เมื่อวันที่ 25 มี.ค. 69 ผู้สื่อข่าวได้รับการเปิดเผยจากชาวสวนผลไม้ใน อ.บ้านโฮ่ง จ.ลำพูน ว่าปุ๋ยยูเรียซึ่งเป็นแม่ปุ๋ยไนโตรเจนที่สำคัญที่สุด เป็นปุ๋ยมีธาตุอาหารสำคัญของพืช และชาวสวน ชาวไร่ ใช้กันอย่างแพร่หลาย ขณะนี้ไม่มีจำหน่ายแล้ว เกษตรกรที่ต้องการปุ๋ยดังกล่าว ต่างโทรฯ ถามทางร้านและตระเวนไปยังร้านค้าปุ๋ยทั้งใน จ.ลำพูน และจังหวัดข้างเคียง แต่ก็ไม่ได้ปุ๋ยชนิดนี้แต่อย่างใด โดยได้รับคำตอบตรงกันจากร้านค้าปุ๋ยว่า ทางร้านไม่มีปุ๋ยยูเรียมาเกือบ 1 สัปดาห์แล้วและไม่รู้จะมีเมื่อไหร่

ภายหลังผู้สื่อข่าวได้รับข้อมูล จึงไปตรวจสอบข้อมูลตามร้านค้าปุ๋ยหลายร้านภายใน อ.บ้านโฮ่ง และ อ.ลี้ จ.ลำพูน พบว่า ทุกร้านไม่มีปุ๋ยยูเรียจำหน่าย นอกจากเคมีการเกษตรอื่น ๆ และปุ๋ยชนิดอื่น ๆ เท่านั้นที่ยังมีจำหน่ายอยู่
นางพิมพ์พรรณ เมืองสุวรรณ เจ้าของร้านค้าปุ๋ย เคมีการเกษตร ชื่อร้าน “รัตนกิจ” ตั้งอยู่ที่หมู่ 12 ต.เหล่ายาว อ.บ้านโฮ่ง เปิดเผยว่า เวลานี้ร้านของตนและร้านอื่นที่ขายปุ๋ย ขายเคมีเกษตร ต่างขาดปุ๋ยยูเรีย ไม่มีขายให้เกษตรกรแล้ว เพราะผู้ค้าปุ๋ยรายใหญ่ไม่มีปุ๋ยยูเรียส่งให้ทุก ๆ ร้าน โดยเป็นเหมือนกันทุกร้านคือไม่มีปุ๋ยชนิดนี้ขายกัน ไม่ใช่เพียงแต่ร้านไม่มีปุ๋ยยูเรีย แต่ราคาปุ๋ยสูตรต่าง ๆ ยังปรับขึ้นอีกด้วย โดยเฉพาะอย่างยิ่งปุ๋ยยูเรียขึ้นราคาสูงที่สุด จากราคากระสอบละกว่า 800 บาท ขึ้นมาเป็นกว่า 1,000 บาท หรือราคาจะสูงไปกว่านี้ ขึ้นอยู่กับว่าแต่ละร้านค้าจะขายกันราคาเท่าไหร่ แต่ถึงจะราคาแพงมากแค่ไหนก็ตาม ก็ไม่มีปุ๋ยยูเรียขายกันอยู่ดี

นางพิมพ์พรรณ เปิดเผยอีกว่า ปุ๋ยยูเรียที่ไม่มีในสต๊อกของร้าน ทำให้มีลูกค้าจากหลาย ๆ พื้นที่ ต่างโทรฯ มาถามเพื่อขอซื้อปุ๋ยยูเรีย มีทั้งโทรฯ มาที่ร้านตนกับร้านอื่น รวมทั้งต่างตระเวนหาปุ๋ยชนิดนี้กันแต่ก็ไม่ได้ เพราะขาดแคลนในช่วงนี้ แตกต่างจากช่วงที่เพิ่งเกิดการสู้รบระหว่างอเมริกาและอิสราเอลกับอิหร่าน ร้านของตนและร้านอื่น ๆ ยังพอจะมียูเรียในสต๊อก ยังพาขายให้เกษตรกรได้ แต่เวลานี้ไม่มีแล้ว ส่วนปุ๋ยชนิดอื่น ๆ กับเคมีการเกษตร ยังไม่ขาดแคลน และราคาเคมีการเกษตรก็ยังไม่ปรับขึ้น ยกเว้นปุ๋ยสูตรต่าง ๆ ได้ปรับราคาขึ้นไปแล้ว
“เมื่อก่อนถ้ายังเป็นปกติก็ไม่เป็นแบบนี้ ปุ๋ยยูเรียมีขายทุกที่ ทุกเขต ทุกจังหวัด ทุกอำเภอ ใครสะดวกที่ไหนก็ซื้อที่นั่น แต่เดี๋ยวนี้ก็อย่างว่า ก็ตามหาของกัน จะใช้แล้วไม่มีของให้ ร้านก็ต้องบอกลูกค้าไปตรง ๆ ว่าของไม่มี ไม่รู้จะให้คำตอบว่ายังไง ว่าจะได้ปุ๋ยเมื่อไหร่” นางพิมพ์พรรณ กล่าว




