เมื่อวันที่ 24 มี.ค. ที่กระทรวงสาธารณสุข นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รมว.สาธารณสุข ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีน้ำมันสำหรับรถพยาบาลฉุกเฉิน และรถกู้ชีพว่า ตรงนี้ได้เน้นย้ำให้หน่วยบริการทุกหน่วย ว่าในส่วนของรถแอมบูแลนซ์ รถกู้ชีพให้มีการบริหารจัดการอย่างใกล้ชิด รวมถึงการสต๊อกน้ำมันสำหรับการแพทย์ หากเกิดเหตุ หรืออุบัติเหตุทางไฟฟ้าพลังงานใดๆ ขึ้น จะต้องมีพลังงานให้ใช้ตามแผนที่กำหนด ส่วนเรื่องการเติมน้ำมันนั้น รพ. แต่ละแห่งจะบริหารตามบริบทของพื้นที่ เช่น การซื้อน้ำมันเก็บไว้ที่ รพ. ที่ไหนพร้อมก็ดำเนินการได้ แต่หาก รพ. ใดไม่มีสถานที่เก็บ ก็ให้ประสานปั๊มน้ำมันใกล้เคียง หรือที่ไปใช้ประจำ ซึ่งย้ำว่าไม่ควรประสานไว้แค่ปั๊มเดียว แต่ให้ประสานทุกปั๊มในพื้นที่
เมื่อถามว่า นโยบายระหว่างกระทรวงสาธารณสุข กับหน่วยงานด้านพลังงาน ได้มีการคุยกันถึงการสนับสนุนน้ำมันตรงนี้สำหรับการแพทย์หรือไม่ นายพัฒนา กล่าวว่า ทราบว่ากระทรวงพลังงานได้ประสานและแจ้งผู้ให้บริการ ต้องดูรถกู้ชีพ รถพยาบาลให้เป็นอันดับแรก และขึ้นอยู่กับพื้นที่
เมื่อถามถึงกรณี 3 จังหวัด มีปัญหารถกู้ชีพขาดน้ำมันวิ่งออกไปรับผู้ป่วยฉุกเฉิน มีการแก้ปัญหาเรียบร้อยหรือไม่ นายพัฒนา กล่าวว่า ได้สั่งการไปยังสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินว่า แม้ว่าไม่ได้เป็นรถกระทรวงสาธารณสุข แต่อยากให้ไปพูดคุย หรือพิจารณาว่าเราในฐานะหน่วยงานที่ทำงานประสานร่วมกันแล้ว จะมีสิ่งใดที่สามารถช่วยเหลือ และยืดหยุ่นได้บ้าง ซึ่งกระบวนการคาดว่าน่าจะปรับตัวดีขึ้น
ด้าน เลขาฯ สพฉ. สถานการณ์รถกู้ชีพ กู้ภัยของมูลนิธิ ที่เคยประสบปัญหาขาดแคลนน้ำมันนั้น ตอนนี้ถือว่าดีขึ้น เพราะปั๊มในพื้นที่หลังทราบข้อมูลปัญหา ก็ได้มีการปรับการให้บริการ และบางแห่งก็เปิดบริการน้ำมันสำหรับรถพยาบาล รถกู้ชีพ อย่างไรก็ตาม สิ่งหนึ่งที่เรายังกังวล คือเรื่องราคาน้ำมันที่สูงขึ้นก็จะเป็นปัญหาตามมา ซึ่งอาจจะทำให้รถกู้ชีพไม่ได้วิ่งระยะทางไกลนัก และจะวิ่งเฉพาะการรับผู้ป่วยฉุกเฉินวิกฤติจริงๆ เท่านั้น ดังนั้น หากผู้บริหารมีการพิจารณาเรื่องน้ำมันราคาพิเศษสำหรับรถพยาบาล รถกู้ชีพที่ขึ้นทะเบียนกับ สพฉ. ก็จะช่วยให้ออกบริการประชาชนได้มากขึ้น รถเหล่านี้สามารถตรวจสอบได้อยู่แล้ว.



