กลายเป็นประเด็นที่ทำเอาโซเชียลร้อนระอุ สำหรับตอนจบที่คาดไม่ถึงของคู่รักมาราธอน 7 ปี ระหว่างนางแบบสาวผิวออร่า “เกรซ-ชลิตา” กับ “ไฮโซอาร์ต-อิทธิโชติ สะสมทรัพย์” ที่จากวิวาห์ในฝันระดับหมื่นล้าน กลับกลายเป็นความรักที่จบลงด้วยการแฉยับสั่นสะเทือนวงการไฮโซ

ย้อนรอยไทม์ไลน์

  • ปี 2562 : จุดเริ่มต้นความรักแบบไม่หวือหวาแต่สม่ำเสมอ ทั้งคู่เปิดตัวคบหากันและมีโมเมนต์หวานในวันสำคัญให้แฟนคลับได้อิจฉาตลอด 7 ปี
  • 6 ม.ค. 2569 : รักสุกงอม ไฮโซอาร์ตทำเซอร์ไพร้ส์คุกเข่าขอแต่งงานท่ามกลางหิมะ กลายเป็นข่าวใหญ่เตรียมปั้นเจ้าสาวหมื่นล้าน เข้าทำเนียบนักการเมืองตระกูลดัง
  • มี.ค. 2569 : กลิ่นดราม่าเริ่มโชย เมื่อเกรซลบรูปคู่เกลี้ยงไอจี ขณะที่ “เกิล” พี่สาวคนเก่งโพสต์คลิปน้องสาวร้องไห้โฮ พร้อมฟาดข้อความเจ็บจี๊ด “ดูแลไม่ได้ ก็ไม่ต้องมาทำร้าย” พร้อมเปิดประเด็น “ตำแหน่งชู้สุดฮิต” จนโซเชียลขุดจนว่าใครคือสาวมือที่สาม
  • 18 มี.ค. 2569 : ไฮโซอาร์ตยอมรับผิดแบบสายฟ้าแลบ ยืนยันเลิกเกรซจริง ปัดป้องสาวเอยไม่ใช่ชู้ พร้อมเผยเบื้องหลังว่า “ขอแต่งงานเพราะหวังจะแก้ปัญหาเรื่องความไว้ใจ”

  • เมื่อวันที่ 23 มี.ค. 2569 “ไฮโซอาร์ต-อิทธิโชติ” ทนกระแสสังคมไม่ไหว ออกมาเคลื่อนไหวผ่านอินสตาแกรมส่วนตัวอีกครั้งพร้อมยอมรับผิดแบบเต็มอกถึงชนวนเหตุรักร้าว 7 ปี กับนางแบบสาว “เกรซ ชลิตา” ที่จบลง เปิดใจยอมรับว่า แม้ภาพลักษณ์ความรักที่ผ่านหน้าสื่อจะดูดีแค่ไหน แต่ความจริงแล้วตนกับอดีตแฟนมีปัญหาเรื้อรังเรื่อง “ความไว้วางใจ” มานานแล้ว ซึ่งตนเป็นฝ่ายผิดเอง และในตอนนั้นที่ตัดสินใจคุกเข่าขอแต่งงาน เจ้าตัวยอมรับว่า “ตัดสินใจคิดน้อยไปจริงๆ” เพราะหวังลึกๆ ว่าการแต่งงานจะช่วยให้ปัญหาความเชื่อใจดีขึ้น แต่สุดท้ายก็ย้อนกลับไปแก้ไขอะไรไม่ได้อีกแล้ว และไม่อยากให้ลูกสาวบ้านไหนต้องมาเสียใจเพราะการกระทำของตนอีก
  • ส่วนประเด็นร้อนที่ถูกตราหน้าว่ามีมือที่สามอย่างสาว “เอย” เข้ามาแทรกกลาง ไฮโซอาร์ตยืนยันว่าฝ่ายหญิงไม่เคยเข้าหาตนก่อน และไม่อยู่ในสถานะชู้ตามที่ถูกกล่าวหา โดยลำดับเหตุการณ์ว่า
  • จุดเริ่มต้น : รู้จักกันผ่านเพื่อนที่มีคอนเนกชั่นทั้งสามฝ่าย เพื่อนรู้ว่าตนปลื้มเอยมานานจึงวิดีโอคอลมาแซวบ่อยๆ จนได้เจอตัวจริง
  • เป็นฝ่ายทักเอง : หลังจากเจอเอย ตนเป็นคนทักไปหาเองในเวลาที่ “ไม่เหมาะสมและกำกวม” ฝ่ายหญิงบอกชัด ตั้งแต่วันแรกที่คุยกัน เอยบอกชัดเจนว่า “ไม่โอเค” ตนจึงรู้ว่าต้องไปเคลียร์ตัวเองให้ถูกต้อง ซึ่งขณะนั้นความสัมพันธ์กับคนเก่าก็ถึงจุดที่ไปต่อยากมาก จึงตัดสินใจจบความสัมพันธ์เดิมเพื่อมูฟออน
  • ทิ้งท้ายว่ายอมรับผิดในจุดที่ทำผิด ใครจะด่าจะว่า ตนพร้อมน้อมรับ แต่ขอให้หยุดโยนความเกลียดชังหรือปั่นข่าวเกินจริงไปที่คนรอบข้าง โดยเฉพาะเอยที่ถูกโจมตีแรงเกินกว่าเหตุ ย้ำชัดเรื่องนี้คือเรื่องของคนสองคนที่เลิกกัน และต้องการเริ่มใหม่เพียงเท่านั้น “ผมกลับไปแก้อดีตอะไรไม่ได้ครับ รวมถึงทุกๆ คน”

ด้านสาว “เอย” ร้องขอความเห็นใจ : เจ้าตัวออกมาโพสต์ยาวเหยียด ยันไม่ได้นิ่งนอนใจ พยายามเคลียร์แล้วแต่เรื่องหลงประเด็น วอนอย่าด่าว่าชู้หรือขายตัวเพราะมีพ่อแม่ที่รัก ลั่น “เหรียญมีสองด้าน” ตนคุยกับฝ่ายชายเพราะเข้าใจว่าเขาเลิกกับแฟนแล้ว พร้อมขอให้เรื่องนี้จบลงด้วยดี

แต่ “พี่เกิล” ฟาดกลับ แฉเบื้องลึกที่อาร์ตไม่ได้พูด โดยเฉพาะประเด็น “แผลจากการนอกใจ” ที่ฝังรากลึก โดยระบุว่า “พี่ถามอาร์ตไม่ต่ำกว่า 3 รอบก่อนขอแต่งงานว่าแน่ใจแล้วใช่ไหม ความสัมพันธ์ที่พังเพราะการโกหกและนอกใจมันประกอบคืนยาก แต่อาร์ตยืนยันว่าแน่ใจ สุดท้ายก็ทำแบบเดิม โกหกพี่จนเรื่องแดงว่ามีคนอื่น”

นอกจากนี้ยังฟาดเจ็บถึงคำสัญญาที่อาร์ตเคยให้ไว้กับ “แม่เกรซ” ก่อนเสียชีวิตว่าจะดูแลลูกสาวเขาให้ดี แต่กลับมาทำลายจนน้องสาวแตกสลาย พร้อมตอกหน้าสาวเอยว่า: “ผู้หญิงดีๆ เขาจะไม่ยุ่งกับคนมีเจ้าของค่ะ ไม่ใช่บอกให้เขาเลิกกันมาก่อน… อย่าดึงพ่อแม่มาเกี่ยว ถ้าพ่อแม่สอนไม่ได้ สังคมจะสอนหนูเอง อย่าสวมบทเหยื่อในเมื่อตัวเองเป็นคนกระทำ”

พี่เกิลทิ้งท้ายแบบสะใจรถทัวร์ว่า เกรซไม่ได้หน้าเงิน เพราะคนรวยกว่านี้มาจีบเยอะแยะแต่เขาไม่เอา สิ่งที่มีค่าที่สุดคือ “เวลา” ที่น้องสาวเสียไปให้คนไม่รู้จักพอ พร้อมขู่มีหลักฐานหลังบ้านแน่นปึ้กจากทั้งดาราและอินฟลูฯ ที่เคยตกเป็นเหยื่อสาวรายนี้ งานนี้ใครจะอยู่ใครจะไป สังคมเตรียมปูเสื่อรอดูภาคต่อได้เลย

ขอบคุณภาพจาก : art_sasomsub, girlsurissada