‘Bio-PCM’ เทคโนโลยีสารเปลี่ยนสถานะจากวัตถุดิบชีวภาพ กำลังถูกจับตาในฐานะทางเลือกใหม่ของภาคอุตสาหกรรมไทยในการควบคุมอุณหภูมิและเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานในช่วงที่ต้นทุนพลังงานสูงขึ้นและข้อจำกัดด้านสิ่งแวดล้อม
ล่าสุด บริษัท กรีน เทคโนโลยี รีเสิร์ช (GTR) ในกลุ่มบริษัท พลังงานบริสุทธิ์ จำกัด (มหาชน) หรือ EA ร่วมกับ หน่วยบริหารจัดการทุนด้านการเพิ่มความสามารถการแข่งขัน (บพข.) เปิดตัวโครงการ ‘Up the Phase. Upgrade the World’ เพื่อผลักดัน Bio-PCM จากงานวิจัยสู่การใช้งานจริงในภาคอุตสาหกรรม

Bio-PCM มีคุณสมบัติในการดูดซับและปลดปล่อยพลังงานความร้อนระหว่างการเปลี่ยนสถานะ ช่วยรักษาอุณหภูมิให้คงที่ โดยถูกนำไปใช้ในวัสดุก่อสร้างเพื่อลดความร้อนสะสมในอาคาร และในระบบขนส่งควบคุมอุณหภูมิสำหรับอาหาร ยา และวัคซีน ซึ่งเป็นจุดที่ต้องการความเสถียรของอุณหภูมิอย่างต่อเนื่อง

‘ฉัตรพล ศรีประทุม’ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร EA กล่าวว่า เทคโนโลยี Bio-PCM ของ EA ที่คิดค้นโดยทีมนักวิจัยในองค์กร แสดงถึงศักยภาพนวัตกรรมของไทย เหมาะกับภาคอุตสาหกรรมต่างๆ และสนับสนุนเศรษฐกิจ Bio-Circular-Green Economy (BCG) ตามเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืน

ด้าน ‘รศ.ดร. กานดา บุญโสธรสถิตย์’ ผู้อำนวยการ บพข. กล่าวว่า ภารกิจของ บพข. คือการเป็นกลไกสำคัญในการเชื่อมโยงงานวิจัยและนวัตกรรมจากหิ้งสู่ห้าง เพื่อยกระดับขีดความสามารถทางการแข่งขันของไทยในเวทีโลก ความร่วมมือกับกลุ่ม EA ในโครงการนี้ ไม่ได้เป็นเพียงการพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ขึ้นมาเท่านั้น แต่คือการสร้างนวัตกรรมที่ตอบโจทย์ความต้องการของตลาดและสร้างรายได้อย่างเป็นรูปธรรม
นวัตกรรมดังกล่าวช่วยเพิ่มมูลค่าให้ปาล์มน้ำมัน ด้วยการพัฒนาเป็น Bio-PCM และต่อยอดสู่เศรษฐกิจฐานนวัตกรรม พร้อมสนับสนุนระบบนิเวศนวัตกรรมตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ และผลักดันงานวิจัยให้สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจ ควบคู่กับการยกระดับคุณภาพชีวิตและความยั่งยืนของอุตสาหกรรมไทยในระยะยาว

โครงการ Up the Phase. Upgrade the World เปิดรับนักวิจัยและผู้พัฒนานวัตกรรมต่อยอด Bio-PCM แบ่งเป็น 3 กลุ่ม ได้แก่ งานวิจัยและเทคโนโลยีขั้นสูง (Bio-PCM Frontier Tech) ผลงานต้นแบบ (The Future Maker) และแนวคิดนวัตกรรม (Next-Gen Visionary) เพื่อเร่งให้เกิดทั้งองค์ความรู้และการต่อยอดเชิงพาณิชย์ควบคู่กัน
ทั้งนี้ โครงการดังกล่าวเปิดรับสมัครผลงานถึงวันที่ 24 พฤษภาคม 2569 ก่อนจะคัดเลือกเข้าสู่รอบนำเสนอ (Pitching) ต่อคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ และประกาศผลภายในงาน อว.แฟร์ 2569 โดยมีเงินรางวัลรวมมากกว่า 2 แสนบาท
พร้อมโอกาสต่อยอดผลงานร่วมกับนักวิจัยและภาคอุตสาหกรรม ซึ่งถูกวางให้เป็นกลไกสำคัญในการเร่งเปลี่ยนนวัตกรรมด้านพลังงานจากงานวิจัยไปสู่การใช้งานจริงในภาคอุตสาหกรรมไทย



