เมื่อวันที่ 14 มี.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศที่ จังหวัดอุทัยธานี เกิดสถานการณ์น้ำมันขาดแคลนในหลายพื้นที่ ทำให้ประชาชนผู้ใช้รถจำนวนมากต้องขับรถตระเวนหาปั๊มเติมน้ำมันกันทั่วจังหวัด โดยเฉพาะผู้ใช้รถกระบะที่ใช้น้ำมันดีเซล ขณะที่เกษตรกรได้รับผลกระทบหนัก ต้องจอดรถไถนาและเครื่องสูบน้ำไว้บ้าน เพราะไม่มีน้ำมันใช้งาน
ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ตรวจสอบบรรยากาศที่ปั๊ม ปตท.โคกหม้อ ถนนสายอุทัยธานี-หนองฉาง อำเภอเมือง พบว่าทางปั๊มได้นำป้ายมาติดแจ้งว่า น้ำมันดีเซลและแก๊สโซฮอล์ 95 หมด ทำให้ประชาชนที่ขับรถเข้ามาเติมต่างต้องผิดหวัง โดยเฉพาะผู้ใช้รถกระบะที่ใช้น้ำมันดีเซลต้องขับรถออกจากปั๊มไปหาที่อื่น แม้ภายในปั๊มจะยังมีแก๊สโซฮอล์ 91 และ E20 ให้บริการอยู่ก็ตาม
พนักงานปั๊มเปิดเผยว่า ขณะนี้กำลังรอรถขนน้ำมันจาก PTT Public Company Limited มาส่ง แต่ยังไม่สามารถระบุได้ว่าจะมาถึงเมื่อใด ทำให้ไม่สามารถรับปากผู้ใช้บริการได้ ส่งผลให้ผู้ใช้รถจำนวนมากต้องขับรถไปตามอำเภอต่างๆ เพื่อหาน้ำมันเติมสำรองไว้ใช้งาน ขณะที่ปั๊มบางแห่งของบางจากในตัวเมือง ต้องจำกัดการเติมน้ำมันเพียงวันละประมาณ 1,000 คัน และปั๊มในต่างอำเภอ หากมีน้ำมันก็ต้องต่อคิวนานกว่า 2 ชั่วโมง
ด้าน นางจำรูญ เก่งธัญกรรม อายุ 70 ปี ชาวนาบ้านหมกแถว อำเภอหนองขาหย่าง ซึ่งทำนากว่า 30 ไร่ เปิดเผยว่า ขณะนี้ต้องจอดรถไถนาและเครื่องสูบน้ำไว้ที่บ้านมานานกว่า 1 สัปดาห์แล้ว เนื่องจากปั๊มน้ำมันไม่อนุญาตให้เติมใส่ถังแกลลอน อีกทั้งน้ำมันในรถก็หมดถัง ทำให้ไม่สามารถขับไปเติมได้ ส่งผลให้ไม่สามารถสูบน้ำจากสระในหมู่บ้านมาหล่อเลี้ยงต้นข้าวที่กำลังออกรวงได้ ทำให้เสี่ยงยืนต้นตาย หากสถานการณ์ยังเป็นเช่นนี้ต่อไปก็อาจขาดทุนอย่างหนัก เพราะตนและครอบครัวทำอาชีพทำนาเป็นหลักมาตลอดชีวิต

ขณะที่จังหวัดพิษณุโลก พบติดป้ายน้ำมันหมดทุกชนิดแทบทุกสถานีบริการ โดยเกษตรกรชาวจังหวัดข้างเคียง นำถังน้ำมัน แกลลอน มาขอเติมเป็นจำนวนมาก นอกจากนี้เจ้าหน้าที่พลังงานจังหวัดพิษณุโลก พาณิชย์จังหวัดพิษณุโลก ได้ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เพื่อรายงานสถานการณ์ให้กระทรวงพลังงานทราบ
นายสุทัศน์ ธนินวัฒน์ อายุ 56 ปี เกษตรกรชาวพิจิตร ที่นำถังน้ำมัน 200 ลิตร ขึ้นกระบะท้ายเพื่อมาขอซื้อน้ำมัน กล่าวว่า ในพื้นที่จังหวัดพิจิตร สถานีบริการน้ำมันปิดบริการเป็นจำนวนมาก และบางสถานีบริการน้ำมันให้เติมแค่ 500 บาท/ครั้ง ตนเองต้องใช้น้ำมันภาคการเกษตร เพราะตนเองมีอาชีพทำนา และรับจ้างปั่นนา ต้องใช้น้ำมันดีเซลแต่ละวันจำนวนมาก จึงต้องยอมตระเวนขับรถตามสถานีบริการน้ำมันต่างๆ เพื่อให้ได้ปริมาณน้ำมันครบจำนวน 200 ลิตร ถึงจะขับรถยนต์กลับจังหวัดพิจิตร จึงยอมรับว่าสถานการณ์ตอนนี้ทำให้ตนเองได้รับความลำบาก ในแต่ละวันต้องขับรถตระเวนหาน้ำมันเพื่อไปประกอบอาชีพ

ขณะที่ผู้ประกอบการสถานีบริการน้ำมันแห่งหนึ่ง ทราบว่า ขณะนี้ผู้ประกอบการประสบปัญหาเรื่องราคาน้ำมันที่รับมาจากโรงกลั่นในราคาสูงขึ้น แต่ต้องนำมาขายตามราคาที่รัฐบาลกำหนด โดยยกตัวอย่างรับน้ำมันดีเซลจากคลังราคาลิตร 38.81 บาท แต่ต้องมาจำหน่ายให้ประชาชนในราคาลิตรละ 30.37 บาท ซึ่งต้องรับภาวะขาดทุน ทำให้ผู้ประกอบการรายย่อยเริ่มปิดสถานีบริการน้ำมันของตนเอง ทำให้ประชาชนได้รับผลกระทบ จึงขอความช่วยเหลือจากรัฐบาล ให้ดูราคาน้ำมันหน้าคลังให้ใกล้เคียงกับราคาที่จำหน่ายให้ประชาชน
ด้าน น.ส.พัฒน์นรี กมลสุรเชษฐ์ พลังงานจังหวัดพิษณุโลก กล่าวว่า ตั้งแต่เช้าได้ลงมาที่ตรวจสอบสถานีบริการน้ำมันพบว่า หลายสถานีบริการน้ำมันปิดป้ายน้ำมันดีเซลหมด และมีรายงานเข้ามาจากหลายๆ สถานีบริการน้ำมันขนาดเล็ก ส่วนใหญ่ประสบปัญหาน้ำมันขาด เนื่องจากภาคขนส่งไม่มีความแน่นอนในการขนส่งน้ำมันให้สถานีบริการน้ำมัน จึงได้กำหนดให้เติมน้ำมันได้แค่รายละ 500-1,000 บาท และตอนนี้สถานการณ์ถามว่าน้ำมันหมดหรือไม่ ตอบได้เลยว่าไม่ขนาดนั้น ยังพอมีน้ำมันให้บริการประชาชน แต่ไม่สามารถกำหนดเวลาได้ว่าสถานีบริการน้ำมันแต่ละแห่งได้รับน้ำมันจากภาคขนส่งตอนไหนเมื่อไหร่
ส่วนทางด้าน นายเกียรติศักดิ์ ตรงศิริ ผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก เรียกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องประชุมติดตามสถานการณ์พลังงาน ราคาสินค้าและบริการในช่วงสถานการณ์ฉุกเฉินในภูมิภาคตะวันออกกลาง จังหวัดพิษณุโลก (ครั้งที่ 1) เพื่อประเมินสถานการณ์และวางมาตรการป้องกันผลกระทบต่อเศรษฐกิจในพื้นที่ รวมถึงสถานการณ์น้ำมันเชื้อเพลิงในพื้นที่จังหวัดพิษณุโลก จากผลกระทบของสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ซึ่งสถานการณ์น้ำมันเชื้อเพลิงในพื้นที่จังหวัดพิษณุโลก ปัจจุบันมีสถานีบริการรวมทั้งสิ้น 594 แห่ง โดยสำนักงานพลังงานจังหวัดพิษณุโลก ได้ดำเนินงานติดตามสถานการณ์เชิงรุกในการเฝ้าระวังปัญหาขาดแคลนพลังงานและราคาที่ไม่เป็นธรรม โดยการจัดตั้งกลุ่มไลน์สำหรับผู้ประกอบการกิจการน้ำมันเชื้อเพลิง จำนวน 101 ราย เรียบร้อยแล้ว เพื่อเป็นช่องทางรับแจ้งปัญหาในกรณีน้ำมันไม่เพียงพอต่อความต้องการของประชาชนในพื้นที่ ซึ่งจะได้ประสานคลังน้ำมันเพื่อจัดส่งน้ำมันตามความต้องการต่อไป.



