เมื่อวันที่ 10 มิ.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานจากกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ถึงความคืบหน้ากรณีการกวาดล้างขบวนการกักตุนและลักลอบจำหน่ายน้ำมันเชื้อเพลิงผิดกฎหมาย ซึ่งเป็นไปตามนโยบายเร่งด่วนของ พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รมว.ยุติธรรม ล่าสุด คณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษได้มีมติออกหมายเรียกนิติบุคคลระดับมหาชน ผู้ค้าน้ำมันตามมาตรา 7 หรือ “โรงกลั่นยักษ์ใหญ่” ของประเทศจำนวน 6 แห่ง ให้เข้ารับทราบข้อกล่าวหาในความผิดตาม พ.ร.บ.การค้าน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2543 ฐานขนส่งน้ำมันไม่เป็นไปตามเงื่อนไขที่อธิบดีประกาศกำหนด
โดยพนักงานสอบสวนได้ล็อกเป้าและนัดหมายให้ตัวแทนโรงกลั่นเข้าพบระว่างวันที่ 11-12 มิ.ย. 69 แบ่งเป็น
- วันที่ 11 มิ.ย. 69: บมจ.บางจาก ศรีราชา (BSRC), บมจ.สตาร์ ปิโตรเลียม รีไฟน์นิ่ง (SPRC) และ บมจ.ไทยออยล์ (TOP)
- วันที่ 12 มิ.ย. 69: บมจ.บางจาก คอร์ปอเรชั่น (BCP), บมจ.ไออาร์พีซี (IRPC) และ บมจ.พีทีที โกลบอล เคมิคอล (PTTGC)
สำหรับพฤติการณ์ในคดีนี้ สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ตรวจพบความผิดปกติของเอกสารใบกำกับการขนส่งน้ำมันเชื้อเพลิงทางเรือ จำนวน 166 ฉบับ ในช่วงเดือน มี.ค.-เม.ย. 69 ซึ่งเป็นช่วงที่ประเทศไทยกำลังเผชิญวิกฤติพลังงานจากสงครามตะวันออกกลางและมีการปรับลดเงินชดเชยกองทุนน้ำมัน โดยพบว่าเอกสารดังกล่าวไม่มีการกรอกข้อมูลสำคัญให้ครบถ้วน 8 ข้อตามประกาศของกรมธุรกิจพลังงาน พ.ศ. 2562 โดยเฉพาะการหมกเม็ดไม่ระบุวันที่ออกเอกสาร, ไม่ระบุเลขที่ใบกำกับ, ไม่ระบุวันเดินทาง และไม่มีรหัสซีลล็อก (SEAL) ควบคุมพาหนะ ซึ่งพฤติการณ์ดังกล่าวส่อเจตนาจงใจเปิดช่องโหว่ให้มีการ “เวียนใบขนส่งน้ำมัน” เพื่อนำไปใช้กระทำความผิดเกี่ยวกับการกักตุนน้ำมันเชื้อเพลิง

ด้าน พ.ต.ต.วรณัน ศรีล้ำ ผอ.กองคดีคุ้มครองผู้บริโภค และในฐานะโฆษกดีเอสไอ กล่าวว่า ในการเข้ารายงานตัวครั้งนี้ พนักงานสอบสวนจะตั้งประเด็นซักถามถึงสาเหตุที่ไม่กรอกข้อมูลให้ครบ รวมถึงไล่เลียงบทบาทหน้าที่และหลักเกณฑ์การออกเอกสารของโรงกลั่นทั้งหมดที่ผ่านมา ยืนยันว่าดีเอสไอจะให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย พร้อมรับฟังพยานหลักฐานและคำชี้แจงเพื่อประกอบเข้าสำนวนการสอบสวน ทั้งนี้ ในวันศุกร์ที่ 12 มิ.ย. 69 พ.ต.ต.ยุทธนา แพรดำ อธิบดีดีเอสไอ ได้เรียกประชุมใหญ่คณะพนักงานสอบสวนคดีกักตุนน้ำมันทุกชุด เพื่อติดตามความคืบหน้าและสั่งการเช็กบิลขบวนการนี้อย่างเด็ดขาดต่อไป
มีรายงานเพิ่มเติมว่า คดีดังกล่าวเป็นมหากาพย์ต่อเนื่องหลังจากที่ก่อนหน้านี้ ดีเอสไอได้ตลบหลังออกหมายเรียก นายสุรัตน์ สุขเจริญไกรศรี ผู้บริหารตัวจริงเบื้องหลัง บริษัท ทริลเลี่ยนปิโตรเทรดดิ้ง จำกัด มารับทราบข้อหาปลอมปนน้ำมันเชื้อเพลิงเพื่อจำหน่าย ซึ่งเจ้าตัวได้เข้าพบเจ้าหน้าที่ก่อนกำหนดเมื่อวันที่ 6 มิ.ย. ที่ผ่านมา พร้อมให้การปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา โดยดีเอสไอมีหลักฐานเด็ดเป็นเส้นทางการเงินมัดตัวแน่นหนา ก่อนจะขยายผลมาสู่การเช็กบิล 6 โรงกลั่นยักษ์ใหญ่ในครั้งนี้.



