เมื่อวันที่ 15 มี.ค. นพ.เจษฎ์ บุณยวงศ์วิโรจน์ รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา ได้โพสต์ข้อความระบุว่า  

หลายคนคิดว่า “จอประสาทตาเสื่อม” เป็นโรคของผู้สูงอายุเท่านั้น แต่จริง ๆ แล้ว พฤติกรรมในชีวิตประจำวันบางอย่างสามารถเร่งให้จอประสาทตาเสื่อมเร็วขึ้นได้โดยที่เราอาจไม่รู้ตัว จอประสาทตาเป็นส่วนสำคัญที่ทำหน้าที่รับแสง และส่งสัญญาณภาพไปยังสมอง ถ้าเกิดความเสื่อมขึ้น อาจทำให้การมองเห็นลดลง เห็นภาพบิดเบี้ยว หรือสูญเสียการมองเห็นบางส่วนได้ วันนี้ผมเลยสรุป 5 พฤติกรรมที่อาจเร่งให้จอประสาทตาเสื่อมโดยไม่รู้ตัวครับ

1. ใช้หน้าจอมือถือหรือคอมพิวเตอร์ต่อเนื่องนานเกินไป

การจ้องหน้าจอเป็นเวลานานโดยไม่พักสายตา ทำให้กล้ามเนื้อตาต้องทำงานหนักต่อเนื่อง ส่งผลให้ตาล้า ตาแห้ง และอาจเพิ่มความเครียดต่อจอประสาทตาได้ โดยเฉพาะในคนที่ใช้มือถือหรือคอมพิวเตอร์หลายชั่วโมงต่อวัน

2. เล่นมือถือในที่มืดเป็นประจำ

การใช้มือถือในที่มืดทำให้ดวงตาต้องปรับตัวอย่างหนัก เพราะแสงจากหน้าจอมีความต่างจากสภาพแวดล้อมมาก ทำให้เกิดอาการตาล้า ปวดตา และอาจเพิ่มความเครียดต่อจอประสาทตาในระยะยาวได้

3. ไม่ใส่แว่นกันแดดเมื่อเจอแดดจัด

รังสี UV จากแสงแดดสามารถทำลายเซลล์ในดวงตาได้ โดยเฉพาะจอประสาทตา ถ้าโดนแสงแดดแรง ๆ เป็นเวลานานโดยไม่มีการป้องกัน อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อความเสื่อมของจอประสาทตาในระยะยาว

4. สูบบุหรี่เป็นประจำ

สารพิษจากควันบุหรี่สามารถทำให้เกิดความเครียดจากอนุมูลอิสระในดวงตา และทำลายหลอดเลือดเล็ก ๆ ที่ไปเลี้ยงจอประสาทตา งานวิจัยหลายชิ้นพบว่าคนที่สูบบุหรี่มีความเสี่ยงต่อจอประสาทตาเสื่อมมากกว่าคนทั่วไปหลายเท่า

5. กินอาหารที่มีประโยชน์ต่อดวงตาน้อยเกินไป

การขาดสารอาหารสำคัญ เช่น ลูทีน ซีแซนทีน วิตามิน A วิตามิน C และโอเมก้า-3 อาจทำให้เซลล์จอประสาทตาเสื่อมได้ง่ายขึ้น เพราะสารอาหารเหล่านี้มีบทบาทสำคัญในการปกป้องเซลล์ตาจากความเสื่อมและความเสียหายจากอนุมูลอิสระ

วิธีดูแลจอประสาทตาให้เสื่อมช้าลง

• พักสายตาตามกฎ 20-20-20 (ทุก 20 นาที มองไกล 20 ฟุต นาน 20 วินาที)

• ใส่แว่นกันแดดที่ป้องกันรังสี UV เมื่ออยู่กลางแจ้ง

• ลดเวลาการใช้หน้าจอ โดยเฉพาะก่อนนอน

• เลิกสูบบุหรี่ เพื่อลดความเสียหายต่อหลอดเลือดในดวงตา

• เพิ่มอาหารบำรุงสายตา เช่น ลูทีน ซีแซนทีน วิตามิน A วิตามิน C และโอเมก้า-3 ซึ่งหากินได้จากผักใบเขียวเข้ม ปลา และผลไม้สีส้ม

ดวงตาเป็นอวัยวะที่เราใช้ทุกวัน แต่หลายครั้งเรากลับดูแลน้อยกว่าที่ควร การปรับพฤติกรรมเล็ก ๆ ในชีวิตประจำวัน อาจช่วยชะลอความเสื่อมของจอประสาทตาและรักษาการมองเห็นให้นานขึ้นได้ครับ