สำนักข่าวซินหัวรายงานจากกรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย เมื่อวันที่ 26 มี.ค. ว่า นายโกห์ ไล อันน์ ประธานสหพันธ์สมาคมเกษตรกรผู้ปลูกผลไม้ของมาเลเซีย กล่าวว่า ปัญหาการขนส่งในตะวันออกกลางส่งผลให้เกษตรกรผู้ปลูกผลไม้ต้องซื้อปุ๋ยเคมีที่มีราคาสูงขึ้น โดยภายในเวลาเพียง 2 สัปดาห์ ราคาวัตถุดิบปุ๋ยพุ่งสูงขึ้นถึงร้อยละ 100-150 และหากความขัดแย้งยืดเยื้อและซัพพลายเออร์ไม่สามารถส่งมอบสินค้าได้ เกษตรกรผู้ปลูกผลไม้ในมาเลเซียอาจเผชิญกับสถานการณ์ที่พวกเขามีเงิน แต่ไม่มีเงินซื้อปุ๋ย
ต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้นจะส่งผลกระทบต่อการผลิต ซึ่งอาจทำให้ปริมาณอุปทานลดลงอย่างมากและผลักดันให้ราคาสินค้าสำหรับผู้บริโภคสูงขึ้น โดยผลกระทบแบบเป็นลูกโซ่จากความขัดแย้งอาจทำให้ราคาผลไม้ในมาเลเซียสูงขึ้นร้อยละ 20 หรือมากกว่า
โกห์กล่าวอีกว่าผลไม้ที่เน้นการส่งออกและพึ่งพาการจำหน่ายในต่างประเทศ เช่น ทุเรียนและขนุน จะเผชิญกับความเสี่ยงมากขึ้น เนื่องจากต้องรับมือกับค่าขนส่งและค่าประกันภัยที่พุ่งสูงขึ้น นอกเหนือจากค่าปุ๋ย โดยตะวันออกกลางเป็นศูนย์กลางการผลิตและเส้นทางขนส่งที่สำคัญสำหรับวัตถุดิบปุ๋ย
นอกจากนั้น สถานการณ์ความไม่แน่นอนที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ยังได้กระทบต่อการขนส่งทางเรือผ่านคลองสุเอซและทะเลแดง ทำให้ซัพพลายเออร์ปุ๋ยบางรายของมาเลเซียระงับคำสั่งซื้อใหม่ตั้งแต่ช่วงกลางเดือน มี.ค. ที่ผ่านมา.
ข้อมูล : XINHUA
เครดิตภาพ : GETTY IMAGES



