สำนักข่าวเอเอฟพี รายงานจากกรุงมะนิลา ประเทศฟิลิปปินส์ เมื่อวันที่ 18 มี.ค. ว่า นับตั้งแต่สหรัฐและอิสราเอลโจมตีอิหร่าน จนนำไปสู่สงครามในตะวันออกกลางเมื่อช่วงปลายเดือนที่แล้ว ทางการฟิลิปปินส์ได้ประกาศให้ข้าราชการทำงาน 4 วันต่อสัปดาห์ ลดตารางเดินเรือข้ามฟากในบางพื้นที่ และเริ่มพิจารณาถึงความเป็นไปได้ของการนำเข้าน้ำมันจากรัสเซีย
ขณะที่บรรดาคนขับรถรอรับเงินช่วยเหลือในวันอังคาร เจ้าหน้าที่รัฐฟิลิปปินส์ก็ประกาศปรับขึ้นค่าโดยสารขนส่งสาธารณะหลายประเภท รวมถึงรถจี๊ปนีย์ ที่ชาวฟิลิปปินส์หลายล้านคนนั่งโดยสารไปทำงานทุกวัน
อย่างไรก็ตาม การปรับราคาดังกล่าวไม่ครอบคลุมถึงคนขับรถสามล้อหลายแสนคนในประเทศ ซึ่งหารายได้จากการรับส่งผู้โดยสารไปตามตรอกซอกซอยที่แคบและคดเคี้ยว
อนึ่ง คนขับรถสามล้อชาวฟิลิปปินส์ได้รับเงินช่วยเหลือ 5,000 เปโซฟิลิปปินส์ (ราว 2,700 บาท) และวุฒิสภาฟิลิปปินส์คาดว่าจะมีการลงมติ เพื่อมอบอำนาจให้ประธานาธิบดีเฟอร์ดินานด์ มาร์กอส จูเนียร์ ผู้นำฟิลิปปินส์ ระงับหรือลดภาษีสรรพสามิตสำหรับน้ำมันเป็นการชั่วคราว
ด้านนายวิเกอร์ เมนโดซา ประธานหน่วยงานกำกับดูแลด้านการขนส่งของฟิลิปปินส์ กล่าวในการแถลงข่าวเมื่อวันอังคารที่ผ่านมาว่า การประกาศปรับขึ้นค่าโดยสาร ถือเป็น “หลักฐานของความห่วงใยอย่างแท้จริง” ทั้งต่อผู้โดยสารและภาคส่วนที่ประสบปัญหา
นอกจากนี้ ฟิลิปปินส์ ซึ่งพึ่งพาน้ำมันดิบจากตะวันออกกลางเกือบทั้งหมด กำลังพิจารณาถึงความเป็นไปได้ของการซื้อน้ำมันจากรัสเซีย หลังสหรัฐผ่อนปรนข้อจำกัดการขายน้ำมันบางส่วนเป็นการชั่วคราว เนื่องจากอิหร่านดำเนินการปิดช่องแคบฮอร์มุซ.
เครดิตภาพ : AFP



