กลายเป็นคู่จิ้นที่เจอเมื่อไหร่ก็มีเรื่องพีคๆ มาให้เล่าตลอด สำหรับ “ต้าห์อู๋ออฟโรด” ที่ล่าสุดควงคู่กันมาโปรยเสน่ห์ในงาน “M TREASURE ISLAND สลัดร้อน ลุยเกาะมหาสมบัติ” งานนี้ทั้งคู่จัดเต็ม เคลียร์ทุกประเด็นร้อน ตั้งแต่เรื่องแกล้งเพื่อนจนเกือบเป็นเรื่องใหญ่ ไปจนถึงประสบการณ์สุดช้ำโดนมิจฉาชีพเล่นงานสูญเงินก้อนโต

ต้าห์อู๋ เผยถึงเหตุการณ์ในงานไนน์เอ็นเตอร์เทนอวอร์ดที่กลายเป็นประเด็นว่า “งานไนน์เอ็นเตอร์เทนอวอร์ด เราสร้างเรื่องกับกฤติน perses คือปกติผมจะเล่นกับกฤตินอย่างนี้อยู่แล้ว คือเรารู้จักกันมานานแล้วเนาะ เรารู้สึกว่าสนิทกันมา อย่างกฤตินนี่เจอกันบ่อย แล้วผมจะแกล้งเขาบ่อยเรื่องแบบว่า เฮ้ย ไม่ชอบ perses เลยว่ะ ปกติกฤตินก็จะเล่นกับผมอย่างนี้อยู่แล้ว แต่กฤตินวันนั้นน่าจะประมาณว่ารีบเข้าห้องน้ำเสร็จแล้วก็รีบเดินออกไป เราก็เห็นเขาแล้ว เห็นตั้งแต่เขาเดินออกมาจากห้องน้ำ เราเล็งอยู่ เราถ่าย TikTok อยู่กับเทศน์ ไมรอน กับพี่ฟิล์ม พี่ฟิล์มกับเทศน์เป็นเหยื่อเลย

ผมก็เลยบอกว่า เห็นแล้วเดินไปแล้ว ไม่ชอบ perses เลยว่ะ คิดว่าเขาจะต้องหันมา ปรากฏเดินไปเลย ทีนี้เราก็เลยลืมไปแล้ว ก็ถ่าย TikTok ต่อกับน้องๆ ผ่านไปสักพักเราถ่ายคอนเทนต์เสร็จกลับเข้าห้องมา ผู้ใหญ่เดินมาบอกว่า “อู๋ เมื่อกี้พี่หนุ่ย (ผู้บริหาร) โทรมาเลย โทรมาเลยว่าทำไมไปพูดแบบนั้น” เราก็เลยแบบ เอ้า จริงปะเนี่ย กฤตินนึกว่ากฤตินรู้อยู่แล้ว ก็เลยเดินข้ามฝั่งไปหาแล้วบอก “เฮ้ย มีเรื่องอะไรกันนะ” แล้วก็บอกกฤตินว่ากูพูดเอง แล้วก็ขำกันเลย สุดท้ายกฤตินก็เล่าให้ฟังแล้วสนุกมาก“

ก็เห็นเลยว่ากฤตินจริงๆ เป็นคนขี้ฟ้องมาก คือกฤตินนี่เรารู้จักกันมา 4-5 ปี เงยหน้าขึ้นมามองเห็นแต่เทศน์ ไมรอน คือจริงๆ ความหล่อของเขาบดบังผมหมดเลยเหรอ ผมก็สูงเท่าเขา หรือว่าหน้าเรามันตี๋ (ออฟโรด : เออ ใช่ แล้วคือคนจดจำได้แต่หน้าดี ๆ อ่ะ ก็เลยจำแบบนั้นไป) เราเด่นอยู่เหมือนกันนะ ยืนตรงกลางเลยนะตอนถ่าย TikTok กฤตินบอกกลัวอย่างเดียวเลย กลัวเทศน์เข้าใจว่าเป็นคนขี้ฟ้อง น้องเทศน์ก็รีบขอโทษพี่ๆ เขาเลย เทศน์บอกเทศน์ไม่เกี่ยวครับ คือเทศน์ไม่เกี่ยวเลย แต่กฤตินก็ไม่ได้บอกว่าเทศน์พูดนะ กฤตินบอกว่าเห็นแค่เทศน์ สิ่งที่ตามหากันคือใครพูด คือถ้ามันเป็นเรื่องจริงก็คงจะเป็นเรื่องใหญ่แหละ แต่พอเข้าไปมันกลายเป็นว่าทุกคนรู้จักกัน มันก็เลยแซวเล่นเฉยๆ ตลกฝั่ง AR ฝั่งนู้นเหมือนกัน เพราะเราเจอพนักงานฝั่งนู้นบ่อย เคยร่วมงานกัน

วันนั้นเห็นกฤตินเล่าอะไรว่าเป็นผู้โดนกระทำ นั่งร้องไห้ เออ มีชีวิตติดการแสดงอยู่ประมาณหนึ่งนะ เดี๋ยวเราต้องมาเล่นละครกันหน่อย ถามว่าเป็นแนวตั้งเหรอ อุ๊ย หน้าได้นะ อุตส่าห์ทำหน้าหนีมาแล้วนะ ยังหนีไม่พ้น หน้าเหมือนกันมาก วันนั้นไปงานแว่น แล้วเหมือนกันเลย เขาคิดว่าเป็นตำรวจ 2 ท่านยืนอยู่ สารวัตรกับผู้ร่วมกับ ต่อไปจะขอคอสตูมกฤตินมาก่อนแล้วชิงแต่งก่อน ต่อไปจะแต่งหนีแล้ว

ส่วนเรื่องที่แชร์ประสบการณ์โดนมิจฉาชีพ เป็นเรื่องเศร้าเนาะ คือปีที่แล้วผมเริ่มลงทุนด้วย เห็นเพื่อนลงทุนแล้วเรารู้สึกว่าต้องหาลงทุนบ้าง เริ่มจากหุ้น สต็อก แล้วก็เริ่มไปใน Cryptocurrency คือ Bitcoin เราเข้าใจ Bitcoin ลึกซึ้งแล้ว แต่เรายังไม่เข้าใจโครงสร้างตลาดของมัน โบรกเกอร์ต่างๆ มันเลยเป็นจุดที่มิจฉาชีพใช้ เพราะเราไปติดตาม Influencer ต่างชาติ แล้วเราจะมีการอ่านคอมเมนต์ มิจฉาชีพจะไปคอมเมนต์ตอบกลับให้เหมือนตัวเองเป็นเจ้าของแอ็กเคานต์ บอกว่าให้เข้ากลุ่มติดตามข่าวสาร เราก็เข้าไปเพราะอยากตามข่าวสารเฉยๆ

เขาก็บอกว่าถ้าสมัครเข้ากลุ่มจะมีสรุปแต่ละวันให้ เราก็เลยสมัครเข้าไปด้วยเงินจำนวนเล็กๆ ก่อน หลังจากนั้นเขาก็มีอะไรที่ดึงดูดเรามากกว่านั้น ตอนนั้นเราทำงานหนักด้วยและเราเชื่อใจคนนี้ คิดว่าเป็น Influencer เก่งๆ คนนั้นจริงๆ ต้อง disclaimer ก่อนว่าคนนั้นเขาเก่งจริง สิ่งที่เขาดึงดูดคือการ Copy Trade และให้ใช้โบรกเกอร์เขา ตอนนั้นไม่ได้เอะใจเพราะมันเหมือนของจริงมาก มันเป็นโปรเจกต์ที่เขาสร้างเว็บสร้างโบรกขึ้นมาเลย เราต้องฝากเงินเข้าไป ทุกอย่างมันคือ Economic of scammer เลย

ถามว่าโดนไปเท่าไหร่ รอบแรกฝากไป 10,000 ดอลลาร์ แล้วรู้สึกว่ามันงอก กราฟมันขึ้นลงเนียนมาก เราก็ฝากตามเข้าไปเรื่อยๆ ทีนี้พอจะถอนเราก็เอะใจ มันขึ้นว่ายังไมถึงลิมิตที่จะถอนได้ ขาดอีกแค่ 1,000 ดอลลาร์ ซึ่งตอนนั้นรวมแล้วเกือบ 20,000 ดอลลาร์แล้ว พอฝากเข้าไปคิดว่าจะถอนได้ ตอนนั้นก็รู้ตัวเลยว่าโอเค สแกม (Scam) เราก็นึกเลยว่านี่คือสแกมเมอร์ต่างชาติ น่าจะตามหาเงินยากมากๆ ไม่ได้อายด้วยเพราะมันคงตามยากและวุ่นวาย ที่กลัวมากกว่าคือข้อมูลพื้นฐาน เพราะสิ่งที่เขาได้จากเว็บไปคือ Data ไม่ว่าจะเป็น ID หรือ Password แต่ดีที่ผมใช้พาสเวิร์ดไม่เหมือนกัน

เรียกว่าเรารู้ตัวทัน แต่อาจหลวมตัวนิดหนึ่งช่วงนั้นมันทำงานหนักและเราไม่ได้มีเวลาโฟกัสจดจ่อ ผมเป็นคนคิดเร็วทำเร็ว พอมันพลาดก็เลยเป็นจุดเริ่มต้นที่อยากให้ระวัง แม้กระทั่งผมเองก็พลาด การลงทุนอะไรแบบนี้ให้หาหลักแหล่งที่เชื่อถือได้ ของไทยก็มีมากมายที่จดแจ้งถูกต้อง การลงทุนมีความเสี่ยงครับ อยากให้ศึกษากันดีๆ คงเป็นบทเรียนบทหนักและบทสุดท้ายแล้วแหละ ถ้าเงินไทยก็ 600,000 บาทครับ

แล้วอาการที่นิ้ว ปีนี้ดมยาสลบไป 3 รอบแล้วครับกับนิ้ว พอรอบแรกรักษากระดูกเสร็จ เราเห็นว่านิ้วมันเบี้ยว เพราะเรารักษาแต่กระดูกแต่เอ็นเราขาดด้วย ก็เลยต้องผ่าตัดรักษาเอ็นต่อ ใส่เหล็ก ตอนแรกบอกเหล็กเล็กๆ ปรากฏใหญ่กว่าเดิม เป็นเหล็กแท่งยาวๆ เลย ตอนนี้ก็ได้อาจารย์หมอรักษาให้แล้วครับ คุณหมอบอกว่าเดี๋ยวจะตอกเหล็กเข้าไปแล้วตัดเอ็นออก ดึงเอ็นที่มันเบี้ยวกลับเข้ามาแล้วใส่หมุดเหล็กดามกระดูกไว้ ผมก็บอกคุณหมอว่าอยากให้นิ้วแข็งแรงกว่าเดิมนะ เผื่อมีรายการอีก ขอแบบเสริมเหล็กเลย ตอนนี้ผ่าตัดเรียบร้อยแล้ว ตรวจ MRI แล้วเรียบร้อยครับ”

ออฟโรด เผยว่า “หลายคนถามกันมาเยอะว่า ขาเป็นอะไรในงานอีเวนต์ที่ผ่านมา อันนี้ทำตัวเองครับ คือวันนั้นผมใส่รองเท้าแฟชั่นที่พื้นมันไม่แฟลต (ไม่เรียบ) พื้นมันค่อนข้างนูน แล้วผมเต้นท่าจังหวะลงมันผิด เท้าเลยพลิก แค่นั้นเลยก่อนที่จะขึ้นโชว์ ในวันงานเลย ผมนอนรู้เลยว่าเต้นไม่ได้แน่นอน ก็เลยต้องไปฉีดยา (ต้าห์อู๋ : ผมก็ไม่ห่างน้องเลย แต่ตอนนั้นต้องเดินพรมงานด้วย ก็เลยไม่ให้เขาไปคนเดียว)


คือผมเป็นคนเท้าพลิกบ่อย ขาฝั่งนี้พลิกมามากกว่า 3 ครั้ง ฝั่งซ้ายมากกว่า 2-3 ครั้ง กลัวเหมือนกันเพราะเพื่อนผมเท้าพลิกบ่อยจนเอ็นมันยาน ต้องไปผ่าตัดเพื่อให้มันสมานเหมือนเดิม คนที่เท้าพลิกบ่อยๆ ข้อจะไม่ดี มันซ้ำเจ็บแล้วเจ็บอีก แต่โชคดีที่รอบนี้ไม่ได้พลิกแรงมากเลยกลับมาทันเร็ว”