วันที่ 17 มี.ค. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายประเสริฐ สินสุขประเสริฐ ปลัดกระทรวงพลังงาน เปิดเผยว่า กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงปัจจุบันติดลบกว่า 1 หมื่นล้านบาท แต่ที่ผ่านมาเคยติดลบถึง 1 แสนล้านบาท และต้องกู้เงิน รวมถึงภาษีสรรพสามิตต้องตามมา คาดว่ารัฐบาลจะจัดการให้ราคาไม่ให้ขึ้นถึงตามตลาดโลก

ทั้งนี้ กำลังดูอยู่ว่าต้องออกอะไรบ้าง การกู้เงินจะทำบางส่วนไม่ต้องค้ำได้หรือไม่ แต่ดูแล้วอย่างไรก็ต้องออก พ.ร.ก.กู้เงิน อาจอยู่เท่าเดิมคือวงเงิน 1 แสนล้านบาท ซึ่งกระบวนการออก พ.ร.ก. ต้องผ่านการพิจารณารัฐสภา และต้องรอแต่งตั้งรัฐบาลใหม่ก่อน

ขณะที่การจัดหาน้ำมันเข้ามาเพิ่มเติมนั้น ทาง ปตท. และโรงกลั่น เทรดดิ้งต่างๆ จัดหาเพิ่มได้ และเข้ามาได้เรื่อยๆ โดยกรมธุรกิจพลังงานแจ้งข้อมูลน้ำมันสำรองมี 90 วัน 90 วัน หรือ 95 วัน สะท้อนการจัดการเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ

ส่วนตามหน้าปั๊มที่ติดป้ายน้ำมันหมด สาเหตุเกิดจากจากการบริหารจัดการ โดยมีตัวเลขที่คนมาเติมน้ำมันในปั๊มมากขึ้น และส่วนหนึ่งการขนส่งน้ำมันมาไม่ทัน จึงได้ขอความร่วมมือ เช่น ท้องถิ่น ขนส่งคมนาคม กทม. ผ่อนผันเวลาการขน จากวิ่งได้เฉพาะกลางคืน

“เรื่องกักตุนน้ำมันนั้น จะต้องมาดูว่าใช้มาตรการอะไร กฎหมายอะไรจัดการกับพวกที่กักตุน และกำลังสืบอยู่ว่าการกักตุนน้ำมันอยู่ที่ไหน เพราะผิดกฎหมาย ขายเกินราคาก็ผิดกฎหมาย และมีเรื่องความปลอดภัยด้วย ถ้าจับได้ จะต้องเอามาเป็นตัวอย่าง และใช้กฎหมายขั้นสูงสุด”

นอกจากนี้จะต้องรณรงค์เรื่องการประหยัด การทำงานที่บ้าน (WFH) ประชุมออนไลน์ และขอความกรุณาภาคเอกชนและส่วนราชการในการประหยัดน้ำมัน จะได้ไม่ตกอยู่ในสภาพร้ายแรงเกินไป