เมื่อวันที่ 4 ก.ค. ที่กองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสุราษฎร์ธานี พล.ต.ต.สุวัฒน์ สุขศรี ผบก.ภ.จว.สุราษฎร์ธานี รายงานต่อที่ประชุมติดตามการแก้ไขปัญหาชาวต่างด้าวประกอบธุรกิจโดยผิดกฎหมายในพื้นที่ จ.สุราษฎร์ธานี โดยมี พล.ต.ท.สำราญ นวลมา รอง ผบ.ตร. พล.ต.ท.สุรพงษ์ ถนอมจิต ผู้ช่วย ผบ.ตร. รักษาราชการแทน ผบช.ภ.8 และ พล.ต.ท.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ ผบช.ประจำสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เข้าร่วมประชุมเพื่อติดตามความคืบหน้า

ทั้งนี้ ล่าสุดตรวจคนเข้าเมืองสุราษฎร์ธานีได้สนธิกำลังร่วมกับฝ่ายปกครองอำเภอเกาะพะงัน และเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เกาะพะงัน เข้าตรวจค้นสถานรับเลี้ยงเด็กชื่อ “ลิตเติ้ลแพนด้า” เลขที่ 53/2 หมู่ 2 ต.เกาะพะงัน อ.เกาะพะงัน จ.สุราษฎร์ธานี หลังได้รับแจ้งเบาะแสจากพลเมืองดีว่ามีการเปิดดำเนินกิจการโดยชาวต่างชาติ

จากการเข้าตรวจสอบ พบเด็กต่างชาติจำนวนมากกำลังทำกิจกรรมอยู่ภายในสถานที่ดังกล่าว โดยมีทั้งคนไทยและบุคคลต่างด้าวทำหน้าที่ดูแลและสอนเด็ก เจ้าหน้าที่จึงแสดงตัวเข้าตรวจสอบ พบว่า นายสิงห์คำรณ วงศาสวรรค์ อายุ 39 ปี แสดงตัวเป็นพนักงานรับเลี้ยงเด็กเป็นผู้นำตรวจสอบ โดยสถานที่ดังกล่าวเปิดเป็นศูนย์รับเลี้ยงเด็กอายุ 2-6 ขวบ เก็บค่าเทอมคนละ 45,000 บาทต่อเทอม (ระยะเวลา 4 เดือน) ภายในประกอบด้วยห้องเรียน สื่อการเรียนการสอน โต๊ะ เก้าอี้ อาหารสำหรับเด็ก และลานกิจกรรม

ขณะตรวจสอบพบเด็กต่างชาติจำนวน 42 คน กำลังทำกิจกรรมอยู่ภายในห้องและลานกิจกรรม โดยมีคนไทย 3 คน และคนต่างชาติ 3 คน ทำหน้าที่ดูแลเด็ก รวมถึงคนต่างด้าวสัญชาติเมียนมา 10 คน ทำหน้าที่เป็นผู้ช่วยดูแลเด็ก คนสวน และแม่บ้านทำความสะอาด

ต่อมาในระหว่างการตรวจสอบ มี MR. ZIV RADOMSKY อายุ 55 ปี สัญชาติอิสราเอล เข้ามาแสดงตัวเป็นเจ้าของกิจการ เจ้าหน้าที่จึงขอตรวจสอบหนังสือเดินทาง ใบอนุญาตทำงาน และใบอนุญาตประกอบกิจการรับเลี้ยงเด็ก จากการตรวจสอบพบว่า เดินทางเข้าประเทศทางด่าน ตม.ทอ.สุวรรณภูมิ เมื่อวันที่ 7 มิ.ย. 69 ได้รับการตรวจลงตราประเภทคนอยู่ชั่วคราว (NON-O) ครบกำหนดอนุญาตวันที่ 4 ก.ย. 69 แต่ไม่สามารถแสดงใบอนุญาตทำงานและใบอนุญาตประกอบกิจการรับเลี้ยงเด็กได้

จากการตรวจสอบเพิ่มเติมพบว่า มีบทบาทบริหารสถานรับเลี้ยงเด็กดังกล่าว ภายใต้บริษัท ซันไชน์ ช็อป จำกัด ทะเบียนนิติบุคคลเลขที่ 0845559003517 โดยมี MR. ZIV RADOMSKY และพวกอีก 3 คน เป็นกรรมการบริษัท ทำหน้าที่บริหาร ลงนาม ถือบัญชีธนาคาร กำหนดค่าเทอม ประสานงานผู้ปกครอง รวมถึงรับ-จ่ายเงินของบริษัท

อย่างไรก็ตาม จากการตรวจสอบเอกสารแรงงานต่างด้าวรวม 13 คน พบว่ามีเอกสารถูกต้อง 12 คน และมี 1 คนที่ไม่แจ้งการทำงานให้ถูกต้อง คือ MS. MEDA ANDREEA CAPILNA อายุ 25 ปี สัญชาติโรมาเนีย เดินทางเข้าประเทศในประเภท NON-B ครบกำหนดอนุญาตวันที่ 28 พ.ค. 70 และถือใบอนุญาตทำงานตำแหน่งผู้จัดการฝ่ายการตลาด แต่กลับทำงานเป็นผู้ดูแลเด็กและประสานงานการเรียนการสอน

สอบสวน MS. MEDA ให้การว่า ได้ทำงานที่ลิตเติ้ลแพนด้าตั้งแต่ประมาณเดือน พ.ย. 67 ได้รับเงินเดือน 33,000 บาท จาก MR. ZIV RADOMSKY โดยยังไม่ได้แจ้งการเปลี่ยนแปลงนายจ้างและลักษณะงานให้ถูกต้องตามกฎหมาย

ด้าน MR. ZIV RADOMSKY ให้การรับว่า สถานที่ดังกล่าวเปิดเป็นศูนย์รับเลี้ยงเด็กจริง แต่ยังไม่มีใบอนุญาตประกอบกิจการ โดยเริ่มดำเนินการตั้งแต่ปี 2567 และอยู่ระหว่างจัดเตรียมเอกสารเพื่อยื่นขออนุญาตให้ถูกต้อง พร้อมยืนยันว่าตนมีหน้าที่บริหาร ลงนาม ประสานงาน และดูแลการเงินของบริษัท แต่ไม่มีใบอนุญาตทำงาน

เจ้าหน้าที่จึงแจ้งข้อกล่าวหา “ร่วมกันจัดตั้งหรือดำเนินกิจการรับเลี้ยงเด็กโดยไม่ได้รับอนุญาต, เป็นบุคคลต่างด้าวทำงานโดยไม่มีใบอนุญาตทำงาน และนายจ้างไม่แจ้งการจ้างงานคนต่างด้าวต่อนายทะเบียนภายในกำหนด” ก่อนควบคุมตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.เกาะพะงัน ดำเนินคดีตามกฎหมาย

ทั้งนี้ ที่ประชุมยังได้หารือถึงความคืบหน้าการแก้ไขปัญหาการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าวโดยผิดกฎหมาย (นอมินี) โดยมีการยกกรณีบุคคลต่างด้าวที่แปลงสัญชาติเป็นไทยและใช้โครงสร้างถือหุ้นในสัดส่วนร้อยละ 49 เพื่อให้สอดคล้องกับกฎหมายการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว

โดย พล.ต.อ.สำราญ นวลมา ได้สั่งการให้สืบสวนเชิงลึก เนื่องจากอาจเป็นการจัดโครงสร้างนอมินีเพื่อหลีกเลี่ยงกฎหมาย หากพบการกระทำผิดให้ดำเนินคดีทันที

นอกจากนี้ ยังมีรายงานการตรวจสอบพบว่า ชาวต่างชาติที่พำนักระยะยาวในพื้นที่เกาะสมุยและเกาะพะงัน ส่วนใหญ่ถือบัตรประจำตัวคนไม่มีสัญชาติไทย (บัตรสีชมพู) ซึ่งมีอายุครั้งละ 10 ปี แม้ปัจจุบันจะยังไม่มีผลต่อทะเบียนราษฎรโดยตรง แต่ในอนาคตอาจเชื่อมโยงไปสู่กระบวนการขอสัญชาติไทยได้