เมื่อวันที่ 10 มิ.ย. เจ้าหน้าที่ตำรวจภูธรเมืองนครราชสีมา ร่วมกับเจ้าหน้าที่การรถไฟแห่งประเทศไทย สำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดนครราชสีมา และตัวแทนคณะสงฆ์ ลงพื้นที่ตรวจสอบบริเวณสถานีรถไฟนครราชสีมา และสถานีรถไฟชุมทางถนนจิระ เพื่อกวดขันกลุ่มบุคคลที่แต่งกายคล้ายพระสงฆ์ และผู้ที่มีพฤติกรรมไม่เหมาะสมในพื้นที่สถานีรถไฟ
สืบเนื่องจากได้รับการร้องเรียนจากประชาชนต่อพฤติกรรมของบุคคลที่แต่งกายคล้ายพระสงฆ์ ซึ่งมักปักหลักอาศัยหลับนอนบริเวณชานชาลาและม้านั่งพักผู้โดยสาร โดยเฉพาะในช่วงค่ำคืน สร้างความเดือดร้อนรำคาญและบดบังพื้นที่ให้บริการประชาชน จนเกิดข้อสงสัยว่าเป็นพระจริงหรือพระปลอม ต่อมา นายอนุพงษ์ สุขสมนิตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา จึงสั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องยกระดับมาตรการเชิงรุก เพื่อปกป้องภาพลักษณ์พระพุทธศาสนา หากตรวจพบการกระทำผิดกฎหมายจะดำเนินคดีขั้นเด็ดขาด

จากการตรวจสอบในเบื้องต้น ยังไม่พบกลุ่มมิจฉาชีพที่แต่งกายเลียนแบบสงฆ์โดยเจตนา แต่พบกรณีพระสงฆ์ที่มีหลักฐานเอกสารไม่ครบถ้วน และบุคคลที่แต่งกายเป็นฆราวาสแต่ยังมีบัตรประจำตัวพระสงฆ์ ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ได้ทำการตักเตือนและแนะนำให้ไปดำเนินการแก้ไขเอกสารให้ถูกต้องตามสังกัดเดิม
ดร.พรพนา แสนการุณ ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดนครราชสีมา กล่าวว่า ปฏิบัติการนี้เกิดจากการประสานงานร่วมกันเพื่อแก้ปัญหาพระสงฆ์ไร้สังกัด หรือพระที่มีพฤติกรรมไม่สำรวม เช่น ส่งเสียงดัง พูดคุยโทรศัพท์ไม่เหมาะสม และสัมภาระรุงรัง ซึ่งสร้างความเสื่อมเสียต่อพุทธศาสนาอย่างยิ่ง พร้อมวิงวอนให้ผู้ที่นำผ้าเหลืองมาใช้แสวงหาผลประโยชน์โดยมิชอบให้เลิกพฤติกรรมดังกล่าว
ด้านนายประกอบ จรจรัญ นายสถานีรถไฟนครราชสีมา กล่าวเสริมว่า ตลอดช่วงต้นปีที่ผ่านมา มีกลุ่มบุคคลที่มีลักษณะคล้ายพระสงฆ์เข้ามาอาศัยหลับนอนที่สถานีเป็นประจำ จนประชาชนตั้งฉายาว่า “ราชสีมาวนาราม” ซึ่งส่งผลกระทบต่อพื้นที่บริการผู้โดยสาร ทางสถานีจึงต้องประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาจัดการอย่างจริงจัง

นายแผน ศรีจันทร์ สารวัตรงานปฏิบัติการโดยสารภูมิภาค 2 ฝ่ายบริการโดยสาร เปิดเผยว่า ที่ผ่านมาทุกขบวนรถไฟมีพระภิกษุสงฆ์เดินทางอยู่ตลอดเวลา แต่ไม่สามารถพิสูจน์ทราบได้ว่าเป็นพระจริงหรือพระปลอม แต่บางครั้งก็สังเกตพบว่ามีพฤติกรรมกิริยามารยาทไม่เหมาะสม คุยโทรศัพท์เสียงดัง นั่งไม่สำรวมยกแข่งยกขา จีวรไม่ห่มหรือใส่ไม่เรียบร้อย จึงได้รวบรวมข้อมูล และแจ้งให้สำนักงานพระพุทธศาสนาให้เข้ามาตรวจสอบ
ด้านพระครูวินัยธรสันติภาพ โชติปญฺโญ, ดร. เลขานุการเจ้าคณะตำบลในเมือง เขต 5 เปิดเผยว่า จากการตรวจสอบสถานีรถไฟทั้ง 2 แห่ง พบชายคนหนึ่งอายุประมาณ 80 ปี แต่งตัวเป็นฆราวาส แต่มีหลักฐานเอกสารบัตรต่างๆเป็นพระ อ้างว่าลาสิกขาแล้ว จึงได้ตรวจสอบ และส่งตัวให้ไปปรับหลักฐานยืนยันตัวตนใหม่ โดยให้ตั๋วรถไฟกลับไปยังต้นสังกัด ให้ไปทำหลักฐานแสดงตัวตน จากที่เป็นพระก็จะได้ถ่ายบัตรใหม่ให้เป็นฆราวาส
ส่วนอีกรายพบว่าเป็นพระชรารูปหนึ่ง สอบถามทราบว่ากำลังจะเดินทางไปรักษาตัวที่โรงพยาบาลในกรุงเทพฯ จากการตรวจสอบพบว่าเป็นพระที่บวชมานานแล้ว แต่ว่าหลักฐานเลือนลาง จึงได้โทรศัพท์ไปสอบถามวัดต้นสังกัด ยังรับรองว่าเป็นพระในสังกัดอยู่ จากนั้นได้โทรศัพท์ไปสอบถามโยมน้องสาวยืนยันว่าเป็นพระกำลังเดินทางไปรับยาจริง จึงได้แนะนำให้ไปทำหลักฐานยืนยันตัวตนใหม่ให้ถูกต้องชัดเจน
ทั้งนี้ หากประชาชนพบเห็นพระสงฆ์ที่มีพฤติกรรมไม่เหมาะสม หรือสงสัยว่าเป็นพระปลอม สามารถแจ้งเบาะแสได้ที่สำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดนครราชสีมา หมายเลขโทรศัพท์ 044-246063 ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดนครราชสีมา หมายเลขโทรศัพท์ 044-259999 และสายด่วนเจ้าหน้าที่ตำรวจ 191.



