เมื่อเวลา 09.30 น.วันที่ 24 มิ.ย. ที่โรงแรมเลอแคสเซีย จ.ขอนแก่น นายจักรกฤษณ์ ศิริพาณิชย์ ประธานหอการค้าจังหวัดขอนแก่น พร้อมคณะผู้บริหารหอการค้า จ.ขอนแก่นร่วมกันแถลงข่าวการจัดงาน “Smart Business Expo 2026” ซึ่งหอการค้าจังหวัดขอนแก่น ร่วมกับ อบจ.ขอนแก่น ,สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) หรือ สสปน. และภาคีเครือข่ายกว่า 20 องค์กร  ได้กำหนดจัดกิจกรรมขึ้นเพื่อสนับสนุนผู้ประกอบการใช้เทคโนโลยี AI ในการเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขัน มุ่งสู่การเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจดิจิทัลแห่งภาคอีสาน 

นายจักรกฤษณ์ กล่าวว่า หอการค้าจังหวัดขอนแก่น ร่วมกับ อบจ.ขอนแก่น , สสปน. และภาคีเครือข่ายกว่า 20 องค์กร มีความพร้อมอย่างเต็มที่ในการที่จะจัดงานแสดงสินค้าเทคโนโลยีและนวัตกรรมดิจิทัลเพื่อธุรกิจ ครั้งที่ 3 หรือ “Smart Business Expo 2026” ซึ่งกำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 26 – 28 มิ.ย.2569 ที่ ฮอลล์ 1-2 ศูนย์การประชุมและแสดงสินค้านานาชาติไคซ์ (KICE) จังหวัดขอนแก่น บนพื้นที่กว่า 9,150 ตารางเมตร เพื่อผลักดันผู้ประกอบการไทยให้เข้าถึงเทคโนโลยีสมัยใหม่และยกระดับเศรษฐกิจภูมิภาค ซึ่งการจัดงานในครั้งนี้มุ่งเน้นการส่งเสริมให้กลุ่มนักธุรกิจและผู้ประกอบการ SME นำดิจิทัลเทคโนโลยีและปัญญาประดิษฐ์ (AI) ไปเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน โดยภายในงานมีการจัดบูธแสดงสินค้าจำนวน 224 บูธ จากทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน สถาบันการเงิน และกลุ่ม SME

“ขณะเดียวกันยังคงมีผู้ประกอบการจากต่างประเทศ ไม่ว่าจะเป็น จีน ,สิงคโปร์, สปป.ลาว และมาเลเซีย มาร่วมเจรจาธุรกิจ คาดว่าจะมีผู้เข้าร่วมงานและจับคู่ธุรกิจไม่น้อยกว่า 6,000 คน และสร้างรายได้ให้กับจังหวักไม่น้อยกว่า 500 ล้านบาท นอกจากนี้หอการค้าจังหวัดขอนแก่นยังพร้อมเดินหน้าขับเคลื่อนโครงการ Khon Kaen Digital Valley ร่วมกับภาคส่วนต่าง ๆ เพื่อยกระดับจังหวัดขอนแก่นให้เป็นศูนย์กลางด้าน AI, Data Center และ Big Data รวมถึงพัฒนาทรัพยากรมนุษย์รองรับการเติบโตทางเศรษฐกิจในภาคตะวันออกเฉียงเหนืออีกด้วย

ขณะที่ นายธวัชชัย โคตรวงษ์ รองประธานหอการค้าจังหวัดขอนแก่น และหัวหน้าคณะทำงานโครงการเสริมสร้างศักยภาพและพัฒนาขีดความสามารถด้วยนวัตกรรมภายใต้หน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ (บพข.) กล่าวว่า ปัญหาการเข้าถึงแหล่งทุนถือเป็นอุปสรรคสำคัญของ SME ภายในงานนี้จึงได้จัดสัมมนาเชิงปฏิบัติการ คลี่แผนที่แหล่งทุนภาครัฐ เพื่อชี้เป้าหมวดงบประมาณสนับสนุนจากกระทรวง กรม ต่าง ๆ ที่มีมูลค่าตั้งแต่หลักแสนถึงสิบล้านบาท ครอบคลุมกลุ่มอุตสาหกรรม S-Curve, New S-Curve, เกษตรกรรม, นวัตกรรม และซอฟต์แวร์  อีกทั้งภายในงานจัดให้มีการทำเวิร์กชอปเขียนข้อเสนอโครงการ (Proposal) ร่วมกับโค้ชผู้เชี่ยวชาญ เพื่อขอรับงบประมา สนับสนุนสมทบจากภาครัฐ ซึ่งรัฐจะช่วยสนับสนุนทุนให้สูงถึง 85-90% และผู้ประกอบการสมทบเพียง 10-15% โดยจะมีทีมพี่เลี้ยงคอยดูแลอย่างใกล้ชิดจนถึงขั้นตอนการยื่นเสนอของบประมาณในปี 2570