สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงเตหะราน ประเทศอิหร่าน เมื่อวันที่ 15 มี.ค. ว่านายอับบาส อารักชี รมว.การต่างประเทศอิหร่าน ตอบโต้คำกล่าวของนายพีต เฮกเซธ รมว.กลาโหมสหรัฐ ที่ระบุว่า อยาตอลเลาะห์ โมจตาบา คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดคนใหม่ของอิหร่าน “ได้รับบาดเจ็บจนเสียโฉม” โดยอารักชียืนยันว่า โมจตาบายังมีสุขภาพแข็งแรงดีและปฏิบัติหน้าที่ตามปกติ
Iran's Foreign Minister Abbas Araghchi:
— Clash Report (@clashreport) March 14, 2026
They will see soon that there is no problem with the new Supreme Leader. He sent his message yesterday and he will perform his duties.
He is performing his duties according to the constitution and he will continue to do that. pic.twitter.com/Wj3lWAHT1p
ขณะเดียวกัน อารักชีชี้แจงว่า อิหร่าน “ไม่ได้ปิด” ช่องแคบฮอร์มุซ แต่กำลัง “คัดกรอง” โดยจะปิดกั้นเฉพาะเรือบรรทุกสินค้า “ที่มีความเชื่อมโยง” กับสหรัฐและอิสราเอล เท่านั้น ส่วนเรือชาติอื่นยังสามารถผ่านได้
Iran's Foreign Minister Abbas Araghchi:
— Clash Report (@clashreport) March 14, 2026
Last night, they have attacked Kharg Island and Abu Musa Island with the artillery rocket system, HIMARS as they call it, which is a low-range rocket system.
And they have done it from the soil of our neighbors. This is crystal clear that… pic.twitter.com/P7LblrSMV1
นอกจากนี้ อารักชียืนยันว่า อิหร่านจะตอบโต้กรณีที่สหรัฐโจมตีเกาะคาร์ก ซึ่งเป็นจุดผลิตและส่งออกน้ำมันหลักของประเทศ โดยจะเป็นการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานทุกแห่งในภูมิภาค ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับบริษัทของอเมริกา
อย่างไรก็ตาม การที่อารักชีอ้างว่า การโจมตีอิหร่านโดยสหรัฐนั้นมาจากสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (ยูเออี) สร้างความไม่พอใจอย่างหนักให้กับรัฐบาลยูเออี ซึ่งนายอันวาร์ การ์กาช ที่ปรึกษาอาวุโสด้านการทูตของประธานาธิบดียูเออี คำกล่าวหาของอารักชีเป็นส่วนหนึ่งของ “นโยบายที่สับสน หลงทิศทาง และขาดสติปัญญา”
การ์กาชย้ำว่า ยูเออี “พยายามอย่างจริงใจ” ที่จะเป็นคนกลางไกล่เกลี่ย เพื่อหลีกเลี่ยงสงครามระหว่างสหรัฐ-อิสราเอล กับอิหร่าน และทิ้งท้ายว่า ยูเออี “มีสิทธิอันชอบธรรม” ที่จะ “ป้องกันตนเองจากการถูกรุกรานโดยกลุ่มก่อการร้าย”.
เครดิตภาพ : REUTERS



