เมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 17 ก.ค. พล.ต.ท.อาชยน ไกรทอง ผบช.ปส. พร้อมด้วย พล.ต.ต.สมบูรณ์ เทียนขาว, พล.ต.ต.พรศักดิ สุรสิทธิ, พล.ต.ต.ธนรัชต์ สอนกล้า, พล.ต.ต.วรพจน์ ดิษยบุตร รอง ผบช.ปส., พล.ต.ต.นพสิทธิ์ มิตรภักดี ผบก.ปส.1 พ.ต.อ.คณพศ ธนภูมิบุญญิน ผกก.1 บก.ปส.1 และภาคีเครือข่าย ได้แก่ กองบัญชาการตำรวจนครบาล สำนักงาน ป.ป.ส. กรุงเทพมหานคร และ ศรภ. ร่วมแถลงผลการจับกุมผู้ค้ายาเสพติดในชุมชนริมคลองพระโขนง พร้อมลงพื้นที่ตรวจชุมชนเพิ่มเติมและมอบเครื่องอุปโภคบริโภคที่จำเป็นแก่ผู้ป่วยติดเตียงและผู้สูงอายุเปราะบางจำนวน 19 ราย เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนและสร้างขวัญกำลังใจแก่ประชาชน
พล.ต.ท.อาชยน กล่าวว่า โครงการชุมชนปลอดภัย เป็นการต่อยอดจากโครงการชุมชนปลอดภัยได้ลูกหลานกลับคืน โดยขยายผลการบูรณาการความร่วมมือระหว่างเจ้าหน้าที่ตำรวจ หน่วยงานภาครัฐ ภาคีเครือข่าย และประชาชน ไปยังพื้นที่ที่ยังคงมีการแพร่ระบาดของยาเสพติด เพื่อยกระดับมาตรการเชิงรุกในการป้องกัน ปราบปราม และสกัดกั้นเครือข่ายยาเสพติด พร้อมสร้างกลไกการมีส่วนร่วมของประชาชนให้สามารถเฝ้าระวังและป้องกันปัญหาได้อย่างยั่งยืน ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา บช.ปส. ได้ร่วมกับผู้นำชุมชน ภาคีเครือข่าย และประชาชน สร้างกลไกการเฝ้าระวังการแจ้งเบาะแส และการดูแลความปลอดภัยในพื้นที่ จนเกิดความเชื่อมั่นระหว่างเจ้าหน้าที่รัฐกับประชาชน

อย่างไรก็ตามการแก้ไขปัญหายาเสพติดจำเป็นต้องดำเนินการอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากเครือข่ายผู้ค้ายาเสพติดยังคงพยายามกลับเข้ามาใช้พื้นที่เดิมในการกระทำความผิด โครงการชุมชนปลอดภัยจึงเป็นการบูรณาการกำลังร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการปิดล้อม ตรวจค้น และกดดันเครือข่ายผู้ค้ายาเสพติดในพื้นที่เสี่ยง ควบคู่กับการสร้างการมีส่วนร่วมของประชาชนในการเฝ้าระวังและป้องกันการกลับมาของยาเสพติด เพื่อรักษาพื้นที่ปลอดภัยที่ทุกภาคส่วนได้ร่วมกันสร้างไว้ และไม่เปิดโอกาสให้เครือข่ายยาเสพติดกลับมาฝังรากในชุมชนได้อีก
พล.ต.ท.อาชยน กล่าวต่อว่า เป้าหมายของเราไม่ใช่เพียงการจับกุมผู้กระทำความผิดมาดำเนินคดีตามกฎหมาย แต่คือการรักษาพื้นที่ปลอดภัยให้คงอยู่กับประชาชนในระยะยาว ทำให้ชุมชนสามารถลุกขึ้นมาปกป้องบ้านของตนเอง เด็กและเยาวชนเติบโตในสภาพแวดล้อมที่ปลอดจากยาเสพติด และประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดีอย่างยั่งยืน นี่คือหัวใจสำคัญของโครงการชุมชนปลอดภัยและเป็นเป้าหมายที่ บช.ปส. จะเดินหน้าขับเคลื่อนอย่างต่อเนื่อง โดยบูรณาการการปฏิบัติงานร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พร้อมทั้งเสริมสร้างความร่วมมือกับผู้นำชุมชน ภาคีเครือข่าย และประชาชนในพื้นที่ เพื่อสร้างความเข้มแข็งให้แก่ชุมชน ยกระดับความปลอดภัยในพื้นที่ และทำให้ประชาชนสามารถดำรงชีวิตได้อย่างปลอดภัย ห่างไกลจากปัญหายาเสพติดอย่างยั่งยืน

ในส่วนของกองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด ได้เปิดปฏิบัติการบุกจู่โจมปิดล้อมตรวจค้นชุมชนริมคลองพระโขนง เพื่อกวาดล้างเครือข่ายยาเสพติดที่ซุกซ่อนตัว โดยมี พล.ต.ท.อาชยน ไกรทอง ลงพื้นที่คุมเข้มบัญชาการด้วยตนเอง พร้อมบูรณาการกำลังร่วมกับกองบัญชาการตำรวจนครบาล สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด กรุงเทพมหานคร และศูนย์รักษาความปลอดภัย สำหรับการบุกเข้าตรวจค้นอย่างละเอียด หรือการเอกซเรย์พื้นที่ชุมชนที่มีบ้านเรือนกว่า 244 หลังคาเรือน และประชากร 1,100 คน เจ้าหน้าที่สามารถจับกุมผู้ค้ายาเสพติดรายย่อยได้จำนวน 3 ราย ซึ่งพบว่าเป็นผู้อยู่อาศัยในชุมชนและมีอายุไม่มาก พร้อมตรวจยึดของกลางยาไอซ์ น้ำหนัก 3 กรัม และยาบ้าอีกกว่า 10 เม็ด นอกจากนี้ยังพบผู้เสพ 1 ราย จากการคัดกรองของเจ้าหน้าที่สาธารณสุข จึงนำตัวส่งเข้าสู่กระบวนการบำบัด ขณะเดียวกันมีผู้ต้องหาหลบหนีการจับกุมไปได้อีก 1 ราย
ด้านการดำเนินคดีกับกลุ่มผู้ค้ารายย่อยที่ถูกจับกุม พล.ต.ท.อาชยน เปิดเผยว่า เบื้องต้นส่งสถานีตำรวจนครบาลคลองตัน ข้อหาก็จะมีเสพและครอบครองเพื่อเสพ เพราะปริมาณมันเกินกว่าที่กฎหมายกำหนดที่จะสามารถให้เขาตัดสินใจได้ว่าเขาเลือกที่จะบำบัด ก็เลยต้องจับกุม โดยมียาไอซ์ประมาณ 3.3 กรัม และยาบ้าอีกประมาณ 10 กว่าเม็ด

ส่วนจากการสืบสวนเชิงลึกถึงแหล่งที่มาของยาเสพติด เพื่อทำการขยายผลกวาดล้างแบบถอนรากถอนโคนนั้น พล.ต.ท.อาชยน ระบุว่า ผู้ต้องหาให้การว่าเสพไอซ์กับยาบ้า โดยไปซื้อมาจากคนในบริเวณแถว ๆ โรงงานเฟอร์นิเจอร์ ซึ่งคงต้องขยายผลและดูอีกทีว่าการค้าขายยาเสพติดบริเวณนี้มีลักษณะอย่างไร ตอนนี้จับผู้ค้ารายย่อยได้แล้ว 3 ราย เพราะฉะนั้นการขยายผลเชื่อว่ายังมีหลงเหลืออยู่ ก็คงจะต้องทำให้หมด
นอกจากนี้ยังได้ให้ข้อมูลเจาะลึกถึงเป้าหมายสำคัญรายต่อไปว่า สถานที่นัดพบที่เขาอ้างว่าไปซื้อมาจากคนนั้น ตัวบุคคลดังกล่าวได้รับทราบข้อมูลมาพอสมควรแล้วก็จะดำเนินการต่อในเรื่องการขอออกหมายจับและดำเนินคดีต่อไป โดยที่ตัวบุคคลไม่ได้ทำงานอยู่ที่ร้านเฟอร์นิเจอร์
พล.ต.ท.อาชยน ยังได้สะท้อนความมุ่งมั่นที่จะกวาดล้างเครือข่ายค้ายาเสพติดให้สิ้นซากแม้จะเป็นเพียงชุมชนระดับย่อย โดยกล่าวว่า แม้ว่าจะเป็นชุมชนเดียวในหลักร้อยหลักพัน แต่คิดว่าถ้าเราไม่มาช่วยประชาชนในชุมชนนี้ มันก็จะไม่ว่าจับเป็นล้านเม็ดบนถนน ก็คงไม่สามารถแก้ไขปัญหายาเสพติดที่เกิดขึ้นในประเทศไทยได้
ทั้งนี้ ในช่วงท้ายของปฏิบัติการ ทางเจ้าหน้าที่ได้ลงพื้นที่เพื่อมอบเครื่องอุปโภคบริโภคที่จำเป็นให้แก่กลุ่มผู้ป่วยติดเตียงและผู้สูงอายุเปราะบางในชุมชนจำนวน 19 ราย และภายหลังการแถลงข่าวเจ้าหน้าที่ตำรวจและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้มีการตรวจดูพื้นที่ภายในชุมชนเพื่อสอบถามความเป็นอยู่ของชาวบ้านอีกด้วย.



