นายวิทยากร มณีเนตร อธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยว่า จากการตรวจสอบสินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็นยังมีสต๊อกเพียงพอ ไม่ขาดแคลน โดยสต๊อกล่าสุดมี 2 เดือน ช่วง เม.ย.-พ.ค.นี้ และหลังจากนั้นจะผลิตสต๊อกใหม่เติมเข้ามาเรื่อยๆ ส่วนเรื่องราคาภาพรวมยังไม่ปรับขึ้น แต่หากมีสินค้าใดมีต้นทุนสูงขึ้นจริงก็จะดูให้สอดคล้องกับกลไก พร้อมกับนำสินค้าทางเลือกราคาประหยัดมาขายให้ ส่วนผลิตภัณฑ์เม็ดพลาสติกซึ่งเป็นวัตถุดิบสำหรับผลิตบรรจุภัณฑ์ที่กังวลว่าขาดแคลนในเดือน เม.ย. ยืนยันว่ายังมีเพียงพอ ใช้ได้นานกว่านั้น ซึ่งกรมจะเพิ่มมาตรการนำเม็ดพลาสติกเข้ามาอยู่ในบัญชีสินค้าควบคุมเพิ่ม เพื่อให้กำกับดูแล สต๊อก ต้นทุนต่างๆ ได้ทั้งระบบตั้งแต่ ต้นน้ำ กลางน้ำ ปลายน้ำได้ถูกต้อง
นอกจากนี้ กรมจะใช้มาตรการทางกฎหมายทบทวนบัญชีสินค้าและบริการควบคุมรับมือช่วงวิกฤติ และเสนอที่ประชุมคณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ (กกร.) ในวันที่ 25 มี.ค.นี้ ซึ่งจะมีการปรับรายการเดิมและเพิ่มสินค้าใหม่รวม 25 รายการ จากปัจจุบันมีสินค้าและบริการควบคุมที่ 59 รายการ โดยจะเพิ่มสินค้าใหม่ 12 รายการ นอกจากเม็ดพลาสติกแล้ว ที่เหลือจะเป็นสินค้าอุปโภคบริโภคที่ใช้ในชีวิตประจำวัน ซึ่งจะทำให้สินค้าควบคุมเพิ่มจาก 59 รายการ รวมเป็น 71 รายการ
ส่วนสินค้ารายการเดิม จะเพิ่มมาตรการการกำกับดูแลอีก 13 รายการ อาทิ กระดาษชำระและกระดาษเช็ดหน้า แชมพู ผงซักฟอกและน้ำยาซักฟอก ผลิตภัณฑ์ล้างจาน ผ้าอนามัย และสบู่ จากเดิมที่เพียงแจ้งเปลี่ยนแปลงราคา เป็นต้องขออนุญาตก่อนปรับขึ้นราคาทุกครั้ง โดยทั้งหมดหาก กกร.เห็นชอบแล้ว จะเสนอให้ ครม.อนุมัติในสัปดาห์ถัดไป
นายวิทยากร กล่าวว่า สำหรับกรณีบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปเตรียมขึ้นราคา ยืนยันว่ายังไม่มีผู้ผลิตใดแจ้งขอขึ้นราคามา เพียงแต่แสดงความกังวลเกี่ยวกับปัญหาบรรจุภัณฑ์ที่ไม่เพียงพอ ซึ่งกรมพยายามเข้าไปแก้ปัญหาให้ ขณะที่สถานการณ์ราคาปุ๋ย ยังมีสินค้าในประเทศใช้ได้ถึงอย่างน้อยเดือน พ.ค. และแม้สินค้าบางส่วนจากตะวันออกกลางจะยังส่งมาไม่ได้ แต่ระหว่างนี้ได้ทยอยนำเข้าจากแหล่งอื่น เช่น มาเลเซีย แล้ว ด้านน้ำมันปาล์มยืนยันว่าราคาปัจจุบันซึ่งเป็นสต๊อกเก่าขายอยู่ 42-50 บาทต่อขวด
นอกจากนี้ กรมมีแผนงบประมาณเพิ่มเติมดูแลค่าครองชีพประชาชน เพื่อจัดมหกรรมธงฟ้าสินค้าราคาประหยัดให้ครบทั้งประเทศ จากเดิมจัด 60 ครั้ง เช่นเดียวกับโครงการธงเขียวพลัส ปุ๋ยราคาประหยัด จะของบเพิ่ม จากปัจจุบันช่วยเหลือเกษตรกรใน 10 จังหวัด จะขยายให้ครบ 50 จังหวัด ส่วนสถานการณ์การตรวจสอบรับเรื่องร้องเรียนขณะนี้ ช่วงวันที่ 4-21 มี.ค. 69 มีผู้ร้องเรียนกว่า 4,178 ครั้ง แบ่งเป็น 3 ส่วน คือ หัวจ่ายน้ำมันเชื้อเพลิง 1,554 สถานี พบผู้กระทำผิด 2 ราย ผ่านสายด่วน 1569 มี 324 คำร้อง พบผู้กระทำผิดรวม 16 ราย และพาณิชย์จังหวัดลงพื้นที่ตรวจสอบทั้งหมด 2,183 แห่ง พบผู้กระทำผิด 10 ราย



