จากคดีดังแอร์โฮสเตสสาวรับหิ้วกระเป๋าผ้าลายช้างซุกเฮโรอีน ถูกจับที่ออสเตรเลีย มาถึงกรณีฝากหิ้วมะขามเปียกหลายกระปุกแอบซุกไอซ์ หวังส่งปลายทางญี่ปุ่น ดีที่กรณีหลังเอะใจก่อน…

“ทีมข่าวอาชญากรรม” สอบถามเบื้องหลัง สถานการณ์แก๊งค้ายาเสพติดข้ามชาติกับพฤติกรรมฝากหิ้ว กับพล.ต.ต.ธีรเดช  ธรรมสุธีร์ รอง ผบช.น. และรองผอ.ศูนย์อำนวยการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด บช.น.  ที่ชี้ว่าปัจจุบันมีการตรวจสอบสิ่งของที่นำออกนอกประเทศรัดกุมมากขึ้น ผ่านการประสานงานระหว่างองค์กรในการให้เบาะแสยาเสพติด ซึ่งมีแนวโน้มไปในทางบวก

ส่วนรูปแบบการซุกซ่อนเพื่อหลบเลี่ยงสายตา จากข้อมูลการซุกซ่อนยาเสพติดที่พบเหตุบ่อยครั้งคือ มักมาในลักษณะสินค้าประเภทของฝากที่มีชื่อเสียงในประเทศไทย เช่น กระเป๋าช้าง ขนม หรือกาแฟ โดยจะมีการซุกซ่อนภายในกล่อง  หรือซุกซ่อนไว้ในตัวสินค้า เพื่อให้ยากแก่การตรวจสอบ ซึ่งการซุกซ่อนจะมีการพัฒนาวิธีการขนส่งอยู่ตลอด เพื่อให้รอดพ้นจากการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่

ส่วนจุดสังเกตขบวนการที่คนรับหิ้วของไปต่างประเทศต้องระวังคือ ต้องทำการตรวจสอบสินค้าที่มีการหิ้วมากขึ้น  ตรวจสอบร่องรอยการงัดแงะ รวมถึงตรวจสอบสินค้าของจริงเทียบกับของที่รับหิ้ว ว่ามีการดัดแปลงหรือไม่ รวมถึงสังเกต“น้ำหนัก”สินค้าว่ามีปริมาณมากกว่าปกติหรือไม่

สำหรับแผนประทุษกรรมของขบวนการดังกล่าว มักทำงาน“แยก”ออกจากกันชัดเจน โดยแต่ละคนจะไม่ทราบว่าใครเป็นใคร เพื่อสามารถตัดตอนหรือหลบเลี่ยงการถูกจับกุมให้ได้มากที่สุด

ข้อสงสัยรับหิ้วออกนอกประเทศ กับฝากหิ้วในประเทศมีมากน้อยแค่ไหน พล.ต.ต.ธีรเดช ระบุ การหิ้วยาเสพติด เข้ามาในประเทศด้วยแผนประทุษกรรมเดียวกันนี้ยังพบได้น้อย ส่วนใหญ่จะเป็นการลักลอบเข้ามาตามช่องทางธรรมชาติจากประเทศเพื่อนบ้าน

อย่างไรก็ตาม ปัญหาที่น่ากังวลคือยาเสพติดมีราคาที่ถูกลง และมีรูปแบบให้เสพติดหลากหลายมากขึ้น ทำให้ง่ายกับการเข้าถึงกลุ่มคนอายุน้อย และสามารถพัฒนาเป็นปัญหาสังคมได้ในอนาคต

จากสถิติของกรมศุลกากร ที่ร่วมกับสำนักงานป้องกันและปราบปรามยาเสพติด(ป.ป.ส.) และ AITF  พบข้อมูลการตรวจยึดและจับกุมยาเสพติดซุกซ่อนปลายทางประเทศออสเตรเลีย เฉพาะช่วงปี 2568-2569 ที่น่าสนใจ  อาทิ ประเภทยาเสพติดที่พบ ได้แก่ “ไอซ์” (เมทแอมเฟตามีน) ซึ่งพบปริมาณมากสุด ทั้งแบบส่งทางพัสดุ และผู้โดยสารพกพา รองมาเป็น“เฮโรอีน” มักอำพรางส่งผ่านพัสดุไปรษณีย์ด่วนพิเศษระหว่างประเทศ และสารสกัดจาก“กัญชา” (ยางกัญชา) พบซุกซ่อนผ่านช่องทางพัสดุ

รูปแบบการซุกซ่อนที่พบบ่อย คือ พัสดุไปรษณีย์ระหว่างประเทศ มักซุกซ่อนในผนังกล่องพัสดุ หลอดยาสีฟัน ครีมทาผิว ถุงชาปรุงสำเร็จ ขวดแชมพู กระเป๋าผ้าถัก และแก้วน้ำสแตนเลสเก็บความเย็น และรูปแบบสัมภาระผู้โดยสาร ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ มักซุกซ่อนในช่องลับกระเป๋าเดินทาง ภายในก้อนสบู่ และซองถุงชาสุญญากาศ

แยกเฉพาะรายการคดีสำคัญ ในห้วงปี 2568-2569   เริ่มจากช่วงเดือนมิ.ย.2568 ตรวจยึดไอซ์ 33.73 กิโลกรัม ปลายทางออสเตรเลีย มูลค่าปลายทางกว่า 100 ล้านบาท

-ก.ค.2568 ตรวจยึดไอซ์ 120 กิโลกรัม ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ซุกซ่อนใต้เสื้อกั๊กเซฟตี้และชุดคลุมฝน ปลายทางออสเตรเลีย

-ส.ค.2568 จับกุมชายสัญชาติออสเตรเลีย ยึดไอซ์ 4.26 กิโลกรัม ซุกซ่อนในก้อนสบู่ 12 ก้อน และช่องลับกระเป๋าสัมภาระ เตรียมขึ้นเครื่องไปเมืองเพิร์ท  ออสเตรเลีย

-พ.ย.2568 ตรวจยึดยางกัญชา 600 กรัม ซุกซ่อนในขวดแชมพู สำแดงเป็นสินค้าเครื่องสำอาง ส่งออสเตรเลีย / ตรวจยึดไอซ์ 2.8 กิโลกรัม ซุกซ่อนในกระเป๋าผ้าถัก 19 ใบ ผ่านพัสดุไปรษณีย์ไปออสเตรเลีย / ตรวจยึดเฮโรอีน 1.52 กิโลกรัม ซุกซ่อนในผนังกล่องพัสดุไปรษณีย์ และตรวจยึดไอซ์ 11 กรัม ซุกซ่อนในแก้วสแตนเลสเก็บอุณหภูมิ

-พ.ค.2569 จับกุมชายชาวออสเตรเลีย ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ตรวจยึดไอซ์ 22 กิโลกรัม ซุกซ่อนในถุงชาห่อหุ้มด้วยถุงสุญญากาศ

-มิ.ย.2569 ตรวจยึดเฮโรอีน 2.12 กิโลกรัม ซุกซ่อนในหลอดยาสีฟัน หลอดครีมทาผิว และถุงชาปรุงสำเร็จ ส่งทางพัสดุไปรษณีย์ด่วนพิเศษไปออสเตรเลีย

สถิติตามปีงบประมาณ 2569 (ต.ค.2568-มิ.ย.2569) ช่วง 9 เดือนแรก กรมศุลกากรสามารถสกัดกั้นและจับกุมคดียาเสพติดได้ 214 คดี  ปริมาณของกลางรวม 917 กิโลกรัม มูลค่าของกลางรวม กว่า 691 ล้านบาท.

ทีมข่าวอาชญากรรม  รายงาน