ่มบังคับใช้ในวันที่ 1 เม.ย. นี้ หลังจากการประกาศรอบแรกทำให้ยอดการจดทะเบียนในลักษณะดังกล่าวของปีนี้ ลดลงถึง 66% เมื่อเปรียบเทียบกับช่วง 2 เดือนแรก ปี 68 โดยมาตรการเดิมมีการเรียกดูเอกสารทางการเงินตัวจริงจากธนาคารเพื่อตรวจสอบศักยภาพของคนไทยที่จะมาร่วมลงทุนกับชาวต่างชาติว่ามีการโอนเงินเข้ามาลงทุนจริงหรือไม่ อย่างไรก็ตาม ยังพบช่องโหว่จากการใช้อำนาจตามคำสั่งเดิมซึ่งยังคงมีโอกาสที่คนไทยจะถือหุ้นแทนในลักษณะนอมินีอีกประมาณ 34%


ทั้งนี้ กรมจึงมีแนวคิดที่จะออกคำสั่งใหม่ที่มีความเข้มงวดมากขึ้น โดยหลักการของคำสั่งใหม่นี้ จะเน้นเข้มงวดกับคนไทยที่มีชื่อร่วมลงทุน แต่จะพยายามให้กระทบกับนักลงทุนชาวต่างชาติที่สุจริตและปฏิบัติตามกฎหมายให้น้อยที่สุดเพื่อรักษาบรรยากาศการลงทุน

สำหรับกลุ่มธุรกิจที่กำลังจับตาเป็นพิเศษประกอบด้วย 3 กลุ่มหลัก คือ อสังหาริมทรัพย์ การเกษตร และการขนส่ง ส่วนพื้นที่เป้าหมาย หากเป็นด้านการเกษตรจะเน้นที่จังหวัดจันทบุรีและราชบุรี โดยเฉพาะธุรกิจล้ง ส่วนด้านการท่องเที่ยวจะเน้นที่ภูเก็ต พัทยาพังงา และสมุย ขณะเดียวกัน จะใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วยวิเคราะห์เพื่อชี้เป้ากลุ่มที่กระทำผิด เนื่องจากมีข้อมูลนิติบุคคลที่ต้องตรวจสอบเกือบแสนราย พร้อมร่วมกันของเกือบ 20 หน่วยงาน และมีการประสานงานเชิงลึกกับกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง
นอกจากนี้ ยังมีการเสนอให้ทบทวนนโยบายเพื่อดึงดูดชาวต่างชาติที่มีศักยภาพหรือกลุ่มเกษียณที่มีกำลังซื้อสูงให้เข้ามาพำนักระยะยาวอย่างถูกต้อง แทนการหลบเลี่ยงกฎหมายที่ดิน โดยข้อเสนอที่อาจมีการศึกษาเพิ่มเติม ได้แก่ การพิจารณาขยายสัดส่วนการซื้อคอนโดมิเนียมให้มากกว่า 49% การกำหนดราคาห้องชุดให้สูง เช่น 1 ล้านดอลลาร์สหรัฐขึ้นไป เพื่อไม่ให้กระทบกับคนไทยระดับล่าง รวมถึงการจัดเก็บภาษีและการให้แสดงพาสปอร์ตเพื่อความง่ายในการติดตามตัวและเรื่องความมั่นคง.



