กลายเป็นโมเมนต์ที่หลายคนจับตามอง เมื่อ “ใบเตย สุธีวัน” ปรากฏตัวในงานแถลงข่าวภาพยนตร์เรื่อง “อีแหล่ แอรี่ เกาหลี โอปป้า” ภาพยนตร์และกำกับโดยพี่ชายคนสนิท “อี๊ด โปงลางสะออน” ณ ลานอินฟินิซิตี้ พารากอน ซีนีเพล็กซ์ และได้เผชิญหน้ากับ “ฟิล์ม รัฐภูมิ” อีกครั้ง หลังก่อนหน้านี้ฟิล์มได้ยื่นฟ้องอดีตสามีของใบเตยอย่าง “ดีเจแมน พัฒนพล” จนกลายเป็นข่าวใหญ่โตในขณะนั้น ก่อนที่จะจบลงด้วยการไกล่เกลี่ย

ขณะเดียวกัน ในส่วนของชีวิตครอบครัว “ใบเตย สุธีวัน” ก็ได้ตัดสินใจครั้งใหญ่ด้วยการประกาศหย่าขาดกับ ดีเจแมน หลังจากที่ฝ่ายชายต้องเผชิญกับคดีความทางกฎหมายและต้องโทษจำคุก ซึ่งใบเตยยอมรับว่าเป็นการตัดสินใจที่นิ่ง และผ่านการพูดคุยกันมาอย่างดี เพื่อเดินหน้าทำหน้าที่แม่ให้กับ “น้องเวทมนต์” อย่างเต็มกำลัง

โดย ใบเตย ก็ได้เปิดใจให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนถึงการกลับมาเจอ ฟิล์ม รัฐภูมิ อีกครั้ง และอัปเดตชีวิตในปัจจุบัน หลังได้รับสถานะโสดแบบเต็มตัวด้วย

ใบเตย เผยว่า “วันนี้เหมือนรวมครอบครัวศิษย์เก่ามาก คือไม่มาเนี่ยก็กลัวพี่อี๊ดจะโกรธนะคะ เพราะว่า 3 คนเนี้ย พี่อี๊ด พี่ล่า (ลาล่า ขวัญนภา) พี่ลู่ (ลูลู่ ดวงฤดี) เห็นหนูตั้งแต่อายุ 16 ปี หนูเป็นนักร้องไกด์เพลงให้เขา อัลบั้มโปงลางสะออน วันนี้ก็ดีใจกับพี่อี๊ดมาก อย่างแรกเลยต้องแบบยินดีด้วยกับพี่ชายคนนี้ ที่เขาหยิบจับอะไรก็ประสบความสำเร็จ ไม่ว่าจะเป็นร้านอาหาร แล้วก็มาทำธุรกิจเกี่ยวกับภาพยนตร์ ซึ่งเอาจริงๆ เป็นสิ่งที่เขาเหมือนชอบมาตั้งแต่ไหนแต่ไร เพราะตัวเขาเองก็เกิดจากภาพยนตร์ หลายๆ ส่วนที่หลายคนโฟกัสว่าต้องเจอกับฟิล์ม ไม่ต้องโฟกัสเลย ปกติมากเลย เพราะว่าเจอกันตั้งแต่เด็ก เป็นการเจอกันหลังจากที่มีประเด็น ความรู้สึกก็เหมือนเจอตอนแบบเด็กๆ อะ เหมือนเจอตอนแบบเด็กๆ ปกติค่ะ ปกติ ถ้าถามว่ากลัวจะเป็นข่าวอีกมั้ย อุ๊ย ไม่ๆ หรอกค่ะ มันก็เป็นมาตลอด ไม่ได้กลัว ไม่ได้กลัวเลย ก็ 2 ปีนะ เพิ่งมาเจอกันวันนี้ ไม่ได้มีการคุยกันก่อนจะมาเจอคำถามวันนี้ ไม่ได้ซีเรียสอะไรกันเลย เพราะว่ารู้สึกว่าพอเห็นชื่อก็ไม่แปลกใจ เพราะเชื่อว่าพี่อี๊ดต้องชวนอยู่แล้ว

ถ้าถามว่ากลัวมีประเด็นมั้ย เพราะว่าก่อนหน้านี้เราก็มีปัญหาที่มีความเข้าใจผิด คือเลิกมีปัญหากันเถอะค่ะ หนุ่มๆ เลิกมีปัญหา ไม่หรอกค่ะ ไม่อะไรแล้ว สำหรับหนูกับพี่ฟิล์มเราบริสุทธิ์ใจกันมาตลอดอยู่แล้ว คือแก๊งเขาเห็นหนูมาตั้งแต่อายุ 15-16 เพราะฉะนั้นมันเหมือนมันเลยจุดของความเป็น มันเหมือนครอบครัวแล้ว เรื่องของคุณผู้ชาย อย่าเอาหนูไปเกี่ยวเลย วันนี้ก็ทักทาย คุยปกติมาก แล้วฟิล์มกับแมนตอนนี้ ถามพี่ฟิล์มมั้ย นี่ไม่รู้เรื่องเลย ไปถามพี่ฟิล์มเลย แต่ว่าที่อัปเดตล่าสุดก็คือไม่มีอะไรแล้ว คิดว่า พี่ฟิล์มก็เหมือนยกฟ้อง ยอมความกันไป ส่วนโมเมนต์บนเวทีเหมือนอยู่ใกล้พี่อี๊ด นึกว่าเป็นเมียพี่อี๊ดซะแล้ว ไม่เลยค่ะ ปกติมากเลย น่ารักเหมือนเดิม เหมือนครอบครัว เรื่องกระแสจิ้น ไม่น่าจิ้นไหวแล้ว จะ 40 กันอยู่แล้ว พักจิ้นก่อนมั้ย ไม่น่าจิ้นไหวแล้ว”

ใบเตย เผยต่อว่า “หลังจากที่ใช้สถานะโสด เอาจริงๆ ต้องบอกว่าไม่มีเวลา หลังจากเจอพี่ล่าสุด ไม่มีเวลาให้ได้ดีใจหรือเสียใจ เพราะว่าทำงานทุกวัน ก็เป็นไปตามที่เราหวังไว้ เป็นไปตามนั้นมากๆ แล้วก็มีอะไรดีๆ เข้ามาในชีวิตเยอะมาก งานต่างๆ คือหลักๆ ณ วันนี้ใบเตยต้องบอกก่อนว่าใบเตยโฟกัสเรื่องคอนเสิร์ต ของานจ้างคอนเสิร์ตมาเยอะๆ คือหนูไปบนที่ฮ่องกงเลย คือล่าสุดที่ไปมาเก๊าเหมือนก็ไปแก้บน เพราะไปบนว่าขอให้ทุกเพลงเกินล้านวิว ขอให้หนูมีงานทุกวันยันครึ่งปีแรกเลย ซึ่งก็ได้อย่างงั้นจริงๆ หนูก็เลยแบบรู้สึกว่าไปมูต่อ ก็ไปมาล่าสุดที่แบบไปเปิดท้องพระคลัง ก็ของานอีกในครึ่งปีหลัง แล้วก็คือตอนนี้เราได้คอนเสิร์ตมาแล้ว เราก็อยากได้พรีเซ็นเตอร์ หรือว่าอยากกลับมาได้งานแสดงเหมือนเดิม ซึ่งก็ได้ พอกลับมาก็ได้เลย แล้วดีใจ เอาจริงๆ ขอบคุณทุกโอกาส ไม่โฟกัสเรื่องความรัก ไม่โฟกัสเลย ไม่โฟกัสแบบอะไรอย่างงี้เลย งานอย่างเดียว คือ ณ วันนี้ต้องบอกก่อนว่ามันไม่มีเวลาให้ได้คิดอะไรอย่างนี้เลย มันเป็นอะไรที่รู้สึกว่าตื่นมาก็ไปขึ้นเครื่องบินให้ทันก็พอ ทุกวันนี้

ส่วนลูกสาวคือเขายังไม่รู้อะไรมาก เขาเข้าใจในแบบที่เราให้เขาเข้าใจ ตอนนี้ก็เหมือนปกติเดิมๆ ก็คือแบ่งหน้าที่กันดูแลลูกชัดเจน เรื่องหัวใจไม่ควรมีแล้วมั้ง พี่ คิดว่าชีวิตหนูควรจะมีผัวอีกเหรอคะ  (หัวเราะ) ไม่น่าจะควรมีผู้ชายแล้วนะ ต้องบอกพี่สื่อว่า จากการที่ใบเตยมีข่าวกับหนุ่มๆ มาแต่ละคนแล้วก็จนชีวิตมีแฟน แต่งงานหรืออะไรมา พี่ก็น่าจะคิดแล้วว่า เออ ไม่ควรจะมีผัวแล้ว ส่วนมุมมองความรัก เฉยๆ เราเลยจุดนั้นมาหมดละ หนูรู้สึกว่าหนูได้ใช้ตรงนั้นในชีวิต ในแชปเตอร์นี้ได้ ควรจะเข็ดเนาะ ตอนนี้มันพอแล้ว เราไม่โฟกัสที่จะต้องมีอะไรใหม่ๆ ต้องหาคนใหม่หรือ ไม่มีในหัวอะ ควรเข็ด ควรพอก่อน บอกตัวเองทุกวัน”

“คนไกลตัวก็จะค่อนข้างช็อก เพราะว่าเราไม่มีสัญญาณอะไรเลย คือในวันที่พอมาวันนี้ที่มันผ่านอะไรมาเยอะมากๆ แล้วชีวิตมันนิ่งขึ้น ในวันที่ใบเตยตัดสินใจ มันก็ค่อนข้างนิ่งมากๆ แล้วก็เรื่องมันก็เป็นการพูดคุยมาหลายเดือนแล้ว อย่างที่บอก ก็คนใกล้ตัวไม่แปลกใจ แต่คนไกลตัวก็จะค่อนข้างแบบตกใจ คืออย่างที่ใบเตยจะพูดทุกรายการว่า ณ วันนี้มันไม่ใช่เรื่องของความรัก มันเป็นความภักดีมากกว่า ใน ณ วันนี้ที่เราไม่คิดจะทิ้งกัน แม้แต่ในฐานะที่ผ่านมา อาจจะเป็นฐานะคนรัก แล้วพอมันเปลี่ยนเป็นหลังจากเขากลับมา มันก็เปลี่ยนเป็นในฐานะของครอบครัว ซึ่งก็รู้สึกว่าเราทำหน้าที่ตรงนี้ได้ดีมากๆ ละ ในวันที่ปัญหาชีวิตมันหนักขนาดนั้น ตอนนี้หัวใจแฮปปี้กับงาน แฮปปี้กับการมีงาน ได้ร้องเพลง ได้เจอแฟนเพลง ได้แบบไปต่างจังหวัดทั่วประเทศค่ะ”