หลังกระบวนการคัดเลือกประธานสภาผู้แทนราษฎรและรองประธานสภา ผ่านไปเรียบร้อยแล้ว ซึ่งก็เป็นไปตามโผ ไม่มีปัญหาอะไรทั้งสิ้น โดย นายโสภณ ซารัมย์ สส.บุรีรัมย์ พรรคภูมิใจไทย (ภท.) เป็นประธานสภา น.ส.มัลลิกา จิระพันธุ์วาณิช สส.ลพบุรี พรรค ภท. เป็นรองประธานสภา คนที่ 1 และ นายเลิศศักดิ์ พัฒนชัยกุล สส.เลย พรรคเพื่อไทย (พท.) เป็นรองประธานสภา คนที่ 2

ด้าน “นายโสภณ” แถลงภายหลังพิธีรับพระบรมราชโองการแต่งตั้งเป็นประธานสภา ว่า จะตั้งใจทำงาน เพื่อสร้างศรัทธาให้เกิดขึ้นในสมัย สส.ชุดที่ 27 ตนและรองประธานสภา ทั้ง 2 คน จะสร้างความศรัทธาในสภาแห่งนี้ ให้เป็นที่พึ่งหวังของประชาชน อยากเห็นการเปลี่ยนแปลงวิธีคิดทำงานของสภา ให้เป็นสภาที่ทำงานด้วยการ “ทำมากกว่าพูด” ส่วนการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีนั้น นายโสภณ กล่าวว่า เตรียมออกระเบียบวาระเลือกนายกฯ คาดว่าจะเป็นวันที่ 19 มี.ค.นี้ หากไม่มีอะไรติดขัด อยากเห็นรัฐบาลที่มีอำนาจเต็ม ก่อนสงกรานต์ เพราะมีวิกฤติรุมเร้า ต้องมีรัฐบาลมีอำนาจเต็มโดยเร็ว ให้ทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ
ขณะที่สิ่งที่หลายคนตั้งข้อสังเกตคือ เอกภาพของพรรคฝ่ายค้าน หลังปรากฏผลการนับคะแนนการเลือกประธานสภา เมื่อนายโสภณได้คะแนน 289 คะแนน ส่วนนายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน (ปชน.) ได้เพียง 123 เสียง โดยมีผู้งดออกเสียง 80 เสียง และบัตรเสีย 5 ใบ จาก สส.ที่เข้าประชุม 497 คน โดยพรรคที่งดออกเสียงคือ กล้าธรรม (กธ.) 58 เสียง และประชาธิปัตย์ (ปชป.) 21 เสียง คำถามคือ พรรคสีส้มมีการประสานงานกับพรรคร่วมฝ่ายค้านหรือไม่ ยิ่งก่อนหน้านั้น “นายพงศกร ขวัญเมือง” โฆษกพรรค ปชป. ระบุว่า พรรคมีมติงดออกเสียง ในการเลือกประธานสภา ส่วนพรรค ปชน.อาจมีการส่งบุคคลชิงตำแหน่งประธานสภาด้วย แต่พรรค ปชป. เชื่อมั่นว่าพรรค ปชน.จะไม่ส่งแข่งด้วย เพราะเคยประกาศแล้วว่าถ้าพรรค ปชน.เป็นอันดับ 2 จะไม่ตั้งรัฐบาลแข่ง ดังนั้นผู้ดำรงตำแหน่งประธานสภา ก็ต้องมาจากฝ่ายรัฐบาล และพรรคที่เป็นผู้นำฝ่ายค้าน จะต้องไม่มีผู้ดำรงตำแหน่งประธานและรองประธานสภา ซึ่งเป็นไปตามกฎหมายบัญญัติ เราจึงคิดว่าพรรค ปชน. คงไม่เสนอชื่อบุคคลชิงตำแหน่งประธานสภา และทำตามคำพูดที่เคยหาเสียงเอาไว้

เมื่อถามว่าพรรค ปชน.ระบุว่าจะเสนอชื่อนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ชิงตำแหน่งนายกฯ พรรค ปชป.จะมีท่าทีต่อเรื่องนี้อย่างไร นายพงศกร กล่าวว่า ในที่ประชุมยังไม่ได้พูดคุยถึงเรื่องการโหวตเลือกนายกฯ เพราะยังไม่ถึงวันเลือกนายกฯ เราทราบจากคำแถลงของรองโฆษกพรรค ปชน. ที่ระบุถึงเรื่องนี้ แต่เราต้องรอความชัดเจนอีกครั้ง แต่พรรค ปชน.เคยพูดไว้ชัดเจนตั้งแต่ในการเลือกตั้ง สส. แล้วว่าถ้าไม่ได้เป็นพรรคอันดับ 1 จะไม่ตั้งรัฐบาลแข่ง เราจึงเชื่อมั่นว่าพรรค ปชน.จะทำตามนั้น
เลยมีคำถามว่า ก่อนหน้านั้น พรรค ปชน. เคยประสานงานกับพรรค กธ. และปชป.หรือไม่ เพื่อขอความร่วมมือในบางเรื่อง หรือคิดว่าฝ่ายค้านไม่เหมือนพรรคร่วมรัฐบาล ไม่จำเป็นต้องคิดเหมือนกัน ไม่จำเป็นต้องทำเหมือนกัน แต่อาจถูกสังคมมองว่า ทำให้กระบวนการตรวจสอบไม่เข้มแข็ง ฝ่ายค้านไม่เป็นเอกภาพ ผลดีจะตกอยู่กับฝ่ายบริหาร แต่ประเทศชาติกลับเสียประโยชน์
ด้าน “ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า” รองนายกฯ และรมว.เกษตรฯ ในฐานะประธานที่ปรึกษาพรรค กธ. ให้สัมภาษณ์กรณีที่พรรค กธ.ดูแลกระทรวงเกษตรฯ มานานถึง 7 ปี ว่า เราทำได้ทุกอย่าง ในฐานะฝ่ายนิติบัญญัติก็สามารถเสนอต่อรัฐบาล โดยเฉพาะสภา หรือผ่าน สส. ในกรรมาธิการ (กมธ.) ชุดต่างๆ ก็จะประสานทำงานร่วมกับรัฐบาลได้ไม่มีปัญหา เมื่อถามถึงกรณีเมื่อวันที่ 15 มี.ค. ลงมติงดออกเสียงในการเลือกประธานสภา ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า เราไม่มีบุคคลที่เราเห็นว่าอยากเห็นชอบด้วย ก็งดดีกว่า ส่วนการที่คนของพรรค ปชน. มองว่าการงดออกเสียง เพราะรอที่จะเข้าร่วมรัฐบาลนั้น ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า ไม่ เราต้องมีหลักการของตัวเอง เราคือพรรค กธ. เราต้องมีอุดมการณ์เป็นของตัวเอง มีจุดยืนของตัวเอง และเรื่องนี้ไม่ได้ตัดสินใจคนเดียว เพราะได้ขอมติพรรคก่อนเข้าประชุม

เมื่อถามต่อว่าในการโหวตเลือกนายกฯ พรรค กธ.จะมีการเสนอแคนดิเดตนายกฯ ของพรรค กธ. ด้วยหรือไม่ ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า ไม่แน่ ต้องรอประชุม แต่ตอนนี้ยังไม่ได้มีการพูดคุยกันภายในพรรค ส่วนได้พูดคุยกับนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯ หรือไม่นั้น รองนายกฯ กล่าวยืนยันว่า ไม่มีการพูดคุย และยังไม่มีโอกาสได้เจอกัน เมื่อถามย้ำว่าที่นายอนุทินระบุว่าความเป็นเพื่อนไม่มีวันหมดอายุ ร.อ.ธรรมนัส ย้อนถามว่า “ท่านหมายถึงผมหรือเปล่า เข้าใจเอาเองหรือเปล่า” แต่สื่อมวลชนได้ตอบว่า “ใช่” พร้อมถามต่อว่า ของท่านไม่มีวันหมดอายุด้วยหรือไม่ ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า ชีวิตของตนมีเพื่อนเยอะ มีพี่เยอะ มีน้องเยอะ ตนไม่ฆ่านายขายเพื่อน โดยเฉพาะความเป็นเพื่อน ตนจบนักเรียนเหล่าฯ ให้ความสำคัญเน้นมากว่า เพื่อนไม่มีวันตาย เมื่อถามอีกว่า นายอนุทิน คือเพื่อนที่ไม่มีวันตายใช่หรือไม่ ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า “ถ้าท่านหมายถึงผม ผมก็หมายถึงท่านนั่นแหละ” ส่วนจะสนับสนุนเพื่อนในการโหวตนายกฯ หรือไม่ ร.อ.ธรรมนัส หัวเราะและกล่าวว่า อันนั้นมันเรื่องการเมือง คนละเรื่องกัน
ถ้าพรรค กธ. เสนอชื่อนายกฯ ลงแข่งชิงเก้าอี้หัวหน้ารัฐบาล นั่นหมายความว่า ต้องผลักดัน “ร.อ.ธรรมนัส” เพราะเป็นแคนดิเดตนายกฯ เพียงคนเดียวของพรรค กธ. แล้วพรรคฝ่ายค้านอื่นๆ จะมีท่าทีอย่างไร เพราะก่อนหน้านี้ ทั้งพรรค ปชน.และปชป. เคยประกาศไม่ร่วมงานกับพรรค กธ. โดยมีรายงานว่า การประชุมโหวตเลือกนายกฯ จะเป็นวันที่ 19 มี.ค.นี้ เวลา 09.00 น.

กลายเป็นเรื่องร้อนๆ ขึ้นมา หลังกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ออกมาให้ข่าวว่า ยุติการสืบสวนกรณีที่ดินเขากระโดง ที่ จ.บุรีรัมย์ เนื่องจากเรื่องอยู่ในกระบวนการตรวจสอบของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ซึ่งประเด็นดังกล่าวเชื่อมโยงกับผู้มากบารมีในพรรคแกนนำรัฐบาล ทำให้มีเสียงวิจารณ์ว่า เรื่องนี้มีอิทธิพลทางการเมืองเข้ามาแทรกแซงการทำงานของดีเอสไอหรือไม่ ทำให้ดีเอสไอ ต้องออกเอกสารข่าวชี้แจง ในประเด็นการบุกรุกที่ดินของรัฐนั้น ตามพ.ร.ป.ว่าด้วยการป้องกันปราบปรามการทุจริตฯ มาตรา 30 กำหนดให้เรื่องที่เกี่ยวข้องกัน เป็นอำนาจวินิจฉัย รวมทั้งหน้าที่และอำนาจของคณะกรรมการ ป.ป.ช. ด้วย ซึ่งหากคณะกรรมการ ป.ป.ช มีมติเป็นประการใด หรือประสงค์ให้ดีเอสไอช่วยดำเนินการในเรื่องใด ภายใต้พ.ร.ป.ฯ ดีเอสไอยินดีและพร้อมสนับสนุนการปฏิบัติ อีกทั้งเรื่องนี้ยังมีคดีที่อยู่ในชั้นศาลหลายคดี
ดีเอสไอจึงส่งผลการสืบสวนไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อใช้ประโยชน์ในการต่อสู้คดีและรักษาผลประโยชน์ของรัฐตามหน้าที่และอำนาจของแต่ละหน่วยงาน ดังนั้น จากข้อเท็จจริงดังกล่าว จึงไม่ใช่เป็นกรณีที่มีการยุติการดำเนินการในเรื่องเขากระโดงทั้งหมดตามที่สาธารณชนเข้าใจ แต่เป็นการดำเนินการภายใต้บทกฎหมายที่เกี่ยวข้อง จึงขอเน้นย้ำและชี้แจงทำความเข้าใจต่อสาธารณชน ทั้งนี้ดีเอสไอมุ่งมั่นในการป้องกัน ปราบปราม สืบสวน และสอบสวนคดีพิเศษ ภายใต้พ.ร.บ.การสอบสวนคดีพิเศษฯ และหลักนิติธรรมทุกประการ
ด้าน “นายพริษฐ์ วัชรสินธุ” สส.บัญชีรายชื่อ โฆษกพรรค ปชน. แถลงชวนประชาชนจับตามติของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เกี่ยวกับคดีโกง สว. ว่า เชิญชวนประชาชน และสื่อในการจับตาดูการประชุม กกต.ในสัปดาห์นี้ว่า มีความพยายามหรือไม่ว่า เร่งเป่าคดีโกง สว.ให้หมดหนทางไปถึงศาล หวังเคลียร์ข้อครหาทั้งหมด ก่อนวาระการเลือกนายกฯ ที่จะมาถึง กกต.เร่งรีบที่จะมีมติตั้งแต่สัปดาห์นี้ เพื่อตัดจบเรื่องนี้ไปไม่ถึงศาล สังคมอดตั้งคำถามไม่ได้เช่นกันว่า กกต.นั้นกำลังใช้อำนาจมิชอบ โดยมีใบสั่งเคลียร์ข้อครหาให้หมด ก่อนเลือกนายกฯ ในสภาหรือไม่ เพราะผู้ถูกเสนอชื่อเป็นนายกฯ และรัฐมนตรีหลายคน รวมอยู่ในผู้ถูกกล่าวหา 229 คนด้วย หากใครในสังคมนี้เชื่อว่ากลุ่มบุคคลดังกล่าวมีอิทธิพลเหนือ กกต. ตัดจบคดีโกง สว.นี้ ปิดช่องไม่ให้มี สส.คนใดอภิปรายระหว่างวาระเรื่องนายกฯได้ ว่ามีคดีดังกล่าวค้างในกระบวนการยุติธรรม กกต.ควรต้องส่งเรื่องไปศาล และดำเนินคดีกับผู้ถูกกล่าวหา 229 คน ตามข้อเสนอคณะไต่สวนฯ ชุดที่ 26 อยากเชิญชวนประชาชนจับตาการประชุม กกต.สัปดาห์นี้อย่างใกล้ชิด

ต้องยอมรับเรื่องการใช้อำนาจรัฐ เข้าไปแทรกแซงกระบวนการตรวจสอบ สอบสวน ขององค์กรภาครัฐที่มีหน้าที่ในการตรวจสอบ ถือเป็นเรื่องละเอียดอ่อน และหากเกี่ยวข้องกับฝ่ายบริหาร ย่อมไม่เป็นผลดีกับฝ่ายรัฐบาล ดังนั้นต้องให้กระบวนการตรวจสอบเป็นไปโดยอิสระ ปราศจากการถูกครอบงำ
ทีมข่าวการเมือง



