นายสมชาย พรรัตนเจริญ ที่ปรึกษากิตติมศักดิ์สมาคมค้าส่ง-ปลีกไทย เปิดเผยสถานการณ์ราคาสินค้าอุปโภคบริโภคว่า ขณะนี้สินค้าอุปโภคบริโภคเริ่มได้รับผลกระทบจากต้นทุนน้ำมัน และนโยบายพลังงานของรัฐบาลชัดเจนมากขึ้น โดยล่าสุดผู้ประกอบการน้ำมันปาล์มบรรจุขวด ได้ปรับขึ้นราคาขวดขนาด 1 ลิตร ประมาณ 5-8 บาทขึ้นอยู่กับแต่ละยี่ห้อ ทำให้ราคาขายส่งจากเดิมที่อยู่ช่วง 41–42 บาทต่อขวด เพิ่มมาอยู่ที่ระดับ 48–49 บาทต่อขวด และส่งผลให้ราคาขายปลีกในร้านโชห่วยทั่วไปจะปรับขึ้นเป็น 50–53 บาทต่อขวด
ทั้งนี้ การปรับราคาดังกล่าวเกิดขึ้นโดยไม่มีการแจ้งล่วงหน้าจากโรงงาน แต่ทางโรงงานผู้ผลิตได้ทยอยส่งสัญญาณเริ่มจากการแจ้งยกเลิกโปรโมชั่นและระงับการรับออเดอร์ก่อนช่วงแรก จากนั้นจึงประกาศราคาใหม่ที่สูงขึ้นทันที อย่างไรก็ตาม ไม่อยากให้ประชาชนตื่นตระหนก เพราะขณะนี้น้ำมันถั่วเหลืองบรรจุขวดยังไม่ขึ้นราคา โดยขายขวดละ 50 บาทต้นๆ ใกล้เคียงกับราคาน้ำมันปาล์ม จึงแนะนำให้ผู้บริโภคพิจารณาเลือกซื้อน้ำมันถั่วเหลืองทดแทนได้
“ยอมรับว่าสถานการณ์กำลังซื้อโดยรวมในตลาดปลีกยังคงอ่อนแอ ส่งผลให้ช่วงแรก ผู้ค้ารายย่อยที่มีสต๊อกสินค้าเก่าอยู่บางส่วนยังขายในราคาต่ำกว่าตลาดที่ 47–49 บาท แต่เมื่อสต๊อกเก่าหมดลง ราคาขายปลีกมีแนวโน้มปรับขึ้นสู่ 52–53 บาทต่อขวดแน่นอน”
นายสมชายกล่าวว่า ปัจจัยสำคัญที่ผลักดันให้ราคาน้ำมันปาล์มขวดปรับตัวสูงขึ้น มาจาก 2 ส่วนหลัก ได้แก่ นโยบายส่งเสริมการใช้ไบโอดีเซลของภาครัฐ ซึ่งเป็นปัจจัยที่กระทบมากสุด เพราะทำให้ปริมาณน้ำมันปาล์มดิบถูกนำไปใช้เป็นวัตถุดิบในการผลิตไบโอดีเซลเพิ่ม ส่งผลให้ปริมาณน้ำมันปาล์มในระบบลดลง และกดดันให้ราคาปรับตัวสูงขึ้น ส่วนอีกปัจจัยมาจากต้นทุนบรรจุภัณฑ์พลาสติกที่ใช้ผลิตขวดและบรรจุภัณฑ์ ซึ่งกระทบต่อต้นทุนการผลิตในทุกอุตสาหกรรมที่ใช้ขวด และถุงพลาสติก แต่ประเมินว่าผลกระทบจากราคาขวดพลาสติกไม่มากนัก คาดจะเพิ่มไม่เกิน 1 บาทต่อขวด หรือประมาณ 12 บาทต่อโหล เมื่อรวมกับค่าขนส่งและค่าใช้จ่ายด้านโลจิสติกส์แล้ว
“ตามวัฏจักรปกติ ช่วงเดือนต.ค.–ธ.ค.ของทุกปีเป็นช่วงที่ผลผลิตปาล์มน้ำมันออกสู่ตลาดน้อย ราคาจึงมักปรับสูงขึ้นตามธรรมชาติอยู่แล้ว ก่อนที่จะเริ่มลดลงช่วงเดือนม.ค.–มี.ค.อย่างไรก็ตาม เมื่อมีข่าวส่งเสริมไบโอดีเซลเพิ่มเติม ส่งผลให้โรงงานยกเลิกรายการส่วนลดและของแถมโดยทันที ก่อนประกาศปรับราคาขายส่งตามมา”



