วิกฤติมะพร้าวน้ำหอมในพื้นที่จังหวัดราชบุรีทวีความรุนแรง หลังเกษตรกรรวมตัวเรียกร้องให้ภาครัฐเร่งตรวจสอบและจัดการปัญหาการใช้น้ำปรุงแต่งกลิ่นแทนน้ำมะพร้าวแท้ ซึ่งถูกมองว่าเป็นต้นเหตุสำคัญที่บ่อนทำลายความเชื่อมั่นของผู้บริโภค ส่งผลกระทบต่อราคาผลผลิตตกต่ำต่อเนื่องยาวนานกว่า 7 เดือน

เมื่อวันที่ 23 มี.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ปัจจุบันมะพร้าวน้ำหอมในพื้นที่แม้ผลผลิตจะเริ่มลดลงจากความพยายามปรับตัวของเกษตรกร แต่สถานการณ์ราคายังไม่ฟื้นตัว ขณะที่ปัญหาหลักอยู่ที่มะพร้าว “ลูกเล็ก” ซึ่งมีสัดส่วนสูงถึงกว่า 70% ไม่สามารถระบายออกสู่ตลาดได้ กลายเป็นคอขวดสำคัญที่กดทับรายได้ของเกษตรกร

นายศักดิ์ชัย วิริยะกิจเกษตร อายุ 62 ปี เกษตรกรชาวสวนมะพร้าว อำเภอดำเนินสะดวก เปิดเผยว่า ปัจจุบันมะพร้าวลูกใหญ่ที่สามารถนำไปแปรรูปมีเพียงราว 30% เท่านั้น ส่วนที่เหลือเป็นมะพร้าวลูกเล็กที่กำลังล้นตลาด โดยปกติการส่งออกน้ำมะพร้าว 1 ตู้คอนเทนเนอร์ ใช้มะพร้าวประมาณ 100,000 ลูก แต่หากเป็นลูกเล็กจะต้องใช้มากถึง 200,000 ลูก ซึ่งหากมีการส่งออกเฉลี่ยเดือนละ 100 ตู้ จะสามารถช่วยระบายผลผลิตได้ถึง 10–20 ล้านลูกต่อเดือน

อย่างไรก็ตาม ในทางปฏิบัติกลับพบว่าโรงงานบางแห่งหันไปใช้น้ำปรุงแต่งกลิ่นแทนน้ำมะพร้าวแท้ ทำให้ความต้องการวัตถุดิบลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ส่งผลให้มะพร้าวลูกเล็กค้างสต๊อกจำนวนมาก และราคาตกต่ำต่อเนื่อง

“ผู้บริโภคต้องการน้ำมะพร้าวแท้เพื่อสุขภาพ หากพบว่าไม่ใช่ของจริง ความเชื่อมั่นจะหายไปทันที และกระทบทั้งระบบ” นายศักดิ์ชัยกล่าว

ด้านนายวัฒนา โตบารมีกุล อายุ 64 ปี เกษตรกรในอำเภอบางแพ ระบุว่า การบังคับใช้กฎหมายของภาครัฐยังไม่เข้มงวดเพียงพอ และอาจมีลักษณะเลือกปฏิบัติ โดยโรงงานบางแห่งสามารถหลีกเลี่ยงการตรวจสอบได้ เพียงถอดป้าย ย้ายสถานที่ผลิต หรือปรับรูปแบบเป็นโรงงานเคลื่อนที่ เช่น ใช้ตู้คอนเทนเนอร์ รวมถึงการแยกชื่อบริษัทหลายแห่งเพื่อดำเนินธุรกิจ

นอกจากนี้ ยังมีความกังวลเกี่ยวกับคุณภาพน้ำมะพร้าวที่ส่งออก หากมีการปลอมปนหรือไม่ได้มาตรฐาน แต่ยังถูกจำหน่ายภายใต้แบรนด์ไทย อาจส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์สินค้าไทยในตลาดโลกอย่างรุนแรง

เกษตรกรระบุว่า ปัญหาดังกล่าวได้สร้างผลกระทบเป็นลูกโซ่ ทั้งราคาผลผลิตตกต่ำ การระบายสินค้าติดขัด และต้นทุนการผลิตที่เพิ่มขึ้น ทำให้หลายครัวเรือนต้องเผชิญภาวะขาดทุนสะสมเป็นวงกว้าง

พร้อมกันนี้ เรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งดำเนินมาตรการอย่างเป็นรูปธรรม ทั้งการตรวจสอบแหล่งผลิตอย่างเข้มงวด ควบคุมคุณภาพสินค้า และปราบปรามการหลีกเลี่ยงกฎหมาย เพื่อฟื้นฟูความเชื่อมั่นของตลาด

“หากยังปล่อยให้ปัญหานี้ยืดเยื้อ มะพร้าวน้ำหอมไทยอาจสูญเสียความเชื่อมั่น และเสียตลาดในระยะยาว” เกษตรกรย้ำ

ทั้งนี้ เสียงสะท้อนจากพื้นที่ชี้ชัดว่า วิกฤติครั้งนี้ไม่ใช่เพียงปัญหาราคาผลผลิต แต่เป็นวิกฤตเชิงโครงสร้างที่กระทบต่ออุตสาหกรรมมะพร้าวไทยทั้งระบบ จึงจำเป็นต้องเร่งแก้ไขอย่างจริงจัง ก่อนที่ความเสียหายจะลุกลามเกินกว่าจะฟื้นคืนได้