หลายคนที่ต้องการเงินก้อนแต่ติดปัญหาว่าโฉนดที่ดินที่มีนั้นไม่ใช่ชื่อตัวเอง อาจกำลังสงสัยว่า “โฉนดที่ดินไม่ใช่ชื่อเรา จำนองได้ไหม?” บทความนี้จะพาคุณไปหาคำตอบแบบเจาะลึกถึงเงื่อนไขและเอกสารสำคัญที่คุณต้องรู้ โดยบทความนี้ เพื่อนแท้เงินด่วน ผู้ให้บริการสินเชื่อโฉนดที่ดินระดับชั้นนำ เป็นผู้ให้คำแนะนำแก่เราเกี่ยวกับข้อกฎหมายที่ถูกต้องและขั้นตอนการเตรียมตัวที่ชัดเจน เพื่อช่วยให้คุณสามารถนำที่ดินของคนในครอบครัวหรือญาติพี่น้องมาใช้เป็นหลักทรัพย์ค้ำประกันได้อย่างปลอดภัย ไม่เสี่ยงถูกหลอก และสามารถทำธุรกรรมได้อย่างราบรื่นที่สุดครับ
โฉนดที่ดินไม่ใช่ชื่อเรา จํานองได้ไหม
หากตอบกันตามตรงแบบฟันธงเลยก็คือ “ทำได้ครับ” แต่ต้องอยู่ภายใต้เงื่อนไขที่กฎหมายกำหนดไว้อย่างเคร่งครัด ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ได้ระบุไว้อย่างชัดเจนว่า ผู้ที่จะสามารถนำทรัพย์สินไปจำนองได้นั้น จะต้องเป็น “เจ้าของกรรมสิทธิ์” ในทรัพย์สินนั้นๆ เท่านั้น
แล้วถ้าเราไม่ใช่เจ้าของกรรมสิทธิ์ล่ะ จะทำอย่างไร? คำตอบคือ คุณจะต้องได้รับ “ความยินยอม” จากเจ้าของกรรมสิทธิ์ตัวจริงเสียก่อนครับ โดยการยินยอมที่ว่านี้ต้องทำเป็นลายลักษณ์อักษรที่ถูกต้องตามกฎหมาย นั่นก็คือการทำ “หนังสือมอบอำนาจ” หรือการที่เจ้าของโฉนดที่ดินตัวจริงเดินทางไปเซ็นชื่อยินยอมเป็นผู้ค้ำประกัน หรือเป็นผู้กู้ร่วมด้วยตัวเองต่อหน้าเจ้าหน้าที่ หากคุณแอบนำโฉนดของคนอื่นไปทำธุรกรรมโดยที่เจ้าตัวไม่รู้เรื่อง สัญญาจำนองนั้นจะตกเป็น “โมฆะ” ทันที และคุณอาจมีความผิดทางกฎหมายอาญาฐานปลอมแปลงเอกสารอีกด้วย
4 กรณีพบบ่อย โฉนดไม่ใช่ชื่อเรา แบบไหนที่ทำธุรกรรมได้บ้าง?
เพื่อให้เห็นภาพที่ชัดเจนขึ้น เรามาดูกันว่าในชีวิตจริงนั้น กรณีที่โฉนดไม่ใช่ชื่อของเรามักจะตกอยู่ในรูปแบบไหนบ้าง และมีวิธีจัดการอย่างไร
1. โฉนดที่ดินเป็นชื่อพ่อแม่
นี่คือกรณีที่พบได้บ่อยที่สุดครับ ลูกๆ หลายคนต้องการเงินทุนไปหมุนเวียนทำธุรกิจ แต่ตัวเองยังไม่มีทรัพย์สินเป็นชิ้นเป็นอัน จึงต้องขอยืมโฉนดที่ดินของพ่อแม่มาใช้ กรณีนี้สามารถทำได้ง่ายมาก เพียงแค่คุณพูดคุยกับคุณพ่อคุณแม่ให้เข้าใจถึงวัตถุประสงค์ในการกู้ยืม ยอดเงินที่ต้องการ และแผนการผ่อนชำระ จากนั้นให้ท่านเซ็นหนังสือมอบอำนาจ (ทด.21) ของกรมที่ดิน หรือทางที่ดีที่สุดคือพาท่านไปที่สถาบันการเงินเพื่อเซ็นเอกสารยินยอมด้วยตัวเอง วิธีนี้จะทำให้การอนุมัติผ่านได้ง่ายและรวดเร็วที่สุดครับ
2. โฉนดที่ดินเป็นชื่อคู่สมรส (สามี-ภรรยา)
สำหรับคู่แต่งงานที่จดทะเบียนสมรสถูกต้องตามกฎหมาย ทรัพย์สินที่ได้มาหลังแต่งงานจะถือเป็น “สินสมรส” แม้ว่าชื่อหลังโฉนดจะมีแค่ชื่อของสามีหรือภรรยาเพียงคนเดียวก็ตาม หากฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งต้องการนำที่ดินแปลงนี้ไปจำนอง จะต้องได้รับความยินยอมจากอีกฝ่ายเสมอ โดยต้องใช้ “หนังสือยินยอมคู่สมรส” แนบไปกับการทำธุรกรรมด้วยทุกครั้ง เพื่อป้องกันปัญหาการฟ้องร้องหรือการทำนิติกรรมอำพรางในครอบครัวครับ

3. โฉนดที่ดินเป็นชื่อญาติพี่น้อง หรือบุคคลอื่น
กรณีนี้อาจจะมีความซับซ้อนขึ้นมาเล็กน้อย เพราะสถาบันการเงินจะมองว่าความสัมพันธ์อาจไม่ได้ใกล้ชิดเท่าพ่อแม่ลูกหรือสามีภรรยา การจะนำโฉนดของญาติมาจำนอง ญาติคนนั้น (ซึ่งเป็นเจ้าของโฉนด) จะต้องรับรู้เงื่อนไขการกู้ยืมทั้งหมด และต้องเซ็นมอบอำนาจ หรือมาเป็นผู้ค้ำประกัน/ผู้ให้หลักประกันด้วยตนเอง สิ่งสำคัญคือญาติจะต้องมีความเชื่อใจในตัวคุณสูงมาก เพราะหากคุณผิดนัดชำระหนี้ ที่ดินของญาติก็อาจตกอยู่ในความเสี่ยงที่จะถูกฟ้องร้องบังคับจำนองได้
4. โฉนดที่ดินมีชื่อร่วมหลายคน (กรรมสิทธิ์รวม)
บางครั้งที่ดินมรดกอาจถูกแบ่งโดยการใส่ชื่อลูกหลานหลายคนลงไปในโฉนดใบเดียว หากคุณเป็นหนึ่งในผู้มีชื่อร่วมและต้องการจำนองที่ดิน คุณสามารถจำนอง “เฉพาะส่วนของตนเอง” ได้ (หากมีการบรรยายส่วนไว้ชัดเจน) แต่ในทางปฏิบัติ สถาบันการเงินมักไม่ค่อยรับจำนองเฉพาะส่วน เพราะหากเกิดปัญหาจะบังคับคดียาก ดังนั้น วิธีที่นิยมและทำได้จริงคือ คุณต้องไปขอให้ผู้มีชื่อร่วมคนอื่นๆ “ทุกคน” เซ็นยินยอมให้คุณนำที่ดินทั้งแปลงไปจำนองครับ
เอกสารสำคัญที่ต้องเตรียม มีอะไรบ้าง?
เมื่อตกลงกันได้แล้วว่าเจ้าของโฉนดตัวจริงยินยอมให้คุณนำไปทำธุรกรรม สิ่งต่อไปที่ต้องเตรียมคือเอกสารสำคัญ ซึ่งขอแนะนำให้เตรียมตัวจริงและสำเนาไปให้ครบถ้วน ดังนี้ครับ
- โฉนดที่ดินฉบับจริง สภาพต้องสมบูรณ์ ไม่ฉีกขาด และอ่านรายละเอียดได้ชัดเจน
- บัตรประจำตัวประชาชน ทั้งของผู้กู้ และของเจ้าของโฉนดที่ดิน (ผู้มอบอำนาจ/ผู้ยินยอม)
- ทะเบียนบ้าน ทั้งของผู้กู้ และของเจ้าของโฉนดที่ดิน
- หนังสือมอบอำนาจ (ทด.21) กรณีที่เจ้าของโฉนดไม่ได้เดินทางไปทำเรื่องด้วยตัวเอง (ต้องใช้แบบฟอร์มของกรมที่ดินเท่านั้น)
- หนังสือยินยอมคู่สมรส และทะเบียนสมรส (หากมี)
- เอกสารแสดงรายได้ของผู้กู้ เช่น สลิปเงินเดือน, Statement ย้อนหลัง 6 เดือน หรือเอกสารประกอบการทำธุรกิจ เพื่อให้สถาบันการเงินประเมินความสามารถในการชำระหนี้
ข้อควรระวังและความเสี่ยงที่ต้องรู้ก่อนจำนอง
การนำที่ดินของคนอื่นมาค้ำประกันหนี้ของตัวเอง เป็นเรื่องที่ต้องใช้ความรับผิดชอบสูงมาก โดยมีข้อควรระวังสำคัญที่คุณต้องรู้และพิจารณาให้ดีก่อนตัดสินใจ ดังนี้ครับ
- ห้ามกู้เงินกับนายทุนนอกระบบเด็ดขาด ควรเลือกทำธุรกรรมกับสถาบันการเงิน หรือบริษัทที่จดทะเบียนถูกต้องตามกฎหมายเท่านั้น เพื่อความปลอดภัยและได้อัตราดอกเบี้ยที่เป็นธรรม
- ระวังการถูกพลิกแพลงหรือตุกติกเรื่องสัญญา แหล่งเงินทุนนอกระบบมักมีเทคนิคหลอกให้คุณเซ็น “สัญญาขายฝาก” แทน “สัญญาจำนอง” หรือหลอกให้เซ็น “โอนลอย” ซึ่งมีความเสี่ยงสูงมากที่จะสูญเสียที่ดินของครอบครัวไปอย่างถาวร หากผิดนัดชำระหนี้เพียงแค่วันเดียว
- ระวังภาระดอกเบี้ยมที่ไม่เป็นธรรม การกู้ยืมที่ไม่ได้อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของกฎหมาย มักมาพร้อมกับดอกเบี้ยที่สูงเกินจริง จนอาจทำให้คุณแบกรับภาระการผ่อนชำระไม่ไหวในระยะยาว
- ต้องจดทะเบียนต่อหน้าเจ้าพนักงานที่ดินเท่านั้น การทำสัญญาจำนองที่ถูกต้อง สมบูรณ์ และปลอดภัยที่สุด จะต้องไปทำนิติกรรมต่อหน้าเจ้าพนักงานที่ดิน ณ สำนักงานที่ดินเท่านั้น ห้ามเซ็นสัญญากันเองโดยเด็ดขาด

สรุปทางเลือกที่ตอบโจทย์คนต้องการเงินด่วน
สรุปแล้ว โฉนดที่ดินไม่ใช่ชื่อเราก็สามารถจำนองได้ เพียงแค่ต้องได้รับความยินยอมและมีหนังสือมอบอำนาจจากเจ้าของกรรมสิทธิ์ตัวจริงอย่างถูกต้องตามกฎหมาย เพื่อป้องกันปัญหาในภายหลัง หากคุณกำลังมองหาทางเลือกที่ปลอดภัย ขอแนะนำบริการสินเชื่อโฉนดที่ดินกับ เพื่อนแท้ เงินด่วน ที่ช่วยให้การไถ่ถอนจำนอง หรือขอสินเชื่อใหม่เป็นเรื่องง่าย ด้วยจุดเด่นที่เหนือกว่า
- วงเงินสูง 130% ให้ยอดจัดสูงกว่ามาตรฐาน และเลือกผ่อนสบายได้นานสูงสุดถึง 120 งวด
- ดอกเบี้ยต่ำเป็นธรรม เริ่มต้นเพียง 0.60% ต่อเดือน ถูกกฎหมายภายใต้การกำกับดูแลของกระทรวงการคลัง
- อนุมัติไว ขั้นตอนกระชับ รู้ผลเร็ว รับเงินหมุนเวียนได้ทันเวลาแบบไม่ต้องรอนาน
- เงื่อนไขยืดหยุ่น ไม่เช็กเครดิตบูโร และไม่ต้องมีคนค้ำประกันให้ยุ่งยาก
ช่วยให้คุณหมดกังวลเรื่องดอกเบี้ยจำนองที่สูงเกินจริง หรือความเสี่ยงจากการขายฝาก โดยไม่ต้องเสียเวลาไปจดจำนองที่กรมที่ดิน สะดวก รวดเร็ว และเป็นธรรมกับคนมีที่ดินอย่างแท้จริง



