ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตั้งแต่ต้นเดือนมีนาคมที่ผ่านมา จังหวัดเพชรบุรีได้บูรณาการร่วมกับสำนักงานพลังงานจังหวัด พาณิชย์จังหวัด และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่ตรวจสอบสถานีบริการน้ำมันจำนวน 18 แห่ง โดยเฉพาะบนถนนสายหลักที่เป็นเส้นทางคมนาคมสำคัญ ผลการตรวจสอบพบว่า “ปริมาณน้ำมันเชื้อเพลิงมีเพียงพอต่อความต้องการ” และสถานีบริการน้ำมันส่วนใหญ่ได้รับสินค้าจากบริษัทผู้ค้าน้ำมันรายใหญ่โดยตรงตามโควตาปกติ
ร้อยตำรวจโท ภพชนก ชลานุเคราะห์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี กล่าวให้ความมั่นใจว่า “ขอให้พี่น้องประชาชนชาวเพชรบุรีมั่นใจว่า สถานีบริการน้ำมันบนถนนสายหลักมีน้ำมันให้บริการอย่างต่อเนื่องแน่นอน เนื่องจากสถานีบริการส่วนใหญ่รับน้ำมันจากบริษัทผู้ค้าน้ำมันรายใหญ่โดยตรง ทำให้การจัดส่งมีระบบและมั่นคง ส่วนกรณีปั๊มน้ำมันบางแห่งที่อาจพบปัญหาขาดแคลนบ้างนั้น เป็นเพียงกลุ่มผู้ค้ารายย่อยที่รับน้ำมันจากแหล่งอื่น ซึ่งอาจมีข้อจำกัดด้านการจัดหาในบางช่วงเวลา ดังนั้น ในภาพรวมจังหวัดเพชรบุรีจะไม่ประสบปัญหาขาดแคลนน้ำมันในสถานีบริการขนาดใหญ่อย่างแน่นอน”

นอกจากนี้ จังหวัดได้สั่งการให้พาณิชย์จังหวัดติดตามพฤติกรรมการจำหน่ายอย่างใกล้ชิด เพื่อป้องกันการฉวยโอกาสกักตุนน้ำมันหรือสร้างสถานการณ์เพื่อให้ประชาชนตื่นตระหนก พร้อมทั้งประสานงานกับผู้ค้าน้ำมันในระดับพื้นที่ให้เร่งกระจายสินค้าให้ทั่วถึงทุกตำบล เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับพี่น้องประชาชนทั้งในภาคการเกษตรและการขนส่ง
ทั้งนี้ จังหวัดเพชรบุรีขอความร่วมมือประชาชนไม่จำเป็นต้องตื่นตระหนกหรือกักตุนน้ำมันเกินความจำเป็น เนื่องจากภาครัฐมีมาตรการรองรับและบริหารจัดการพลังงานให้มีความเสถียรภาพอย่างเต็มที่
ด้านนางวันเพ็ญ มังศรี รองผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี ได้นำทีมบูรณาการหน่วยงานภาครัฐ ประกอบด้วย พาณิชย์จังหวัด พลังงานจังหวัด กอ.รมน.จังหวัด ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัด หัวหน้าสำนักงานชั่งตวงวัดเขต 0-6 ลงพื้นที่ตรวจสอบสถานการณ์การจำหน่ายน้ำมันเชื้อเพลิง ณ สถานีบริการน้ำมันแบรนด์ต่างๆ ในพื้นที่ ได้แก่ ปตท., บางจาก, พีที, เชลล์, คาลเท็กซ์ และสถานีบริการน้ำมันอิสระ เพื่อติดตามปริมาณน้ำมันคงเหลือและป้องกันการตื่นตระหนกของประชาชน

จากการลงพื้นที่ตรวจสอบพบว่า ในส่วนของกลุ่มน้ำมันเบนซินและแก๊สโซฮอล์ (91, 95 และ E20) มีปริมาณเพียงพอต่อความต้องการอย่างแน่นอน ขณะที่น้ำมันดีเซลพบว่าบางสถานีบริการมีปริมาณคงเหลือน้อยหรือหมดชั่วคราว ซึ่งไม่ได้เกิดจากภาวะน้ำมันขาดแคลนแต่อย่างใด แต่เป็นผลมาจากประชาชนมีความกังวลและเข้ามาใช้บริการเติมน้ำมันมากกว่าปกติ ทำให้น้ำมันในถังเก็บหมดเร็วกว่ากำหนด และอยู่ระหว่างการรอรถขนส่งน้ำมันรอบใหม่เข้ามาเติมระบบ
ทั้งนี้ จังหวัดได้กำชับให้ผู้ประกอบการสถานีบริการน้ำมันทุกแห่ง ชี้แจงทำความเข้าใจกับประชาชนอย่างชัดเจนว่าน้ำมันดีเซลไม่ได้ขาดแคลน เพียงแค่รอรอบการจัดส่งเท่านั้น
สำหรับ “ปริมาณพลังงานเชื้อเพลิงของประเทศยังคงมีสำรองเพียงพอต่อความต้องการใช้งาน แม้จะมีสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง แต่ขณะนี้ยังไม่ได้ส่งผลกระทบต่อความมั่นคงด้านพลังงานของประเทศไทยแต่อย่างใด จึงขอให้พี่น้องประชาชนอย่าตื่นตระหนก และไม่มีความจำเป็นต้องกักตุนน้ำมันเชื้อเพลิง”



