กลายเป็นประเด็นที่ทำเอาแฟนคลับตกอกตกใจกันยกใหญ่ สำหรับกระแสข่าวลือหนาหูเรื่องปัญหาภายในครอบครัวของพระเอกหนุ่มหล่อ “นิวชัยพล จูเลียน พูพาร์ต” และภรรยาสาว “เมษากิตติมา” ที่ถูกโยงภาพและสร้างเรื่องราวบิดเบือนในโลกโซเชียล จนหนุ่มนิวต้องออกมาอัดคลิปชี้แจงกับภรรยาว่าเรื่องราวที่เป็นข่าวลือไม่ใช่ความจริง หลังจากแฟนๆ คิดกันไปไกลมาก ตามที่ข่าวได้นำเสนอไปแล้วนั้น

“นิว-ชัยพล” ควงแขนภรรยาโต้ข่าวลือแยกทาง ย้ำยังรักกันดี พร้อมเดินหน้าฟ้องคนที่ทำให้เสียหาย!

ล่าสุด “บันเทิงเดลินิวส์” ได้เจอหนุ่มนิวในงาน MONO OPEN HOUSE 2026 จึงได้พูดคุยกันแบบเอ็กซ์คลูซีฟถึงประเด็นดังกล่าว โดยด้านนิวได้เปิดใจกับผู้สื่อข่าวว่า

“ก่อนหน้านี้ที่มีข่าวลือถึงคู่ของผม ผมก็ไม่รู้เหมือนกัน ตอบตรงนี้เลยว่าเราไม่รู้เรื่องอะไรเลย เพราะว่าต้องบอกว่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นส่วนใหญ่เกิดขึ้นในแอป TikTok เป็นการแชร์ข่าวในแอป TikTok ซึ่งผมไม่ค่อยได้เล่น TikTok สักเท่าไหร่ และไม่รู้เรื่องอะไรเลย จนกระทั่งมีเพื่อนพี่ๆ น้องๆ และญาติโทรมาหาผม และภรรยา “เมษา” ว่าเกิดอะไรขึ้น สู้ๆ นะ เราก็ห้ะ สู้เรื่องอะไรวะ คือเกิดอะไรขึ้น ก็เรื่องราวมีปัญหาตามที่ข่าวออกไป เพื่อนๆ ก็เลยส่งลิงก์มาให้เราดูกัน เราก็สงสัยว่ามันขนาดนี้เลยเหรอ เราก็ยังเงียบๆ อยู่ ก็เลยรู้สึกว่ามันอาจจะเป็นข่าวโคมลอยที่ใครสร้างเพื่อเอากระแสเราก็เลยไม่ได้อยากจะยุ่ง เลยปล่อยไป แต่พอถึงจุดหนึ่งปุ๊บดันมีเรื่องของลูกเข้ามาเกี่ยวข้อง เราเลยรู้สึกว่ามันไม่ได้แล้ว คือมันเกินไปแล้วถ้ามายุ่งกับลูกเรา เราก็รวบรวมหลักฐานและดำเนินคดีเรียบร้อยแล้ว และทางตำรวจก็เป็นฝ่ายที่ไล่ลบคลิปต่างๆ ที่เกิดขึ้นมา แล้วสามารถโยงได้ว่ามันเกี่ยวข้องกับเว็บพนันด้วย ก็เลยกลายเป็นเรื่องเป็นราวไป

แต่โดยส่วนตัวไม่ได้อยากให้เป็นเรื่องใหญ่ ไม่ได้ต้องการเรียกร้องอะไร ก็สำหรับใครที่แชร์ ที่เมนต์ แล้วก็บอกตรงๆ เลยว่า ขอเลยแล้วกัน อย่าไปเมนต์อะไรเลย ฟังจากปากเราแล้วกัน ก็เลยอัดคลิปให้ทุกคนได้ฟัง และบอกความจริงคู่กันไป และสำหรับใครที่โพสต์ที่แชร์หรือทำเรื่องราวเป็นใหญ่โตแล้ว เราก็ได้แจ้งความดำเนินคดีเรียบร้อย ถามว่ามีการเจอตัวไหม ก็มีทั้งเจอ เขาก็ตามจาก IP ได้เจอ แล้วก็มี IP ที่อยู่ต่างประเทศเช่นเดียวกัน แต่ตำรวจก็ทำการลบ แต่หลังๆ พอเราปล่อยไปสักพัก มันก็มีเยอะขึ้นเรื่อยๆ แต่ก็ไม่ใช่มีแค่เรานะ ยังมีพี่ๆ นักแสดงคนอื่นด้วย คือเขาต้องการเอนเกจเมนต์แหละสำหรับข่าวพวกนี้ เขาก็เลยสร้างข่าวปลอมขึ้นมา ทำให้คนเข้าไปคลิกไปอ่าน

ก็บอกเลยว่า เราฝากถึงพวกนั้นไม่ได้เพราะยังไงเขาก็ทำตัวแบบนั้นอยู่แล้ว ทำไม่ดีในการทำข่าวเฟกนิวส์ แต่ก็อยากฝากถึงทุกๆ คนที่ติดตามข่าว อยากให้ติดตามเราหรือแม้กระทั่งนักแสดงคนอื่นหรือนักร้องคนอื่นก็แล้วแต่ที่มีข่าวแบบนี้ อยากให้ไตร่ตรองก่อน และดูจาก Facebook ไอจี หรือเพจส่วนตัวของนักแสดงคนนั้นว่าความจริงเป็นอย่างไร เพราะว่าตัวเราเองนี่แหละเราบอกความจริงได้ดีที่สุด อย่าเชื่อเฟกนิวส์จากเว็บอะไรก็ไม่รู้ เพราะมันไม่มีมูลครับ ฟังจากตัวเราดีกว่า คือที่ยอมออกมาพูดเพราะว่าหวั่นผลกระทบเรื่องลูกอย่างเดียวเลยครับ ผมไม่อยากให้ถึงลูก แต่ตอนแรกที่มันมีข่าวขึ้นมาเราก็คิดว่ามันจะนิดๆ หน่อยๆ แล้วเงียบหายไป ผมเลยไม่ทำอะไร แต่มันเริ่มมีการโพสต์การแชร์มากขึ้นและมาแตะลูกผมมากขึ้น ผมรู้สึกไม่โอเคแล้ว ก็เลยทำการดำเนินคดีตามกฎหมายไป

สำหรับครอบครัวตอนนี้ที่ผ่านเรื่องร้ายๆ กันไป ก็แฮปปี้กันครับ แฮปปี้มาก เพิ่งกลับจากทริปที่อังกฤษ ก็ไปดูฟุตบอลมา พาทิวทัศน์ไปดูบอล สนุกครับแต่เหนื่อยมาก เพราะไปกันเอง ไม่ได้มีพี่เลี้ยง พ่อแม่เลี้ยงลูกสองคนสองต่อสอง เหนื่อยมากแต่ก็แฮปปี้มาก อย่างทิวทัศน์ก็จะสามขวบแล้ว หนึ่งเมษาก็สามขวบ ส่วนน่านฟ้าพฤษภานี้ก็หนึ่งขวบ ก็แฮปปี้ครับ ซึ่งความแตกต่างระหว่างการเลี้ยงลูกสาวและลูกชาย คือมันต่างมาก ยิ่งตอนนี้ลูกชายสามขวบ โอ้โห เหมือนเครื่องใช้ไฟฟ้าที่เสียบปลั๊กแล้วใช้งานตลอดเลย ต้องเตะปลั๊กให้หลุด จนเขาหลับ ถึงจะนิ่ง แต่พอหลับปุ๊บก็ Fast ชาร์จมาก แป๊บเดียวก็กลับมามีพลังอีกแล้ว คือพลังเขาเหลือล้นมาก ทำอะไรก็เร็วไปหมด ถามคุย ล่าสุดเมื่อสองเดือนที่แล้ว ขับรถไปเขาใหญ่ ตั้งแต่บ้านยันเขาใหญ่ 3 ชั่วโมง ไม่หยุดพูดเลยสักคำเดียว ถามตลอดเวลา ถามทั้งทาง ถามทุกอย่าง แต่ก็แฮปปี้มันเหมือนเป็นสิ่งที่เขาอยากเรียนรู้ แล้วก็เป็นวัยที่เขาช่างถาม เราก็แฮปปี้ที่จะตอบนะ

ก็ฝากถึงพ่อๆ แม่ๆ ทุกคนเลยว่า อย่าเบื่อที่จะตอบคำถามเขาเลย ความคิดผมนะ วันหนึ่ง 11 ขวบ 12 ขวบ เขาก็อาจจะไปมีชีวิตเป็นของตัวเองแล้ว เดี๋ยวก็ไปมีชีวิตกับเพื่อนกับอะไร วันหนึ่งเขาถึงกลับมา ช่วงเวลา 10 ปีแรก ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นตักตวงให้ได้มากที่สุด เขาจะถามอะไร อยากเล่นอะไร เราคือคนที่เขาไว้ใจที่สุด เราคือทั้งพ่อทั้งแม่ทั้งเพื่อนที่ดีที่สุดของเขา เราต้องให้เวลาเขาเต็มที่ เวลาคือสิ่งที่สำคัญที่สุด อย่าคิดว่าเราจะหาเงินเพียงอย่างเดียว เงินสำคัญมันก็สำคัญมาก แต่สิ่งที่เด็กต้องการที่สุดผมว่าก็คือเวลา

ถามว่าแต่ละคนฉายแววอย่างไรบ้าง ผมว่าทิวทัศน์มีแววที่สุด ไม่รู้ว่าหลงลูกตัวเองหรือเปล่า คือการเดินการอะไรมันเท่มันหล่อเหลือเกิน มันมียิ่งกว่าเรา คนนี้เรายอมเลย คือทำท่าทำอะไรเป็นปกติของเขานะ เราก็เอ๊ะทำไมต้องล้วงกระเป๋า แฟนผมก็บอกว่ามีแววซูเปอร์สตา เดี๋ยวนี้ถ่ายรูปมาก็ไม่ได้ ไม่ยอมถ่าย หวงตัว แต่คนเล็กตอนนี้ก็ขี้อายหน่อยเวลาเจอคน ตัวเล็กก็จะมีความเงียบๆ นิดหนึ่ง ยิ้มง่ายยิ้มเก่ง ถ้าวันหนึ่งเขาอยากจะเดินวงการบันเทิงก็แล้วแต่เขา ถามส่งเสริมไหม ถ้าเขาอยากจะเป็นและสอบถามเราหรือว่าอยากรู้ว่าเป็นยังไงเราก็พร้อมที่จะส่งเสริมอยู่แล้ว แต่เราไม่ยัดเยียดและบังคับเขา ไม่ว่าเขาจะเดินทางไหนเราจะสนับสนุนเขา

ส่วนลูกๆ รู้ไหมว่าพ่อเป็นดารา ไม่รู้นะ เพราะเขาไม่เคยดูจอไม่เคยดูมือถือ ไม่เคยดูทีวี มือถือที่เขาเห็นเราถือก็สำหรับถ่ายรูปอย่างเดียว แล้วก็ไว้ FaceTime เวลาที่เราไปเมืองนอก เราก็จะโทรกลับไปหาเขา เขาจะรู้ว่าเครื่องนี้สามารถใช้คุยได้และถ่ายรูปได้ แล้วจะพยายามทำให้ได้นานที่สุด จอยังไงก็เป็นส่วนหนึ่งในชีวิตมนุษย์อยู่แล้ว แต่แค่เราจะยื้อให้ได้นานที่สุดเท่าที่ทำได้ เรามองว่าถ้าทิวทัศน์ยิ่งดูเร็วขนาดไหนน้องเขาก็ยิ่งดูเร็วกว่า เพราะว่าอยู่บ้านเดียวกัน เขาก็ต้องอยากทำตามพี่

สำหรับลูกคนโตก็จะเริ่มเข้าโรงเรียนสิงหาคมนี้ พ่อแม่หลายคนเวลาลูกเริ่มเข้าโรงเรียนก็น้ำตาไหลเกาะรั้วดูลูก ถามว่าเราจะเป็นแบบนั้นไหม ก็ไม่รู้สิ ไม่คิดนะ แต่ก็อาจจะมีนิดๆ เราพยายามที่จะไม่คิดถึงแล้วกัน แต่วันหนึ่งมันก็คงเกิดขึ้น ก็น่าตื่นเต้นกว่าลูกแหละ เพราะลูกเขายังไม่รู้อะไร เขาก็รู้แค่ไปโรงเรียนไปเล่นไปอะไร เราก็ต้องรอดูว่าวันนั้นจะเป็นแบบไหน แต่แฟนผมพูดนะว่าเขาอาจจะน้ำตาไหลแหละ แต่ก็รอดูแล้วกัน สิงหาคมนี้รู้แล้ว จะอัปเดตลงโซเชียลเลย (หัวเราะ)