วันที่ 18 มี.ค. ที่ทำเนียบรัฐบาล การแถลงข่าวศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ศบก.) นางสาวพัชรี จงรักษ์ รองอธิบดีกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน กระทรวงพลังงาน กล่าวถึงมาตรการประหยัดพลังงานในช่วงสถานการณ์วิกฤติพลังงานโลก “ประหยัดพลังงาน พลัส ยกกำลัง 2” ว่า กระทรวงพลังงานดำเนินการบริหารจัดการราคา และใช้กลไกกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง เพื่อไม่ให้กระทบกับประชาชน
“ผลกระทบที่รุนแรงจำเป็นต้องพยุงราคา เพื่อให้ราคาขายปลีกน้ำมันไม่พุ่ง วันนี้ (18 มี.ค.) เป็นวันแรกมีการเพิ่มขึ้นราคา ยืนยันจะพยายามไม่ให้ราคากระทบกับประชาชนมากนัก โดยจะดูสถานการณ์ประเมินผลกระทบอย่างใกล้ชิด”
ขณะที่กระทรวงพลังงาน เร่งจัดการพลังงานสำรองนำมาจากแหล่งอื่น เช่น นำมาจากพื้นที่อื่น และแหล่งในประเทศ เช่น น้ำมัน ก๊าซธรรมชาติ จะพึ่งพาแหล่งในประเทศมากขึ้น รวมทั้งเตรียมความพร้อมโครงสร้างราคาไฟฟ้า ซึ่งอาจมีผลกระทบต่อไปในอนาคต
นอกจากนี้กระทรวงพลังงานขอความร่วมมือในการประหยัดพลังงาน เช่น ภาครัฐ เอกชน ธุรกิจ ประชาชนทั่วไป โดยมีโครงการประหยัดพลังงาน ทางกรมพัฒนาพลังงานทดแทนฯ เร่งขอความร่วมมือภาคอุตสาหกรรมและธุรกิจ กำหนดช่วงเวลาเปิดปิดเครื่องจักร ปรับอุณหภูมิเครื่องปรับอากาศ จัดแผนประหยัดพลังงานทุก 3 เดือน
ขณะเดียวกันยังมีมาตรการขอความร่วมมือภาครัฐ มีเป้าหมายให้ภาครัฐลดพลังงาน 10% ปรับอุณหภูมิ 26-27 องศาฯ ลดใช้น้ำมัน ทางเดียวกันไปด้วยกัน ปิดไฟจุดที่ไม่ได้ใช้ ปรับรูปแบบการทำงานเป็นทำงานจากบ้าน (WFH) และประชุมออนไลน์
ส่วนของประชาชน กรมพัฒนาพลังงานทดแทนฯ สนับสนุนติดตั้งโซลาร์รูปท็อป หากประชาชนที่สนใจสามารถนำค่าใช้จ่ายติดตั้งมาลดหย่อนภาษีสูงสุด 200,000 บาท ใช้สิทธิได้ถึง 31 ธ.ค.71
ด้านการเพิ่มประสิทธิภาพพลังงาน ได้ส่งเสริมให้เกิดการปรับปรุงเครื่องจักร โดยภาครัฐหนุน 20-30% สูงสุด 3 ล้านบาท และช่วยเรื่องขนส่ง โดยให้ผู้ประกอบการปรับปรุงอุปกรณ์ 20-30% สูงสุด 2 ล้านบาท คาดว่าจะลดการใช้พลังงานอย่างมีนัยสำคัญ รวมทั้งได้ร่วมกับสถาบันการเงิน ปล่อยเงินกู้อย่างเป็นธรรม ช่วยปรับเปลี่ยนอุปกรณ์ ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพใช้พลังงานของสถานประกอบการต่างๆ



