นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ รมว.พลังงาน เปิดเผยว่า สถานการณ์ราคาน้ำมันในปัจจุบันที่จะต้องมีการขยับเพดานราคาน้ำมันขึ้นเป็น 33 บาทต่อลิตรนั้น ยืนยันว่าจะไม่ใช่การขยับราคาขึ้นไปทีเดียว แต่จะเป็นการทยอยขึ้นเพื่อไม่ให้ราคากระชากเกินไปเพื่อไม่ให้มีผลกระทบกับพี่น้องประชาชน ทั้งนี้การตั้งเพดานราคาน้ำมันที่ 33 บาทต่อลิตร หากติดตามเรื่องราคาขายปลีก ประเทศมาเลเซีย จะพบว่าที่ผ่านมาราคาต่ำกว่าประเทศไทยมาโดยตลอด แต่เนื่องจากสถานการณ์ทำให้มาเลเซียได้ปรับขึ้นราคาไปแล้ว ทำให้ราคาขายปลีกปัจจุบันของมาเลเซียอยู่ที่ประมาณ 32 บาทกว่า เกือบ 33 บาทแล้ว เพราะฉะนั้นเพดานที่ประเทศไทยกำหนดขึ้นครั้งนี้ ก็ใกล้เคียงกับราคาขายปลีกปัจจุบันของมาเลเซีย

“ช่วงที่ผ่านมากองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงก็ได้ทำหน้าที่ไปแล้ว แต่ก็ต้องเรียนว่าการขยับเพดานขึ้นไป กองทุนน้ำมันก็ยังทำหน้าที่ในการดูแลอยู่ในบางส่วน และเพดานที่จะกำหนดออกมาจะต้องมีการหารือกันและประกาศอีกที ซึ่งจะอยู่ประมาณ 33 บาทต่อลิตร สำหรับน้ำมันดีเซล

แต่ต้องขอย้ำว่าไม่ใช่จะปรับขึ้นไปทีเดียว 3 บาท แต่เป็นการทยอยปรับเพื่อไม่ให้การขึ้นราคามันกระชากขึ้นไป และก็มีผลกระทบกับพี่น้องประชาชน เพราะฉะนั้นขอความร่วมมือ อย่าแตกตื่นและกักตุน เพราะตอนนี้ยอดขายเพิ่มขึ้นเกือบ 2 เท่า แต่ปัญหาที่น้ำมันไม่เพียงพอ เกิดจากปัญหาของการขนส่งน้ำมันที่ทำรอบไม่พอ ยืนยันว่าของมีแต่ปัญหาเรื่องการขนส่งเป็นคอขวดจริง ๆ เพราะเราไม่สามารถใช้รถประเภทอื่นมาขนส่งน้ำมันได้ ด้วยเรื่องความปลอดภัย” นายอรรถพล กล่าว

นายอรรถพล กล่าวว่า จำนวนรถน้ำมันมีอยู่ประมาณหนึ่งและพร้อมที่จะรองรับปริมาณความต้องการในช่วงปกติ แต่ในช่วงที่ผิดปกติต้องพยายามขนส่งให้มากขึ้น ล่าสุดจึงได้ขอความร่วมมือไปที่กระทรวงคมนาคม กระทรวงมหาดไทย ทางตำรวจ และทางกรุงเทพมหานคร (กทม.) ในการขยายเวลารถบรรทุกน้ำมันให้วิ่งได้มากขึ้น เพราะที่ผ่านมายังติดเรื่องเวลา โดยจะขอขยายเวลาเฉพาะรถน้ำมัน

ผู้สื่อข่าวถามย้ำว่า สถานการณ์น้ำมันจะกลับสู่ภาวะปกติเมื่อไร แม้รัฐบาลออกมาย้ำๆ ว่า น้ำมันไม่ขาดแคลน แต่ภาพจริงในพื้นที่ต่างจังหวัดหลายแห่งน้ำมันยังขาดแคลน หลายแห่งยังติดป้าย “น้ำมันหมด” ว่า มองว่า สถานการณ์จะสามารถคลี่คลายปัญหาได้ในระดับหนึ่ง แต่ก็ต้องขอความร่วมมือเรื่องการกักตุน เพราะต้นทางมีเพียงพอ หากประชาชนมีความสบายใจและก็ช่วยกันกลับไปเติมน้ำมันในปริมาณปกติที่ตัวเองเคยเติมอยู่ สถานการณ์มันก็กลับเข้าสู่สภาวะปกติโดยเร็ว

​นายอรรถพล กล่าวว่า ผู้ค้าคนกลางน้ำมัน (จ็อบเบอร์) ที่เป็นผู้รับน้ำมันจากผู้ค้ารายใหญ่ จากคลังไปขายต่อ โดยจะต้องมี 2 เรื่องที่เข้าไปดู 1. เรื่องป้องกันการกักตุน และ 2. เรื่องราคา เพราะฉะนั้นตอนนี้มีการจัดทีมร่วมกันกับกระทรวงมหาดไทย พาณิชย์ และพลังงาน ที่เข้าไปดูว่าไม่ให้มีผู้ค้าหรือบางกลุ่มมีการกักตุนหรือว่าไปขายราคาที่สูงจนเกินไป  ทำให้บางปั๊มที่อยู่ไกล ๆ รับเรื่องราคาไม่ได้และอาจจะปิดตัวไป โดยจะมีการจัดทีมเข้าไปช่วยดู และ​ร่วมกับพลังงานจังหวัดรวบรวมความต้องการใช้ของผู้ใช้โดยตรง เช่น ก่อสร้าง อุตสาหกรรมเล็ก ๆ ที่เคยรับจากจ็อบเบอร์ เพื่อรวบรวมความต้องการใช้จริงของตัวเองเข้ามา และทางพลังงานจังหวัดและทางจังหวัดก็จะประสานให้กับผู้ค้าไปจำหน่ายให้กับผู้ใช้โดยตรง เพื่อไม่ให้มาแย่งสัดส่วนกับปั๊ม