นางจินดารัตน์ วิริยะทวีกุล ผู้อำนวยการสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.) เปิดเผยความคืบหน้าการดำเนินงานภายใต้ พ.ร.ก.กู้เงิน 400,000 ล้านบาท ว่า ในส่วนของแผนงานที่ 1 ซึ่งเป็นการช่วยเหลือและบรรเทาภาระค่าครองชีพของประชาชน เกษตรกร และผู้ประกอบการ วงเงิน 200,000 ล้านบาท ขณะนี้ได้มีการอนุมัติกรอบวงเงินแล้วรวม 170,000 ล้านบาท วงเงินดังกล่าวถูกนำไปใช้สำหรับโครงการสำคัญของรัฐบาล ได้แก่ โครงการไทยช่วยไทยพลัส และมาตรการเติมเงินให้ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐเป็นระยะเวลา 4 เดือน เพื่อกระตุ้นการใช้จ่ายและเพิ่มกำลังซื้อภายในประเทศ
ทั้งนี้ ณ ปัจจุบัน มีการเบิกใช้เงินจากกรอบที่ได้รับอนุมัติไปแล้วประมาณ 100,800 ล้านบาท ซึ่ง สบน. ได้จัดหาเงินเพื่อรองรับการใช้จ่ายดังกล่าวครบตามจำนวนแล้ว แบ่งการกู้เงินแบ่งออกเป็น การออกตั๋วสัญญาใช้เงิน (พี/เอ็น) และตั๋วเงินคลัง วงเงินประมาณ 65,000 ล้านบาท ขณะที่อีกประมาณ 35,800 ล้านบาท เป็นการกู้เงินระยะยาว
นางจินดารัตน์ กล่าวว่า การบริหารจัดการหนี้ภายใต้ พ.ร.ก.ดังกล่าวเป็นไปตามแผนที่วางไว้ โดยปัจจุบันต้นทุนเฉลี่ยของการกู้เงินอยู่ที่ 1.24% ต่อปี และมีอายุเฉลี่ยของหนี้อยู่ที่ 4.3 ปี ซึ่งถือเป็นระดับต้นทุนที่เหมาะสมภายใต้ภาวะตลาดการเงินในปัจจุบัน
ขณะเดียวกัน สบน. ได้เดินหน้าสู่แผนงานที่ 2 ของ พ.ร.ก.กู้เงิน วงเงินรวมอีก 200,000 ล้านบาท ซึ่งมุ่งส่งเสริมการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ และสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านจากการพึ่งพาพลังงานฟอสซิลไปสู่พลังงานทดแทนและพลังงานทางเลือก เพื่อยกระดับขีดความสามารถทางเศรษฐกิจของประเทศในระยะยาว
เพื่อขับเคลื่อนแผนงานดังกล่าว ได้มีการแต่งตั้งคณะอนุกรรมการเฉพาะกิจขึ้นมาพิจารณาโครงการด้านการเปลี่ยนผ่านพลังงาน โดยเฉพาะ พร้อมกำหนดกรอบการดำเนินงานและหลักเกณฑ์การพิจารณาโครงการอย่างชัดเจน
แผนงานด้านพลังงานดังกล่าวถูกแบ่งออกเป็น 3 แผนงานย่อย ซึ่งขณะนี้ได้จัดทำทั้งหลักเกณฑ์กลางและหลักเกณฑ์เฉพาะสำหรับแต่ละแผนงานเสร็จเรียบร้อยแล้ว เพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องสามารถจัดทำข้อเสนอโครงการได้อย่างถูกต้องและสอดคล้องกับวัตถุประสงค์ของกองทุน



