ถูกสนใจอยู่อย่างมากมายสำหรับดราม่าของ น้ำหวาน และ นาวิน ต้าร์ ดาราดังที่มีชื่อ โค้ชส้ม มาเกี่ยวข้องหลังสาวน้ำหวานไม่โอเคที่อ้างว่าโค้ชส้มอ่อยและยั่วยวนสามีจนเกือบจะหย่ากัน แต่เพราะพ่อแม่สองฝ่ายประสานรอยร้าวทำให้ยังมีครอบครัวอยู่ ล่าสุดหลังผ่านไปพักใหญ่ทั้งสองคนได้ควงแขนกันจัดงานครบรอบ 10 ปี หวานชื่น พอมีโอกาสเลยต้องสอบถามเรื่องนี้สักหน่อย

นาวิน ต้าร์ เผยว่า “วันที่ 26 มีนาคม 2016 เกิดขึ้นเมื่อ 10 ปีที่แล้ว วันนี้ครบรอบ 10 ปีแต่งงานของเราทั้งสองคน เราเลยจัดงานเพื่อเลี้ยงฉลองงานของเราทั้งสองคน ซึ่งๆทุกๆช่วงเวลาที่เราผ่านอะไรกันมา จริงๆตั้งแต่เริ่มเจอคุณน้ำหวาน เริ่มคบกัน แต่งงาน มีลูกกันกี่คน จะมีคนคอยมาให้กำลังใจและมีส่งกำลังใจบวกมาให้ตลอดเวลาก็คือแฟนคลับ มันเลยเป็นงานเลี้ยงเพื่อฉลองการแต่งงานของเรารวมกับแฟนคลับที่ให้กำลังใจกันมาตลอด วันนี้เลยจะมีแต่ความสุข เพราะที่ผ่านมาก่อนหน้านี้ที่มีข่าวเกี่ยวกับเราสองคน ก็อย่างที่ทราบกัน ข่าวออกไปหลายแบบ คนก็พูดกันไป ทางใดทางหนึ่ง มีแฟนคลับมาใหม่เยอะที่เราไม่รู้จักเลย และมีความจงใจที่สร้างความเกลียดชังหรือรบกวนใจกับทางผมและคุณน้ำหวานด้วย วันนี้รวบรวมแฟนคลับทุกคนที่รู้จักกัน ก็มีแต่น้องๆที่น่ารัก มาเจออีกครั้ง แค่มาสนุกด้วยกันเท่านั้นเอง”
“ที่ตอนนี้ดีกัน 100% แล้วคือดีใจมากเลย ไม่คิดว่ามันจะมีวันนี้ครับ(ยิ้ม) ก็พยายามที่สุดง้อเขา อยากจะบอกว่า มันมีเรื่องราวต่างๆที่มองเข้ามา คนคิดว่าเราเป็นแบบนั้นและแบบนี้ มีแค่เราสองคนที่เข้าใจกันจริงๆ มีกำลังใจมาจากทุกๆทาง บวกกับความกดดันด้วยพ่อแม่ผมเองแหละ คือเราสองคนรู้กันดี มันไม่คิดว่าเป็นเรื่องสาธารณะแบบนี้และแนวนี้ เราก็ทำดีที่สุดในทุกๆเรื่อง กับเหตุการณ์ที่ผ่านมา เราก็พยายามที่จะมีสติ แล้วรู้ว่าหลายอย่างมีขั้นตอนของมัน ถ้าง้อภรรยาต้องใช้เวลา คำมั่นสัญญาที่ให้เขามีครับแล้วเป็นคำใหญ่มาก ทุกวันนี้ต้องพยายามให้กำลังใจตัวเอง เพราะเรารู้สึกว่า บางครั้งอาจจะทำไม่ได้ตามที่เราคิดไว้ อาจจะเสียใจว่าบางครั้งเราทำไม่ได้ สัญญาที่ผมให้ไว้ ผมอยากจะดูแลเขาในทุกๆความรู้สึก ตอนนั้นพูดไปอย่างที่ใจคิด แต่คนเรามันเราเป็นใคร เราทำได้เท่าที่เราพูด เราต้องรักษาคำพูดเราไว้ แน่นอนผู้หญิงคนนี้มีทุกความรู้สึก ผู้ชายคนหนึ่งอาจจะดูแลได้ไม่ครบ แต่ขอให้รู้ไว้แล้วกัน ว่าเราพยายามที่สุด”

นาวิน ต้าร์ เล่าต่อว่า “เรื่องคดีความเราดำเนินต่อตามที่เราตั้งใจไว้ เรามีทีมกฎหมายช่วยดูแลด้านนี้ มันมีหลายด้านกับเรื่องราวที่เกิดขึ้น โซเชียลมีหลายจุด มีรูปไปแอบอ้างธุรกิจสีเทา เว็ปพนัน ไปหลายๆเรื่องพวกนั้นต้องดำเนินการตามความผิดที่เขาทำ เราทำงานร่วมมือกันกับทางตำรวจ และมีอีกหลายอย่างเรื่องของความคิดเห็น มีหลายๆอย่างการพูดในเชิงข่มขู่ ดูหมิ่น เราเก็บข้อมูลไว้หมด เราพิจารณากันเป็นคดีๆแยกกันไปทีละเรื่องๆ เวลามีปัญหาอะไร เราสะดุดก้อนหิน เราต้องมองก้อนหินเป็นเรื่องใหญ่ เพราะมันเจ็บ ความสำคัญเราให้หมดอยู่แล้ว แต่ในเรื่องความรู้สึกของเราสองคน เราจบเรื่องนี้ไปนานมากแล้ว คุณน้ำหวานมูฟออนไปนานแล้ว เขาไม่สนใจในเรื่องนั้น มากกว่าการไว้ใจทนายและกระบวนการทางกฎหมายที่เราจะดำเนินทุกอย่างไปในทางที่ถูกต้องและ เหมาะสมกับเรา เราใช้สิทธิ์ของเราอย่างเต็มที่ เรามีกฎหมายไว้ควบคุมคนในสังคม ทุกคนต้องเคารพซึ่งกันและกัน ถ้าทุกคนก้าวข้ามสิ่งเหล่านี้ไป มันต้องมีผลกระทบตามมา”
“จริงๆคนที่เมนต์แรงๆ เขาไม่ใช่แฟนคลับ อ้างเป็นแฟนคลับแล้วทำให้แฟนคลับเสียหาย ซึ่งแฟนคลับดีทั้งนั้นเลย เรามาวันนี้ขอโทษแฟนคลับที่ถูกดึงไปใช้ชื่อแล้วมันดูไม่ดี เรารักกัน 100% ครับ ดีกันแล้ว ต้องไปฉลองเพิ่มเติมส่วนตัวด้วย (หัวเราะ)ส่วนลูกๆ เขาสับสนเนอะว่าเข้าข้างใคร มีรีแอคหลายแบบที่เกิดขึ้น เราก็พยายามทุกครอบครัว ก็พยายามหลีกเลี่ยงไม่ทะเลาะกันให้ลูกเห็น เป็นลับหลังลูกดีกว่า ไม่มีอะไรเพอร์เฟ็กซ์แต่เราก็ทำให้ดีที่สุด”

น้ำหวาน เผยว่า “ตอนนี้ความหวานก็ 100% ครับ(หอมแก้ม) ที่ใจอ่อนคือปกติพี่ต้าร์เป็นคนมีความคิดเป็นของตนเอง ทุกอย่างต้องเป๊ะตามแนวแบบนี้ตอนนี้น้ำหวานดื้อเต็มที่ ตอนนี้พี่ต้าร์ยอมทุกอย่าง น้ำหวานเลยเลี้ยวออกตลอด คือพ่อแม่เราสองฝ่ายเครียดกันมากจริงๆ คุณพ่อแม่เราเจอกันบ่อยมากกว่าเราเจอกันอีก วันนี้ที่เขาบอกว่าเขาไม่ยอมปล่อยมือ ยังไงเขาก็ไม่ยอมปล่อย เขาจะรักษาครอบครัวนี้ไว้ ในความหลักแน่นของเรา ก็เห็นนะ แล้วกลับมาคิดใหม่ สำหรับน้ำหวานอารมณ์ชั่ววูบในตอนนั้นแล้ว คือเราให้ภาวะตรงนี้มารบกวนครอบครัวเรา ให้ความสำคัญมากเกินไป มันเป็นสิ่งที่เราไม่เคยเจอมาก่อน คราวนี้มันอาจจะรับมือยาก เราใช้เวลาร่วมกันกับพี่ต้าร์มา 10 ปี 80% ที่ใช้เวลาร่วมกันคือทำงาน พี่ต้าร์ไปประชุมทั่วโลกแทนน้ำหวาน พอไม่เคยเจอเหตุการณ์แบบนี้ มันเป็นบทเรียนที่ดี ต่อไปถ้าเจออาจจะรับมือเก่งกว่านี้ ตอนนี้ครอบครัวเริ่มกลับเข้ามาในภาวะปกติ แต่คดีความ อันนั้นเราใช้ที่ปรึกษากฎหมายดูแลแทน”

“เรื่องคดีเราเซ็นมอบอำนาจให้ที่ปรึกษาทางกฎหมาย ดำเนินการดูแล ปิดทุกจุดทุกกรณี มันไม่ใช่สิ่งที่เราต้องเอาคุณค่าในชีวิต คุณภาพในชีวิตของเรา ไปอยู่ในจุดตรงนั้น น้ำหวานผิดเองตรงที่ให้คุณค่ากับคนที่ไม่สมควรให้คุณค่า คนที่คอมเมนต์บางคนก็น่าจะไม่ใช่แฟนคลับ เพราะทุกคนน่ารัก ไปแจ้งความเจอแอคหลุม 90% เพราะฉะนั้นคนกลุ่มนั้น 50-60% ไม่ได้อยู่เมืองไทน แต่อยู่ต่างประเทศและคอมเมนต์ว่าเราได้ เป็นภาษาไทย แต่บางทีการที่เพื่อนๆพี่ๆในโซเชียลเห็นคนนี้ด่าไปช่วยกัน คนต้นเรื่องอาจจะไม่โดน เพราะอยู่ต่างประเทศ แต่คนร่วมด้วย มันเหมือนจุดพลุพอคนเห็น มันอาจจะอันตรายกับตัวเอง ที่ไม่ห้ามนิ้ว น้ำหวานไม่อยากให้ใครตัดสินเราแค่คลิปบางคลิป อย่างพี่ต้าร์ร้องเพลงให้แฟนคลับ เป็นเพลงหมอลำหรืออีสาน ทุกคนมาด่าเอาใจแฟน แต่ไม่ใช่ร้องให้แฟนคลับหน้างานื ซึ่งบางทีการสนุกปาก เขาเรียกอบอุ่นในโลกออนไลน์ แต่เดียวดายน่าบังลังค์ ถ้าอะไรที่ผ่านไปแล้วผ่านไปเถอะ แล้วเราอยู่ด้วยพลังบวก”




