กองทุนส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (ววน.) โดยสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) จัดปฐมนิเทศแผนงานขับเคลื่อนการอนุรักษ์โลมาอิรวดีในพื้นที่ทะเลสาบสงขลา ณ โรงแรมลากูน่า แกรนด์ โฮเทล แอนด์ สปา สงขลา เมื่อวันที่ 23 มีนาคม 2569 โดยมี ศ. ดร.สมปอง คล้ายหนองสรวง ผู้อำนวยการ สกสว. เป็นประธานในพิธีเปิด พร้อมแถลงข่าวร่วมกับนางสาวเสาวนีย์ มุ่งสุจริตการ รองผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ผู้แทนกรมประมง กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง และธนาคารโลก

เวทีดังกล่าวมีเป้าหมายสร้างความเข้าใจร่วมต่อสถานการณ์ ปัญหา และทิศทางการอนุรักษ์โลมาอิรวดีในลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลาในมิติเชิงระบบ พร้อมเสริมเครือข่ายความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งหน่วยงานนโยบาย ภาครัฐ นักวิจัย ภาคประชาชน และชุมชนในพื้นที่ เพื่อขับเคลื่อนมาตรการอนุรักษ์ควบคู่การพัฒนาเศรษฐกิจชุมชนอย่างยั่งยืน

ผู้อำนวยการ สกสว. ระบุว่า การปฐมนิเทศครั้งนี้เป็นจุดเริ่มต้นสำคัญของความร่วมมือในการอนุรักษ์โลมาอิรวดี ซึ่งเป็นสัตว์ทะเลหายากและเป็นดัชนีชี้วัดความสมบูรณ์ของระบบนิเวศ ปัจจุบันมีสถานะ “ใกล้สูญพันธุ์อย่างยิ่ง” โดยข้อมูล ณ เดือนกุมภาพันธ์ 2568 พบว่ามีประชากรเหลือไม่ถึง 14 ตัว
คณะรัฐมนตรีจึงเห็นชอบกรอบงบประมาณแผนอนุรักษ์โลมาอิรวดีทะเลสาบสงขลา (พ.ศ. 2567–2571) วงเงิน 402.818 ล้านบาท เมื่อวันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2568 โดยให้ใช้เงินช่วยเหลือจากต่างประเทศและกองทุน ววน. เป็นลำดับแรก สกสว. จึงสนับสนุนงบวิจัยเพื่อฟื้นฟูทั้งโลมาอิรวดีและระบบนิเวศ ควบคู่กับการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของชุมชนโดยรอบ
“งานวิจัยต้องเชื่อมโยงสู่การกำหนดนโยบาย การจัดการทรัพยากร และการสร้างทางเลือกทางเศรษฐกิจที่ยั่งยืน หากผสานพลัง ววน. กับภูมิปัญญาท้องถิ่นและชุมชนได้จริง ทะเลสาบสงขลาจะเป็นต้นแบบการจัดการระบบนิเวศของประเทศ และเป็นรูปธรรมของการใช้ความรู้แก้ปัญหาสิ่งแวดล้อมในระดับพื้นที่” ศ. ดร.สมปอง กล่าว
แผนอนุรักษ์ดังกล่าวประกอบด้วย 6 แผนงาน 15 โครงการ 36 กิจกรรม อาทิ ลดภัยคุกคามต่อโลมา กำหนดเขตคุ้มครองที่ชัดเจน ห้ามใช้เครื่องมือประมงที่เป็นอันตราย ฟื้นฟูความสมบูรณ์ของทะเลสาบ เพิ่มปริมาณสัตว์น้ำ จัดสร้างแหล่งอาศัยสัตว์น้ำโดยชุมชน และศึกษาวิจัยด้านนิเวศวิทยาและประชากรโลมาอย่างต่อเนื่อง
กองทุน ววน. ได้สนับสนุนงบวิจัยรวม 89.3 ล้านบาท ผ่าน วช. ภายใต้แผนรับมือวิกฤติเร่งด่วนของประเทศ เพื่อพัฒนาแนวทางอนุรักษ์และฟื้นฟูโลมาอิรวดีและระบบนิเวศอย่างยั่งยืน ควบคู่การบริหารจัดการเศรษฐกิจและสังคมของชุมชน โดยตั้งเป้าดำเนินการอย่างน้อย 3 ปี
ขณะเดียวกัน ยังได้รับการสนับสนุนจากกองทุน PROBLUE ของธนาคารโลก วงเงิน 4 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 132.36 ล้านบาท เพื่อฟื้นฟูแหล่งอาศัยสัตว์น้ำและยับยั้งการลดลงของประชากรโลมา เสริมความมั่นคงทางอาหารและรายได้ของชุมชนประมงในพื้นที่
ด้านนายสันติ นิลวัตน์ ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งทะเลอันดามันตอนล่าง ระบุว่า โครงการจะติดตั้งเครื่องมืออะคูสติก 64 ตัว เพื่อติดตามพฤติกรรมและการเคลื่อนไหวของโลมาในแต่ละฤดูกาล พร้อมขอความร่วมมือนักท่องเที่ยวหลีกเลี่ยงการรบกวนพื้นที่อาศัย

ที่ผ่านมา พบอัตราการตายของโลมาเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง โดยในช่วง 30 ปี มีการตายสะสม 144 ตัว เฉลี่ย 8.4 ตัวต่อปี ปัจจัยเสี่ยงหลักมาจากเครื่องมือประมง มลพิษสะสม และการสูญเสียแหล่งที่อยู่อาศัย
เป้าหมายสำคัญของโครงการ คือ ลดภัยคุกคามควบคู่ยกระดับคุณภาพชีวิตชุมชน โดยให้ชาวประมงมีบทบาทร่วมดูแลและเฝ้าระวังโลมาตั้งแต่ต้นทาง เพื่อสร้างสมดุลระหว่าง “การอนุรักษ์” และ “การอยู่รอดของคน” อย่างแท้จริง




