อบอวลไปด้วยกลิ่นอายความรักและรอยยิ้มแบบเต็มเฟรม สำหรับครอบครัว “ลอยชูศักดิ์” ของอดีตนักร้องขวัญใจใจเกินร้อย “เจมส์-เรืองศักดิ์” และคุณแม่คนเก่ง “ครูก้อย-นัชชา” ที่ล่าสุดได้ต้อนรับสมาชิกใหม่ “น้องเมตตา มีเมตตา ลอยชูศักดิ์” ลืมตาดูโลกอย่างแข็งแรงสมบูรณ์ เมื่อวันที่ 7 พฤษภาคมที่ผ่านมา ณ โรงพยาบาลวิชัยยุทธ ท่ามกลางเสียงยินดีของแฟนคลับที่แห่กดไลก์กันจนโซเชียลแทบค้าง

ล่าสุด “ครูก้อย นัชชา” ควง “เจมส์ เรืองศักดิ์” และ “พญ.กมลภัทร วิจักขณ์พันธ์” แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านเวชศาสตร์มารดาและทารกในครรภ์ จากโรงพยาบาลวิชัยยุทธ แพทย์ผู้ดูแลครูก้อยตลอดการฝากครรภ์ และผ่าคลอด แถลงข่าวเปิดใจทุกโมเมนต์กว่าจะมี “น้องมีเมตตา” พร้อมส่งต่อกำลังใจให้คนมีลูกยาก โดย ครูก้อย เผยว่า “ในเรื่องสุขภาพของน้อง ก็คือสมบูรณ์แข็งแรงดีของน้อง น้ำหนักตัวน้องดี น้ำหนักคุณแม่ดี แล้วก็คุณแม่ก็สุขภาพกายและสุขภาพจิตดีนะคะ ไม่อ่อมไม่ยมก็ก็ถือว่าท้อง 2 ในวัย 42 เป็นไปได้ดี สมบูรณ์แข็งแรงค่ะ”

น้องแข็งแรงมาก เพราะว่าออกมาปุ๊บร้อง จากคลิปวิดีโอที่เห็น เจมส์ เรืองศักดิ์ เผยว่า “ร้องตั้งแต่วินาทีแรกเลยที่ลืมตาดูโลกนะ ร้องไม่หยุดจนไปถึงห้องที่เจ้าหน้าที่พยาบาลทำความสะอาด แล้วก็ชั่งน้ำหนักก็ยังร้องอยู่ ซึ่งเป็นสัญญาณที่ดี คุณหมอบอกว่าปอดทำงานได้อย่างปกติดี ก็เลยร้องไม่หยุดเลย ร้องเสียงดังมาก”

ครูก้อย นัชชา  “ความรู้สึกที่อุ้มมาให้คุณแม่ดูนะคะ จริงๆ  ตั้งใจว่าจะไม่ดราม่า ตั้งใจจะไม่ซึ้ง เพราะว่าตอนลูกคนแรก  คือน้ำตาคลอเหมือนจะร้องไห้ แต่คนนี้เรารู้สึกว่าคนที่ 2 แล้วเนาะ แต่มันทัดทานไม่ไหวจริงๆ น้ำตารื้นเลย แล้วเราก็มองเขาว่าเหมือนในอัลตราซาวด์หรือเปล่า  จมูกเป็นยังไง ตาเป็นยังไง คิ้วเป็นยังไง ผิวเป็นยังไง เหมือนอันตร้าซาวด์ประมาณ 90% เลย

ในเรื่องของการเย็บปากมดลูก เราเย็บไปตั้งแต่ประมาณ 3 เดือน ก็คือเมื่อน้องสมบูรณ์แข็งแรงดี ก็มีการเย็บปากมดลูกป้องกันการคลอดก่อนกำหนดเอาไว้ แล้วก็ที่เหลือก็เป็นการดูแลตัวเองล้วนๆ เลยค่ะ ดูแลตัวเองในเรื่องของอาหารการกิน การออกกำลังกาย ในเรื่องของอารมณ์ ในเรื่องของการนอน แล้วก็ไม่เดินเยอะเกินไป ก็จะใช้รถเข็นตลอดในช่วงที่มีการตั้งครรภ์ท้องแก่ค่ะ ช่วงพักฟื้นก็ดูแลตามปกติที่คุณหมอแนะนำเลย ก็ปกติคือวันแรกหลังคลอดเขาก็ยังไม่ให้ลุกเดินนะคะ เพราะว่าเราบล็อกหลังเรายังชาอยู่ พออีก 1 วันคุณหมอก็แนะนำให้ลุกเดินได้เลย ก้อยก็ลุกเดินได้เลยตามปกติค่ะ”

ด้าน พญ.กมลภัทร วิจักขณ์พันธ์ ผู้เชี่ยวชาญด้านเวชศาสตร์มารดาและทารกในครรภ์ จากโรงพยาบาลวิชัยยุทธ (แพทย์ผู้ดูแลครูก้อยตลอดการฝากครรภ์ และผ่าคลอด) เผยว่า “ของครูก้อยอาจจะไม่ค่อยมีปัญหา เพราะว่าคุณแม่ดูแลตัวเองดีมาก เราคุยกันตลอดเวลา ความรู้ครูก้อยคือเยอะ ทำได้ทุกอย่างแล้ว เหลือแค่ผ่าคลอดตัวเอง ปัญหาของครูก้อยที่หมออาจจะกังวล อาจจะมีเรื่องอายุเยอะ 42  จะมีพวกเบาหวานแล้วก็มีเรื่องโครโมโซม แต่ว่าเราเช็คผ่าน เบาหวานผ่านแบบหวุดหวิด อันนี้เป็นเรื่องที่คุณแม่หลายท่านหลายๆ ท่านกลัว แต่ว่าเราสกรีนนิ่งให้แล้วแบบโอเคผ่าน แล้วก็อีกเรื่องนึงคือที่ปากมดลูกสั้น เพราะว่าคุณครูก้อยเคยผ่าตัดปากมดลูกมาก่อน แต่ว่าก็ประเมินไปเรื่อยๆ แล้วก็ให้ยาช่วย แล้วก็บวกกับครูก้อยมีการแบบผ่าตัดเย็บปากมดลูกมาแล้วค่ะ ก็เรียบร้อยดี

ก็คือตอนที่ตรวจน้อง ขนาดน้องก็ตามเกณฑ์มาตลอด โตตามเกณฑ์ ไม่ใหญ่ไม่เล็กเกินไป กำลังดีมากๆ ทุกอย่างโอเค น้ำหนักดี น้ำคร่ำดี ตำแหน่งรก ถ้าเคยผ่าคลอดมาก่อนแล้วหมออาจจะกังวลเรื่องรกไปเกาะตรงแผลผ่าคลอดหรือเกาะต่ำอะไร ก็โอเคดีค่ะ ตอนที่ตรวจ”

เจมส์ เรืองศักดิ์ เผยความรู้สึกที่ตอนนี้กลายเป็นคุณพ่อลูก 2 แล้วว่า “อันนี้รู้สึกตื่นเต้นครับ แล้วก็มีโอกาสได้เข้าไปให้กำลังใจครูก้อยตั้งแต่วินาทีที่แบบว่าคุณหมอลงมีด  ท้องแรกเราจะไม่ค่อยกล้าดูสักเท่าไหร่ครับ กลัวว่าเราจะเป็นลมแล้วเป็นภาระเพิ่ม แต่ท้องนี้ก็มีประสบการณ์จากท้องแรกแล้ว ก็เลยขอแอบดูนิดหนึ่ง ก็ได้เห็นภาพแรกของการให้กำเนิดชีวิตจริงๆ เลย ที่คุณหมอหยิบ น้องมีเมตตาออกมาแล้วก็ร้องคำแรก  มันก็เป็นภาพแห่งความตื้นตัน คนเป็นพ่อ แล้วก็เป็นพ่อคนที่ 2 เราด้วย ก็ความกังวลที่เรามี แม้ว่าคุณหมอเขาจะตรวจอย่างดี เรียกว่าเคสครูก้อย เป็นเคสที่คุณหมอให้การติดตามอย่างละเอียดมากๆ เลยนะครับ เพราะว่าจะได้มีปัญหาอะไรเดิมอยู่บ้าง ขนาดเรารู้ 100% คุณหมอบอกว่าทุกอย่างเพอร์เฟกต์แล้ว เราก็ยังมีความกังวลเล็กๆ ว่าโอเค มันอาจจะเกิดขึ้นที่เราคาดไม่ถึง  พอโผล่มาแว้บแรกนี่ก็แบบโอ้โหใจชื้น ครบ 32 ดี แล้วก็ผิวพรรณดี น้ำหนักดี แล้วก็เด็กร้องดี  ก็เรียกว่ายกภูเขาออกจากอกคนเป็นพ่อ ที่เหลือก็ฮะหาเงินจ่ายค่าเทอม ตอนนี้หลายคนก็ลงความเห็นว่าหน้าเหมือนพี่เจมส์ เออ เป็นส่วนใหญ่ จะเหมือนครูก้อยเฉพาะช่วงปาก”

ครูก้อย นัชชา“ก้อยว่าคิ้วเหมือนก้อย แล้วก็วันนี้ตาเค้าเริ่มเป็น 2 ชั้นแล้วนะคะ ก็อาจจะมาทางก้อยหรือเปล่า”

ครูก้อย เผยถึงสาเหตุที่ตัดสินใจมีลูกคนที่สองในวัย 42 ปีว่า “ตัดสินใจมีลูกคนที่ 2 ทั้ฝที่อายุเยอะ เพราะมันเป็นความตั้งใจว่าจะมีเขาอยู่แล้ว ตั้งใจที่จะให้ห่างกัน 7 ปีด้วย เพื่อที่จะให้น้องเมดาเนี่ยเขาโตเต็มที่แล้วก็สามารถที่จะเป็นพี่ของน้องได้ คือก้อยมีตัวอ่อนอยู่ตั้งเป็นตัวอ่อนที่ฟรีซไป 5 ปีแล้วนะคะ ตั้งแต่ตอนที่อายุ 38 แล้วนะ ก็เลยวางแผนในเรื่องแค่การบำรุงมดลูก การเตรียมผนังมดลูกให้แข็งแรง ซึ่งตรงนั้นก้อยค่อนข้างมั่นใจว่าตัวก้อยทำได้ เพราะว่าเราค่อนข้างมีวินัยในเรื่องของการดูแลตัวเองค่อนข้าง healthy อยู่ค่ะ”

เจมส์ เรืองศักดิ์ “คือในบทบาทของความเป็นแม่  เขาก็จะมีความรู้สึกว่าโอเค ต้องมีลูกคนที่ 2 ให้กับให้กับน้องเมดา แต่ว่าคือในบทบาทของความเป็นครูก้อย เบบี้แอนด์มัม ครูก้อยก็อยากจะสร้างแรงบันดาลใจให้กับคุณแม่อายุมากด้วยเหมือนกันนะครับ เพราะว่ามีแม่ๆ ที่ติดตามครูก้อยมากมายที่มีอายุหลัก 40 ขึ้นไป เขาก็จะมีความรู้สึกว่าเอ๊ย เราอายุ 40 คงยากแล้ว แต่นี้ก็จะเป็นแรงบันดาลใจให้เห็นว่าถ้าเราเดินมาถูกทาง แล้วก็ดูแลตัวเองให้ดีๆ 42 ก็ไม่ใช่อุปสรรคสามารถที่จะมีลูกได้เหมือนกันครับ”

ครูก้อย นัชชา “ถามว่าใช้เวลานานมั้ย จริงๆ เราก็วางแผน 1 วางแผนต้องวางแผนครอบครัวกันก่อนเนาะ แล้วก็ไปวางแผนกับทางคุณหมอมีบุตรยาก ว่าเราจะใส่ตัวอ่อนในช่วงอายุเท่าไหร่ เวลาไหน ซึ่งพอมันใกล้ช่วงนั้น  เราก็จะต้องมาดูกันว่าความพร้อมของมดลูกเราเป็นยังไง ความพร้อมร่างกายเป็นยังไง จะใส่ได้เลยมั้ย แต่ทุกๆ รอบที่ไปตรวจก็คือก็ผ่าน ผ่านทุกครั้ง ก็แล้วแต่เราจะจิ้มเลยว่าจะใส่เดือนนี้ปีนี้ค่ะ

เมื่อถามว่าในเคสนี้อายุเยอะที่สุดตั้งแต่คุณหมอเคยทำมาไหม พญ.กมลภัทร วิจักขณ์พันธ์ “อันนี้กลางๆ จริงๆเยอะที่สุดที่คุณหมอเคยทำคลอดนี้ เอาเยอะในชีวิตเนี่ย ตอนเรียนแล้วกัน 52 แต่ถ้า ณ ปัจจุบัน ยังอยู่ในฃในการดูแล 48ค่ะ การดูแลเราดูแลเหมือนกัน แต่โอกาสที่มันจะเกิดภาวะแทรกซ้อนระหว่างตั้งครรภ์ มันเยอะกว่าค่ะ ความผิดปกติทั้งเรื่องความดัน เบาหวาน อย่างของครูก้อย จริงๆ สมูทมากๆ เลยค่ะ แค่มีลุ้นเรื่องน้ำตาลนิดหน่อย ตรวจเบาหวาน แต่ว่าทุกอย่างโอเค คือปกติหมอก็จะดูแลคุณแม่ ดูแลน้อง ฝั่งน้องโอเคดีหมดเนาะ ฝั่งคุณแม่ก็โอเคดีค่ะ เพราะว่าสุขภาพจิต สุขภาพกายดี ความรู้แน่นปึ๊ก”

เจมส์ เรืองศักดิ์ “อ่า ได้สามีดีก็อย่างงี้แหละครับ โอเค ”

ครูก้อย นัชชา “อุ๊ย สุดท้ายไปลงตรงนั้นครับ”

ในเรื่องของที่มาของชื่อ น้องมีเมตตานั้น เจมส์ เรืองศักดิ์ เล่าว่า

“ผมเคยทำงานอยู่ที่หนึ่ง เจ้านายเก่าก็พูดในที่ประชุม ท่านบอกว่าเมตตาเป็นของสูง ถ้าพวกเราอยากจะเป็นคนที่มีจิตใจที่สูง ต้องรู้จักมีเมตตา ผมรีบคว้าสมุดมาจดเลย คำนี้ “มีเมตตา” โห สะกดง่ายด้วย แล้วเป็นคำที่ความหมายดีด้วย เก็บไว้ วันหนึ่งจะมาใช้เป็นตั้งชื่อลูกแน่นอน แล้วก็ได้ใช้กับน้องมีเมตตา แล้วก็คล้องจองกับน้องเมดา ก็ถือว่าดีเลยครับ จริงๆ ก็เตรียมไว้ชื่อไว้ลูกอีกคนแล้วด้วยนะ

ครูก้อย นัชชา“ ปรึกษาคนที่บ้านหรือยังเนี่ย ”

เจมส์ เรืองศักดิ์ “โยนหินไปก่อน ก็อันนี้ก็ต้องแล้วแต่ว่าคุณครูก้อยเนี่ยจะปราณี อีกสักคนมั้ย”

ครูก้อย นัชชา “ก็ถามคุณหมออยู่เหมือนกัน ว่าเหมือนคุณหมอผ่าคลอด แผลก็ต้องหาแผลเดิม ยังได้อยู่มั้ย”

พญ.กมลภัทร วิจักขณ์พันธ์ “จริงๆ ก็พอเข้าไปประเมินได้อยู่ มดลูกโอเค แผลผ่าคลอดยังไม่บางมาก ผังผืดข้างในยังไม่เยอะ แทบไม่มีเลย เหมือนท้องแรกเลย ”

ครูก้อย นัชชา “ตอนแรกหมอบอกว่าอาจจะใช้เวลานานนิดนึงนะ อาจจะมีผังผืดเพราะว่าผ่าคลอดครั้งที่ 2 ปรากฏว่าหมอบอกว่าไม่มีผังพืดเลย ไขมันก็น้อย คือเรายังไม่มีลูกชาย ก็เลยมีความหวังนิดๆ ว่าถ้าเป็นไปได้ก็อาจจะมี”

เจมส์ เรืองศักดิ์  “ถ้ามาก็เอา ตอนนี้ผู้หญิง 6 มีผู้หญิงอีก 6 อ่ะ”

ครูก้อย นัชชา “ไม่มีผู้ชายเลยค่ะ ”

เจมส์ เรืองศักดิ์ “คือถ้าเป็นลูกชายก็ต้องอาจจะต้องรอมาธรรมชาติ หรือไม่ก็บำรุงไข่ใหม่ ”

ครูก้อย นัชชา“ อาจจะกระตุ้นไข่ใหม่ ซึ่งตรงจุดกระตุ้นไข่ใหม่ตอนนี้ยังไม่คิด  แต่ว่าถ้าแบบฟลุกๆ มาธรรมชาตินี้เอา  จริงๆ เราเคยท้องธรรมชาติมา 2 ครั้ง  แต่สุดท้ายก็ไม่ผ่านหมดเลย ก็เหมือนกับว่าโครโมโซมอาจจะผิดปกติ เพราะอายุเยอะ เป็นการคัดเลือกตามธรรมชาติ แต่จริงๆ ติดได้ แต่ด้วยอายุมันก็เลยอาจจะแบบต้องหลุดไป”

เจมส์ เรืองศักดิ์ “มีแผนการดูแลน้องแล้วก็ดูแลคุณแม่เอาแผนระยะสั้นก่อนแล้วกัน คืนนี้ผู้รับเวรกลางคืนคือข้าพเจ้าเอง  ก็คือเด็กเกิดใหม่ เขาจะต้องตื่นทุกๆ 3 ชั่วโมงเพื่อให้นม  เรามีโจทย์ไม่ใช่โจทย์ธรรมดาคือพี่คนเดิมต้องไม่รู้สึกขาดด้วย น้องคนใหม่ต้องได้รับอย่างเต็มสมบูรณ์ด้วย ดังนั้นพี่เจมส์จะรับเวรกลางคืน   3 เดือนแรก จะต้องเป็นนกฮูก นกขุนทองอะไรต้องเป็นแล้วนะครับ แล้วก็ครูก้อยจะรับเวรกลางวัน แต่เราไปรับส่งน้องเมดาเหมือนเดิม เมดาต้องไม่รู้สึกว่าเขากำลังโดนแชร์หรือโดนขาดอะไรไป  อันนี้ก็เป็นความรับผิดชอบของคนเป็นพ่อเป็นแม่  ที่จริงๆ เราก็วางแผนมาตั้งแต่ก่อนที่จะมีครับผม”

“น้องเมดาเขารักน้องมากนะครับ อาจจะเป็นเพราะว่าเราทำให้เขามีส่วนร่วมมาตลอดนะตั้งแต่ คิดว่าจะมีน้องดีมั้ย แล้วก็ดูขั้นตอนการเก็บไข่ ไปดูซาวด์ ไปดูตัวอ่อนนะครับ จนถึงวันคลอด เรียกว่าเมดามีส่วนร่วมทุกขั้นตอน ดังนั้นเขาผูกพันครับ เขาเห็นแล้วครับ คำแรกเขาบอกว่า I love you เมตตา  แล้วก็ร้องเพลง ร้องเพลงกล่อมเด็กให้น้องฟัง จับน้องเบาๆ แบบทะนุถนอมอะไรเงี้ย คือทำให้เราได้เห็นเลยว่า โอ้โห ความรักของพี่ไปสู่น้องเนี่ยมันธรรมชาติเลย ไม่ต้องสอนครับ”

ครูก้อย นัชชา “คิดว่าเขาโตพอที่จะช่วยเลี้ยงน้อง เขา 7 ขวบแล้ว ก็แสดงให้แม่เห็นหลายๆ อย่าง ว่าตอนที่แม่มาอยู่โรงพยาบาล 5 วัน  เขาสามารถที่จะรับผิดชอบตัวเองได้ ทำการบ้านไปโรงเรียนไม่ได้งอแงเลย วิดีโอคอลการบ้านให้แม่ตรวจทุกอย่างได้ แล้วก็เขาบอกว่าแม่ไม่ได้รับโทรศัพท์หนู หนูรู้นะว่าแม่ทำอะไร ก็แม่กำลังให้นมน้องอยู่ คือเขาเข้าใจทุกอย่าง ชื่นใจลูกสาวกับเมดามาก บางทีเห็นน้องเมดาที่เขาอวยพรน้องเมตตา  เขาอวยพรแบบเป็นคำเหมือนที่ผู้ใหญ่อวยพรเลย อวยพรให้น้องเติบโตแข็งแรง อวยพรให้น้องไม่มีโรคประจำตัว ให้น้องมีสุขภาพที่แข็งแรง  เขาโตกว่าที่เราคิดค่ะ”

ครูก้อย นัชชา ยังได้ให้กำลังใจสำหรับแม่ๆที่กำลังสู้อยู่ในตอนนี้ว่า “อันดับแรกเลยให้กำลังใจก่อน คือคนที่มีบุตรยากบางคน  อาจจะไม่ประสบความสำเร็จในหลายๆ ครั้ง แล้วก็มีความรู้สึกเศร้าใจ ทุกข์ใจ ไม่มีทางออก ครูก้อยก็อยากจะบอกว่ามองครูก้อยเป็นตัวอย่างก็ได้ ว่าจริงๆ แล้ว  อายุ 40 กว่า 42 ก็มีโอกาสประสบความสำเร็จได้ แต่อาจจะไม่ใช่ในครั้งแรกนะ คืออาจจะต้องหลายครั้งหน่อยเพราะอายุเราเยอะ แต่สุดท้ายเนี่ย ประสบความสำเร็จได้ถ้าเราตั้งใจแล้วก็ดูแลตัวเอง เพราะฉะนั้นเปลี่ยนความเสียใจ เปลี่ยนความซึมเศร้าเหล่านั้น เอามาใส่ตัวเองเยอะๆ เลย เอามาใส่ร่างกายเราให้สมบูรณ์แข็งแรงที่สุด เพราะสุดท้ายน้องจะอยู่ได้หรืออยู่ไม่ได้ อยู่ที่ความแข็งแรงของแม่แล้วก็จิต สภาพจิตใจของคุณแม่ด้วย”

เจมส์ เรืองศักดิ์ “เปลี่ยนความผิดหวังให้เป็นพลังนะครับ แล้วก็มองครูก้อยว่าจริงๆ มันมีแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์นะ  ไม่ใช่ว่าพอผิดหวังครั้งแรกแล้วเราท้อใจแล้วก็อถอดใจไปเลย”

ครูก้อย นัชชา “สำหรับเคล็ดลับ ขั้นแรกเลยก็คือ เราจะต้องไปปรึกษาแพทย์มีบุตรยากก่อน  ว่าเราอาจจะไม่ใช่คนที่อาจจะท้องธรรมชาติได้ แต่ต้องใช้วิธีการทำเด็กหลอดแก้ว สองพอทำหลอดแก้ว สิ่งที่เราต้องบำรุงคืออะไร เราก็ต้องมาบำรุงเซลล์ไข่ของเรา ซึ่งมันก็เป็นเซลล์ไข่ที่อายุเยอะ ก็จะต้องดูแลบำรุงเยอะๆ เราจะไปเทียบกับสาวๆ จะไปเทียบกับคนที่หัวปีท้ายปีไม่ได้ มันอยู่กันคนละเคสกันแล้ว สามเราต้องมาดูว่ามดลูกเราก็ไม่เหมือนมดลูกของสาวๆ อีกเหมือนกัน ความหย่อน ความ คล้อย ความบางอะไรทุกสิ่งทุกอย่าง ดังนั้นเนี่ยโภชนาการก็คือ โปรตีนต้องถึงนะ ไขมันอย่าไปลดเยอะนะ บางคนก็คือแบบจะลีนร่างกายเลยไม่ได้ ต้องกินไขมันดีไปเยอะๆ เพราะมันสร้างฮอร์โมนเอสโตรเจน แล้วก็ในเรื่องของการออกกำลังกายสม่ำเสมอ แต่ไม่ฮาร์ดไม่แบบว่าหนักจนเกินไป เดี๋ยวฮอร์โมนมันก็จะเพี้ยน แล้วก็การนอนสำคัญมาก เพราะบางคนกินดี ออกกำลังกายดีทุกอย่าง แต่ยังนอนไม่ดี อันนี้ฮอร์โมนทำให้เกิดความเครียด แล้วก็ในเรื่องของความเครียดความกดดัน ตรงจุดนี้แหละที่ครูก้อยอยากจะบอกแม่ๆ ว่า เราทำทุกอย่างให้เต็มที่ แล้วทิ้งความเครียดออกไปเลย แล้วรอผลลัพธ์อย่างเดียวเลย”

พญ.กมลภัทร วิจักขณ์พันธ์ “ จริงๆ ก็แนะนำคล้ายๆ ครูก้อย อย่ากลัว อย่ากลัวว่ามันจะมีปัญหาอะไร เราดูแลได้ ด้วยเทคโนโลยีของเรา อายุ 40 กว่าหมอค่อนข้างมั่นใจว่าเราดูแลได้ ทีนี้อาจจะเป็นเรื่องของการเตรียมตัวเรื่องมีบุตรยากมากกว่า ”

ครูก้อย นัชชา“เตรียมตัวเองให้พร้อมเนาะ เพราะว่าเทคโนโลยีทางการแพทย์เดี๋ยวนี้มันไปไกลมากแล้วค่ะ ”