วานนี้ (22 มิ.ย.) สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเหตุการณ์ทำร้ายร่างกายในออสเตรเลียที่กำลังเป็นกระแสไวรัลในโลกออนไลน์ โดยมีคลิปวิดีโอเป็นหลักฐาน
คลิปดังกล่าวเผยภาพของกลุ่มวัยรุ่นรุมทำร้ายร่างกายผู้โดยสารชายคนหนึ่งอย่างรุนแรงบนรถไฟสาย T1 Western Line ในนครซิดนีย์ ประเทศออสเตรเลีย ช่วงดึกของวันเสาร์ที่ 20 มิถุนายนที่ผ่านมา หลังจากที่ชายคนดังกล่าวเข้าไปตักเตือนเรื่องการเปิดเพลงเสียงดังจนเกิดเหตุการณ์วุ่นวายบนชั้นสองของโบกี้รถไฟ
กลุ่มวัยรุ่นที่ไม่พอใจที่โดนเตือน กรูเข้าชกต่อยชายคนดังกล่าวอย่างบ้าคลั่ง ชายเคราะห์ร้ายถูกฉุดกระชากลากลงมาตามขั้นบันไดลงไปยังชั้นล่างของรถไฟสองชั้น กลุ่มวัยรุ่นตามไประดมทุบตีเข้าที่บริเวณท้ายทอยของเขาอย่างต่อเนื่อง ท่ามกลางสายตาของผู้โดยสารร่วมทางที่เฝ้ามองด้วยความตื่นตระหนก
ผู้เห็นเหตุการณ์เล่าว่า กลุ่มวัยรุ่นดังกล่าวขึ้นรถไฟมาจากสถานีเซ็นทรัล พร้อมระบุว่า พวกเขาดื่มเหล้าวอดก้าและเปิดเพลงเสียงดังรบกวนผู้อื่นในตู้โดยสาร เมื่อผู้โดยสารชายคนนี้เดินเข้าไปขอร้องให้ลดเสียงลงอย่างสุภาพ กลุ่มวัยรุ่นกลับตอบโต้ด้วยการผลักและรุมทำร้ายร่างกายทันที
A group of teens were seen blasting music on a Sydney train, when a man reportedly asked them politely to turn it down.
— BNM Australia (@BibleNewsMedia) June 22, 2026
He was then pushed and attacked by the thugs, leaving him injured and an ambulance called. The thugs fled the scene at Strathfield.#Sydney #Fight #Train pic.twitter.com/PZvX7fpb4i
เหตุการณ์นี้ส่งผลให้ขบวนรถไฟเกิดความล่าช้าที่สถานีสตราธฟิลด์เป็นเวลากว่า 15 นาที แม้เจ้าหน้าที่ตำรวจจะได้รับแจ้งให้มารอจับกุมตัวที่ชานชาลา แต่กลุ่มวัยรุ่นส่วนใหญ่กลับอาศัยจังหวะชุลมุนวิ่งหนีไปได้ก่อนที่เจ้าหน้าที่จะมาถึง โดยมีรายงานว่าพวกเขามุ่งหน้าต่อไปยังทางฝั่งตะวันตกของเมือง
หลังเกิดเหตุ คนขับรถไฟได้ประกาศผ่านระบบประชาสัมพันธ์เพื่อสอบถามอาการของเหยื่อและแจ้งการประสานงานกับรถพยาบาล แต่ชายผู้บาดเจ็บปฏิเสธที่จะลงจากรถและเลือกที่จะเดินทางต่อไป
อย่างไรก็ตาม ทางตำรวจรัฐนิวเซาท์เวลส์ได้รับทราบเรื่องและนำหลักฐานคลิปวิดีโอดังกล่าวไปใช้ในการสืบสวน พร้อมประกาศขอความร่วมมือจากประชาชนในการแจ้งเบาะแสเพื่อตามจับกุมกลุ่มวัยรุ่นมาดำเนินคดี
ด้านโฆษกหน่วยงานขนส่งมวลชนแห่งรัฐนิวเซาท์เวลส์ (TfNSW) ออกมาย้ำชัดว่า ทางหน่วยงานมีนโยบายไม่ยอมรับความรุนแรงทุกรูปแบบบนระบบขนส่งสาธารณะ และพร้อมจะให้ความร่วมมือกับตำรวจอย่างเต็มที่
เหตุการณ์นี้ได้จุดชนวนวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักในโลกออนไลน์ โดยชาวเน็ตบางส่วนตำหนิพฤติกรรมของวัยรุ่นและตั้งคำถามไปถึงการเลี้ยงดูของพ่อแม่ ขณะที่อีกส่วนหนึ่งแสดงความสิ้นหวังกับท่าทีของผู้โดยสารคนอื่นๆ ที่เอาแต่นั่งดูโดยไม่มีใครยื่นมือเข้าช่วยเหยื่อ ซึ่งในประเด็นนี้ เอมิลี แฮนลอน นักจิตวิทยาคลินิก ได้อธิบายว่า พฤติกรรมดังกล่าวสะท้อนถึง “ปรากฏการณ์ผู้มุงดู” (Bystander Effect) ซึ่งเป็นภาวะทางจิตวิทยาที่ผู้คนมักจะไม่กล้าเข้าไปแทรกแซงหรือช่วยเหลือในสถานการณ์ฉุกเฉิน หากมีคนอื่นอยู่ด้วยเป็นจำนวนมาก เพราะต่างฝ่ายต่างคิดว่าจะมีคนอื่นเข้าไปช่วยแทนนั่นเอง
ที่มา : nypost.com
เครดิตภาพ : X / BibleNewsMedia



